fb
แผนใหม่ของประธานาธิบดีประโบโวในการควบคุมการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ

แผนใหม่ของประธานาธิบดีประโบโวในการควบคุมการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ

โดย
Kumtornpol
ลงเมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 19:15
สคต. ณ กรุงจาการ์ตา (อินโดนีเซีย) (TTC, Jakarta (Indonesia))

ประธานาธิบดี Prabowo Subianto แห่งอินโดนีเซียประกาศว่า รัฐบาลจะกำหนดให้การส่งออกน้ำมันปาล์ม ถ่านหิน และเฟอร์โรอัลลอยส์ ต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานของรัฐ เพื่อเพิ่มการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติของประเทศและเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐ โดยนโยบายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบหลังช่วงเปลี่ยนผ่านระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งอาจขยายออกไปจนถึงสิ้นปี ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ การดำเนินธุรกิจระหว่างผู้ส่งออกและผู้ซื้อจะยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ แต่ทุกธุรกรรมจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของบริษัท PT Danantara Sumber Daya ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Danantara Indonesia

 

รายงานจาก Jakarta Globe ระบุว่า นาย Luke Thomas Mahony อดีตกรรมการบริษัทเหมืองนิกเกิล Vale Indonesia จะเข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ PT Danantara Sumber Daya หลังสิ้นสุดช่วงเปลี่ยนผ่าน บริษัทดังกล่าวจะทำหน้าที่รับซื้อสินค้าจากผู้ผลิตภายในประเทศและจำหน่ายต่อให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยอ้างอิงราคาจากราคามาตรฐานของตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์

กฎระเบียบใหม่นี้จะดำเนินการเป็นระยะ โดยในระยะแรกจะครอบคลุมการส่งออกน้ำมันปาล์ม ถ่านหิน และเฟอร์โรอัลลอยส์ และจะมีการทบทวนทุก 3 เดือนเพื่อพิจารณาเพิ่มสินค้าโภคภัณฑ์อื่นเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ บริษัทอินโดนีเซียสามารถส่งออกถ่านหินและน้ำมันปาล์มให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศได้โดยตรง ขณะที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนดปริมาณการผลิตและราคามาตรฐานอ้างอิง

รัฐบาลอินโดนีเซียระบุว่า นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ยุติการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เพิ่มประสิทธิภาพรายได้ของภาครัฐ เสริมเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์ และเพิ่มทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นผู้ส่งออกถ่านหินเพื่อการผลิตพลังงานความร้อนและน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้จัดหาถ่านหินรายสำคัญให้แก่ประเทศผู้นำเข้าหลัก เช่น จีน อินเดีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังได้ออกกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับรายได้จากการส่งออก โดยกำหนดให้ผู้ส่งออกทรัพยากรธรรมชาติต้องนำรายได้จากการส่งออกทั้งหมด 100% ฝากไว้ในธนาคารของรัฐ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป

ประธานาธิบดีปราโบโวกล่าวว่า มาตรการด้านการส่งออกดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้ภาษีให้แก่รัฐ พร้อมทั้งยืนยันถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย แม้จะเผชิญกับ “ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์” โดยระบุว่า เป้าหมายหลักของนโยบายนี้คือการเสริมสร้างการกำกับดูแลและการติดตามตรวจสอบ รวมถึงขจัดปัญหาการชำระเงินต่ำกว่าความเป็นจริง การสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง การกำหนดราคาโอน และการไหลออกของรายได้จากการส่งออกไปต่างประเทศ

ประธานาธิบดีปราโบโวยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กฎระเบียบการส่งออกฉบับใหม่นี้เป็นความพยายามในการบริหารจัดการ “ทรัพยากรที่เป็นของเรา” ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่า ทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดของอินโดนีเซียควรเป็นสมบัติของประชาชนอินโดนีเซียทุกคน

 

ความคิดเห็นของสำนักงาน 

ประธานาธิบดี Prabowo Subianto ประกาศให้อินโดนีเซียปฏิรูประบบการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ โดยกำหนดให้การส่งออกน้ำมันปาล์ม ถ่านหิน และเฟอร์โรอัลลอยส์ ต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานของรัฐภายใต้บริษัท PT Danantara Sumber Daya ซึ่งอยู่ในเครือกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Danantara Indonesia เพื่อเพิ่มการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติของประเทศและเพิ่มรายได้รัฐ โดยจะมีช่วงเปลี่ยนผ่าน เดือนก่อนบังคับใช้เต็มรูปแบบ ระหว่างนี้ธุรกรรมส่งออกยังดำเนินได้ตามปกติแต่จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ หลังจากนั้นบริษัทดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นผู้รับซื้อจากผู้ผลิตในประเทศและจำหน่ายต่อให้ผู้ซื้อในต่างประเทศตามราคามาตรฐานตลาดโลก นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ป้องกันการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง การกำหนดราคาโอน และการไหลออกของรายได้จากการส่งออก พร้อมทั้งเสริมเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์และทุนสำรองระหว่างประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังออกกฎใหม่ให้ผู้ส่งออกทรัพยากรธรรมชาติต้องนำรายได้จากการส่งออก 100% ฝากไว้ในธนาคารของรัฐตั้งแต่วันที่ มิถุนายน เป็นต้นไป โดยรัฐบาลมองว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้ภาษีและทำให้ทรัพยากรธรรมชาติของอินโดนีเซียถูกบริหารเพื่อประโยชน์ของประชาชนอินโดนีเซียมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามต่อมาอินโดนีเซียได้มีการแถลงข่าวร่วมโดยรัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจ นาย Airlangga Hartarto , CEO Danatara Indonesia นาย Rosan Roeslani และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนาย Purbaya Yudhi Sadewa ได้มีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการควบคุมการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านบริษัท PT Danantara Sumber Daya Indonesia (DSI) ซึ่งช่วยลดความกังวลของตลาดบางส่วน โดยรัฐบาลยืนยันว่า DSI จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็น “พ่อค้าคนกลาง” หรือเรียกเก็บค่าคอมมิชชันจากผู้ส่งออก แต่จะทำหน้าที่เป็นระบบกลางสำหรับบันทึก ตรวจสอบ และติดตามข้อมูลการส่งออกเพื่อเพิ่มความโปร่งใสเท่านั้น นอกจากนี้ การดำเนินงานเต็มรูปแบบจะยังไม่เริ่มในวันที่ มิถุนายน 2569 แต่ช่วงเดือนมิถุนายน–ธันวาคม 2569 จะเป็นเพียงระยะทดลองระบบและการรายงานข้อมูล ก่อนเข้าสู่การเชื่อมโยงธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มส่วนกลางอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมกราคม 2570

รัฐบาลระบุว่า ระบบดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจสอบความผิดปกติด้านราคา โดยเฉพาะการเปรียบเทียบราคาส่งออกที่ขายให้บริษัทในเครือต่างประเทศกับราคาปลายทางในตลาดโลก เพื่อป้องกันการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงและการกำหนดราคาโอน (transfer pricing) ซึ่งอาจทำให้บริษัทที่เคยใช้โครงสร้างภาษีเชิงรุกต้องเผชิญต้นทุนภาษีและค่าภาคหลวงที่สูงขึ้น แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าไม่ได้เข้ามาแทรกแซงกลไกราคาหรือส่วนต่างกำไรของผู้ส่งออกโดยตรงก็ตาม

แม้นโยบายที่ชี้แจงใหม่จะถูกมองว่าผ่อนคลายกว่าที่ตลาดกังวลในตอนแรก แต่ตลาดยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากกฎระเบียบลูกและแนวปฏิบัติอย่างเป็นทางการยังไม่ประกาศ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงานของระบบกลาง การประสานงานกับผู้ซื้อในต่างประเทศ และศักยภาพของรัฐวิสาหกิจในการบริหารแพลตฟอร์มดังกล่าว นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่า หากโครงการระยะแรกประสบความสำเร็จ รัฐบาลอาจขยายมาตรการนี้ไปยังสินค้าโภคภัณฑ์อื่น เช่น นิกเกิล ทองแดง บอกไซต์ และดีบุกในอนาคต ซึ่งอาจเพิ่มบทบาทการกำกับดูแลของรัฐต่อภาคทรัพยากรธรรมชาติของอินโดนีเซียมากยิ่งขึ้น

ในชั้นนี้ สคต. ณ กรุงจาการ์ตาเห็นว่านโยบายดังกล่าวยังอยู่ในช่วงติดตามและประเมินผลมากกว่าจะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการส่งออกอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียชี้แจงแล้วว่า ช่วงเดือนมิถุนายน–ธันวาคม 2569 จะเป็นเพียงระยะทดลองระบบและการรายงานข้อมูล ขณะที่การดำเนินงานจริงผ่านแพลตฟอร์มกลางจะเริ่มในปี 2570 อีกทั้งกฎระเบียบลูกและรายละเอียดการดำเนินงานยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ จึงควรติดตามทิศทางและรูปแบบการบังคับใช้ต่อไป โดยเฉพาะประเด็นการตรวจสอบราคา การกำกับดูแลรายได้ส่งออก และความเป็นไปได้ในการขยายมาตรการไปยังสินค้าโภคภัณฑ์อื่นในอนาคต

การส่งออกถ่านหินของอินโดนีเซีย (ไปยังทั่วโลก ระหว่างปี 2023-2025

HS 2701 (Coal; Briquettes, Ovoids and similar solid fuels manufacture from Coal)

 

Rank

Trade Partner

United States Dollars

Year To Date

Δ
Jan 25
Jan 26

% Share
jan 26

2023

2024

2025

Jan 2025

Jan 2026

  

1

India

7,256,243,149

6,236,795,410

4,980,114,155

438,942,552

348,699,567

-20.56

19.16

2

China

6,975,194,909

6,553,671,614

4,571,672,678

374,232,835

341,563,362

-8.73

18.76

3

Japan

4,761,944,203

3,872,823,033

2,855,949,247

225,155,542

215,061,820

-4.48

11.81

4

Philippines

3,385,188,698

2,765,800,993

2,203,214,372

176,939,808

193,381,969

9.29

10.62

5

Malaysia

2,742,708,063

2,435,925,228

2,185,816,505

163,703,729

138,703,476

-15.27

7.62

6

Korea, South

2,235,567,677

2,099,595,143

1,845,330,626

253,403,954

155,210,503

-38.75

8.53

7

Vietnam

1,501,433,668

1,787,878,919

1,625,350,130

155,646,036

129,026,956

-17.10

7.09

8

Taiwan

2,098,658,175

1,763,098,077

1,235,360,136

97,885,636

67,118,044

-31.43

3.69

9

Bangladesh

1,066,605,716

1,047,807,458

1,184,817,019

113,804,560

102,542,536

-9.90

5.63

10

Thailand

862,723,242

840,548,568

798,603,848

84,650,206

58,144,187

-31.31

3.19

 

other country

1,705,809,500

1,076,603,556

996,536,207

83,804,058

70,934,472

-15.36

3.90

 

World

34,592,077,000

30,480,547,999

24,482,764,923

2,168,168,916

1,820,386,892

-16.04

100.00

Source: Global Trade Atlas

สำหรับการส่งออกถ่านหินของอินโดนีเซีย (HS 2701) ไปยังตลาดโลกในปี 2568 มีมูลค่า 24,482,764,923 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 30,480,547,999 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 หรือลดลงร้อยละ 19.68 ขณะที่ช่วงเดือนมกราคม 2569 การส่งออกถ่านหินทั่วโลกลดลงร้อยละ 16.04 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดหลัก ได้แก่ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ส่วนไทยเป็นตลาดส่งออกถ่านหินอันดับที่ 10 ของอินโดนีเซีย มีมูลค่าส่งออก 798,603,848 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และในเดือนมกราคม 2569 อินโดนีเซียส่งออกถ่านหินไปไทยมูลค่า 58,144,187 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 31.31 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.19 ของการส่งออกถ่านหินทั้งหมดของอินโดนีเซีย

 

Share :
Instagram