fb
จับตาเทรนด์อาหาร ออร์แกนิกจากงานแสดงสินค้า BIOFACH 2026 เยอรมนี

จับตาเทรนด์อาหาร ออร์แกนิกจากงานแสดงสินค้า BIOFACH 2026 เยอรมนี

โดย
Theeraporn
ลงเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569 14:00
สคต. ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) (TTC, Frankfurt (Germany))
2

งานแสดงสินค้า BIOFACH เป็นงานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์นานาชาติที่ใหญ่ และสำคัญระดับโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เมืองเนิร์นแบร์ก ประเทศเยอรมนี ประกอบด้วยกลุ่มสินค้าอาหารสด แช่แข็ง ขนมขบเคี้ยวและของหวาน เครื่องดื่ม และวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ซึ่งสินค้าที่นำมาแสดงในงานนี้ต้องได้รับการรับรองและได้รับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล มีบริษัทเข้าร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 2,200 บริษัท จาก 90 ประเทศ และผู้เข้าชมงานประมาณ 32,000 ราย จากหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยกรมส่งเสริมการค้าในต่างประเทศสนับสนุนบริษัทผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมในโครงการ SMEs Pro-Active จำนวน 6 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานฯ อีก 13 ราย ทั้งในรูปแบบการเข้าร่วมแสดงสินค้าเอง และร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) 

แนวโน้มตลาดสินค้าออร์แกนิกในเยอรมนี

สินค้า/ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกส์มีแนวโน้มขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่องในอนาคต เป็นผลมาจากเทรนด์ด้านการดูแลรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในตลาดประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เป็นต้น ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นหลัก ตามข้อมูลสมาคมผู้ผลิตอาหารอินทรีย์แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Bund Ökologische Lebensmittelwirtschaft) ในปี 2568 ตลาดสินค้าออร์แกนิกเยอรมันมีมูลค่า 18.2 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 เมื่อเทียบกับปี 2567 ตลาดออร์แกนิกส่วนใหญ่เติบโตในช่องทางค้าปลีกหลัก ได้แก่ ร้านค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีกแบบ Discount Stores และร้าน Drugstore เป็นต้น ซึ่งมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 70 ของมูลค่ากลุ่มสินค้าออร์แกนิกทั้งหมด 

สินค้าอาหารออร์แกนิกจากไทยที่มีมูลค่าการสั่งซื้อสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ข้าวหอมมะลิออร์แกนิก กะทิออร์แกนิก น้ำตาลมะพร้าวออร์แกนิก เส้นจากข้าวออร์แกนิก ซอสปรุงรสออร์แกนิก ตามลำดับ โดยในปีนี้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมส่งผลิตภัณฑ์เข้าประกวดนวัตรกรรมสินค้าใหม่ Novelty Stand ได้แก่ น้ำส้มสายชูหมักจากน้ำช่อดอกมะพร้าว และซอสหมักจากน้ำช่อดอกมะพร้าว จากบริษัท ชีวาดี โปรดักส์ จำกัด 

S__32645135_0.jpg
Biofach: Novelty Stand
S__32645124_0.jpg
น้ำส้มสายชูหมักจากน้ำช่อดอกมะพร้าว และซอสหมักจากน้ำช่อดอกมะพร้าว จากบริษัท ชีวาดี โปรดักส์ จำกัด

 

เทรนด์อาหารออร์แกนิกในงาน BIOFACH 2026

เทรนด์สินค้าออร์แกนิกในงาน BIOFACH 2026 ที่โดดเด่นในปีนี้ มีทั้งในมิติของภาพรวมอุตสาหกรรม (Sector Trends) และ แนวโน้มผลิตภัณฑ์ (Product Trends) ซึ่งช่วยสะท้อนทั้งการพัฒนาเชิงวิธีคิด นวัตกรรม และพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดออร์แกนิกปี 2026 โดยแบ่งออกเป็น 6 เทรนด์หลัก ได้แก่ 

  • Reframing Organic – ให้ความหมายใหม่กับ ‘ออร์แกนิก’

ตลาดออร์แกนิกกำลังขยายตัว โดยได้รับแรงผลักดันไม่เพียงแต่จากผู้บุกเบิกดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้เล่นในตลาดค้าปลีกหลัก (Mainstream) อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือการคงคุณค่าและหลักการออร์แกนิกแบบดั้งเดิมไว้ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในสินค้าออร์แกนิก ในขณะเดียวกันภาคการผลิตเกษตรอินทรีย์ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันโลกยุคใหม่ โดยการผลิตโดยใช้นวัตกรรมต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคเกษตร ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Upcycling) การทำปุ๋ยหมัก และการทำเกษตรแบบฟื้นฟู ล้วนเป็นแนวทางใหม่ที่จะเสริมสร้างผลกระทบของการเกษตรอินทรีย์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมีให้เลือกมากมายในตลาด รวมถึงสินค้าภายใต้แบรนด์ของร้านค้าเอง การให้ความสำคัญกับด้านสุขภาพและโภชนาการ ตลอดจนการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและทันสมัย ​​จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาคุณค่าของแบรนด์สินค้าออร์แกนิก และจะช่วยเพิ่มศักยภาพของสินค้าออร์แกนิกในผู้บริโภค

  • Perfectly Simple – ความเรียบง่ายที่มีคุณค่า

แนวโน้มผู้บริโภคในปัจจุบันกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่าย ปราศจากสารปรุงแต่ง ไม่ดัดแปลงพันธุกรรม มีคุณค่าด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและได้รับความนิยมมากขึ้น

  • Colourful by nature – เสน่ห์สีสันจากธรรมชาติ

สินค้าออร์แกนิกกำลังเพิ่มสีสันจากธรรมชาติมากขึ้น ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และการนำเสนอ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ในขณะเดียวกัน แบรนด์ต่างๆ ก็ใช้บรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นและสื่อความหมายชัดเจน เพื่อดึงดูดความสนใจบนชั้นวางสินค้า อาทิ เนยถั่วสีฟ้า BELUN ORGANICS Kissa ชาเขียลาเต้แบบแท่ง Aiya Europe, แพนเค้กหลากสี FarolinaPancake Tower, หรือสารให้ความหวานจากผลไม้ Naturata – Organic Sweetener เป็นต้น

  • Precision meets tradition –การผสานภูมิปัญญาเก่าร่วมกับเทคโนโลยีใหม่

กระบวนการหมักกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ในฐานะวิธีการถนอมอาหารและโภชนาการแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมอีกด้วย ในขณะที่เทคนิคแบบดั้งเดิมยังคงเป็นที่นิยม เทคโนโลยีการหมักขั้นสูง เช่น การหมักแบบแม่นยำ ช่วยให้สามารถผลิตส่วนผสมใหม่ๆ รสชาติจากพืช และเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับวัตถุดิบที่หายาก ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคเกษตรอินทรีย์ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เนื้อสับหมักจากพืช GRASHKA เนื้อจากรากผักรมควัน VERRANO ช็อกโกแลตทางเลือกจากเมล็ดถั่ว Carob - Foreverland Food ผลิตภัณฑ์เนื้อทางเลือกจากเห็ดหมัก MATR Fungi

  • Wellbeing in a bottle – สุขภาพในขวดเดียว

เทรนด์เครื่องดื่มที่ให้คุณค่าทางโภชนาการ เช่น โปรไบโอติก วิตามิน แร่ธาตุ เหมาะกับวิถีชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการ ความสะดวก และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ตัวอย่างเครื่องดื่มสุขภาพ อาทิ คีเฟอร์น้ำ - Kefir Labo Dumoulin เครื่องดื่มเสริมวิตามินและสร้างภูมิคุ้มกัน Voelkel เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหาร PURYA! Real Meal เมล็ดกาแฟคีโต Alternativa3 ชาเบอร์รี่ออร์แกนิก Basilur Tea Export

  • Oh my gut! – ความสำคัญของสุขภาพลำไส้

สุขภาพลำไส้กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น โจ๊ก ขนมขบเคี้ยว และแยม ได้มีการเพิ่มโปรไบโอติกและใยอาหารเพื่อส่งเสริมสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนไปสู่สูตรอาหารที่มีฉลากสะอาด – โดยเน้นส่วนผสมออร์แกนิกและใส่วัตถุปรุงแต่งน้อยที่สุด ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น อาทิ ขนมหวานเสริมคุณค่าที่ช่วยบำรุงจุลินทรีย์ในลำไส้ อุดมไปด้วยสารอาหารจากธรรมชาติคุณภาพสูง Belly Love โจ๊กผสมแอปเปิ้ลและถั่ว NABA Feinkost

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของ สคต. 

1. งานแสดงสินค้า BIOFACH เป็นงานแสดงสินค้าเกษตรและอาหารออร์แกนิกระดับนานาชาติชั้นนำ ที่มีขนาดใหญ่ และเป็นงานแสดงสินค้าที่สำคัญงานหนึ่งของโลก ที่ผู้ประกอบการสินค้าอาหารออร์แกนิกจากหลากหลายประเทศยังคงให้ความสำคัญและเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานลดลงจากปีก่อนหน้าด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจแต่ผู้ประกอบการไทยยังคงให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมงาน BIOFACH อย่างต่อเนื่อง 

    2. ตลาดยุโรปเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ผู้บริโภคมีกำลังซื้อและมีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้สินค้าเกษตรออร์แกนิกได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจและให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษและมาจากธรรมชาติ ผู้ประกอบการควรใช้โอกาสที่ไทยเป็นแหล่งทรัพยากรและวัตถุดิบสินค้าเกษตรที่มีความหลากหลายและมีคุณประโยชน์มากมาย ในการพัฒนาและปรับปรุงสินค้าใหม่ๆ ให้สอดคล้องตามความต้องการของผู้บริโภคยุโรป อาทิ น้ำสกัดจากขิงสดหรือขมิ้นสดออร์แกนิก เป็นต้น

    3. การเจาะตลาดยุโรปให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีการศึกษาข้อมูลแนวโน้มความต้องการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำมาพัฒนา/ปรับปรุงสินค้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค การสร้างแบรนด์และวางตำแหน่งทางธุรกิจให้สินค้ามีความโดดเด่นเฉพาะตัว เช่น เครื่องหมายรับรองสินค้าออร์แกนิก Demeter รวมถึงการสร้างเรื่องราวให้แบรนด์และสินค้า เช่น เครื่องหมายรับรอง Fair Trade จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์และดึงดูดผู้บริโภคยุโรปได้เป็นอย่างดี

    อย่างไรก็ตาม กระบวนการผลิตสินค้าอินทรีย์ของไทยยังมีต้นทุนสูง ทำให้ราคาสินค้าของไทยสูงกว่าคู่แข่งมาก จึงควรพัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการผลิตสำหรับลดต้นทุนการผลิตสินค้าเพื่อเพิ่มโอกาสความได้เปรียบคู่แข่งในตลาด

    4. สินค้าออร์แกนิกที่นำเข้าจากประเทศที่สามสามารถติดตราสัญลักษณ์ออร์แกนิกของสหภาพยุโรปได้ (EU Organic Logo) จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายต่าง ๆ ของสหภาพยุโรปว่าด้วยการผลิตสินค้าออร์แกนิก รวมทั้งจะต้องถูกตรวจสอบและได้รับการรับรอง ณ สถานที่ผลิตในทุกขั้นตอนของการผลิต การแปรรูป การจัดเก็บ และการจำหน่าย โดยกฎระเบียบของสหภาพยุโรปที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.organicseurope.bio/what-we-do/eu-organic-regulation/

S__32645225_0.jpg
S__32645242_0.jpg
S__32645174_0.jpg

 

ที่มา:

 www.biofach.de

ที่มารูป:
NürnbergMesse / Thomas Geiger

 

 

Share :
Instagram