fb
ดอกเบี้ยลด-เศรษฐกิจฟื้น! ยอดขายรถใหม่เคนยาพุ่ง 12% Isuzu ผงาดครองตลาดเกินครึ่ง

ดอกเบี้ยลด-เศรษฐกิจฟื้น! ยอดขายรถใหม่เคนยาพุ่ง 12% Isuzu ผงาดครองตลาดเกินครึ่ง

โดย
Panuwat
ลงเมื่อ 24 มิถุนายน 2569 16:30
สคต. ณ กรุงไนโรบี (เคนยา) (TTC, Nairobi (Kenya))
4

ตลาดรถยนต์ใหม่ของเคนยาส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 โดยได้รับอานิสงส์จากอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง กิจกรรมทางธุรกิจที่กระเตื้องขึ้น รวมถึงอุปสงค์ที่ขยายตัวอย่างมากในภาคการขนส่งและการก่อสร้าง

ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เคนยา (KMIA) ระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน 2026 มียอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่รวมทั้งสิ้น 4,802 คัน เพิ่มขึ้นจาก 4,280 คันในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว หรือคิดเป็นการเติบโตถึงร้อยละ 12.2 ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชี้ว่า การเติบโตนี้สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลงและการปล่อยสินเชื่อภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น

KMIA เน้นย้ำว่า การผ่อนคลายเงื่อนไขทางการเงินเป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นความต้องการซื้อ โดยเฉพาะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางเคนยา (CBK) ซึ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับประมาณร้อยละ 12 ในปีที่แล้ว ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 8.75 ในปัจจุบัน ส่งผลให้การขอสินเชื่อ
เพื่อเช่าซื้อสินทรัพย์เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับภาคธุรกิจและสถาบันต่างๆ

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก CBK ยังแสดงให้เห็นว่าการปล่อยสินเชื่อแก่ภาคเอกชนขยายตัวขึ้นเป็นร้อยละ 8.1 ในเดือนมีนาคม 2026 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์สูงสุด ได้แก่ การก่อสร้าง การค้า การเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้รถยนต์สูง

สัดส่วนการขายส่วนใหญ่ในช่วงดังกล่าวเป็น รถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจเคนยายังคงพึ่งพาการขนส่งทางบกเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • รถบรรทุก มียอดขายสูงสุดกว่า 2,100 คัน

  • รถกระบะ มียอดขายตามมาที่เกือบ 1,400 คัน

  • รถบัสซึ่งใช้ในระบบขนส่งสาธารณะ โรงเรียน และรถรับส่งพนักงาน มียอดขายใกล้เคียง 700 คัน

  • รถหัวลาก มียอดขายอยู่ที่ 242 คัน

แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นว่าแรงขับเคลื่อนหลักมาจากภาคการก่อสร้าง การเกษตร การกระจายสินค้าขายปลีก และระบบขนส่งมวลชน มากกว่าการซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

Isuzu East Africa ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดอย่างเหนียวแน่น โดยมียอดขาย 2,521 คัน เพิ่มขึ้นจาก 2,077 คันในปีปีก่อน ซึ่งคิดเป็น สัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรวมทั้งตลาด ตามมาด้วย CFAO Mobility (1,352 คัน) และ Simba Corporation (395 คัน)

คุณริตา คาวาเช กรรมการผู้จัดการ Isuzu East Africa ระบุว่า อุปสงค์ได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมในภาคเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน

 นอกจากนี้ยังได้อานิสงส์จากบริการส่งสินค้าถึงที่ การขนส่งสินค้าเกษตรและการกระจายสินค้าขายปลีก โครงการภาครัฐ งานโครงสร้างพื้นฐาน การดำเนินงานของเทศมณฑล และการจัดซื้อรถประจำตำแหน่งของภาครัฐ รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัยราคาประหยัด ภาคการศึกษา ความต้องการรถรับส่งนักเรียนเพิ่มขึ้นจากการปรับเปลี่ยนหลักสูตรและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา การฟื้นตัวของรถโดยสารสาธารณะ หลังจากหยุดชะงักไปในช่วงโควิด-19

แม้ตลาดรถใหม่จะเติบโต แต่ รถยนต์มือสองนำเข้า ยังคงครองถนนเคนยา เนื่องจากราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า โดยปัจจุบันเคนยานำเข้ารถใช้แล้วระหว่าง 7,000 ถึง 9,000 คันต่อเดือน ซึ่งร้อยละ 80 มาจากประเทศญี่ปุ่น และส่วนที่เหลือมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และแอฟริกาใต้

อุตสาหกรรมยานยนต์เคนยามีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องหากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำและกิจกรรมทางธุรกิจฟื้นตัวต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงและการแข่งขันที่รุนแรงจากรถมือสองนำเข้า ยังคงเป็นความท้าทายหลักสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์ใหม่ในประเทศ

ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี

การขยายตัวของ “ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการขนส่ง” จะทำให้ความต้องการสินค้าเกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งชิ้นส่วนอะไหล่ ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ น้ำมันหล่อลื่น ระบบ GPS อุปกรณ์ซ่อมบำรุง รวมถึงเทคโนโลยี fleet management และระบบติดตามการขนส่ง ซึ่งไทยมีฐานการผลิตและ supply chain ที่แข่งขันได้ในหลายกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ที่กำลังเติบโตเร็วกว่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคล ขณะเดียวกัน รถบรรทุกและรถกระบะครองสัดส่วนยอดขายสูง เนื่องจาก เคนยากำลังอยู่ในช่วงเร่งลงทุนด้านการกระจายสินค้าและโครงสร้างพื้นฐาน โดยรถเพื่อการพาณิชย์จำนวนมากถูกใช้เชื่อมเส้นทางการค้าระหว่างเคนยา ยูกันดา รวันดา และคองโก ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ after-sales service ความพร้อมของอะไหล่ และความต่อเนื่องในการซ่อมบำรุง จะมีความสำคัญต่อการแข่งขันมากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถมือสองนำเข้าจากญี่ปุ่นที่ยังมีปริมาณสูงกว่า 7,000–9,000 คันต่อเดือน สะท้อนว่าผู้บริโภคและธุรกิจเคนยายังคงให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าด้านต้นทุน ผู้ประกอบการไทยจึงควรวางตำแหน่งสินค้าในกลุ่ม “คุณภาพเชิงพาณิชย์ที่รองรับการใช้งานหนัก” มากกว่าการแข่งขันในตลาดพรีเมียมเพียงด้านเดียว โดยเฉพาะสินค้าและบริการที่ช่วยลด Downtime ของรถขนส่งหรือช่วยควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน จะสอดคล้องกับทิศทางตลาดมากกว่าในระยะนี้ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของสินเชื่อ Asset Financing ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยที่เกี่ยวข้องกับ Leasing Platform, Telematics, Digital Maintenance System และบริการหลังการขายแบบ subscription มีช่องทางเข้าสู่ตลาดเคนยาเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นเริ่มลงทุนเพิ่ม แต่ยังต้องการควบคุมสภาพคล่องทางธุรกิจอย่างใกล้ชิด

---------------------------------------------------------

 

แหล่งที่มา : https://businesstoday.co.ke

จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี

24 มิถุนายน 2569

4_WeeklyNews_22-26JUN.2026.pdf
Share :
Instagram