fb
มอริเชียสได้เปรียบจากการยกเว้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ

มอริเชียสได้เปรียบจากการยกเว้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ

โดย
Mueanfun
ลงเมื่อ 18 สิงหาคม 2569 15:00
สคต. ณ กรุงพริทอเรีย (แอฟริกาใต้) (TTC, Pretoria (South Africa))
2

          มอริเชียสเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าล่าสุดของสหรัฐฯ หลังได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติมร้อยละ 10 ภายใต้มาตรา 301 (Section 301) แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ส่งผลให้สินค้าจากมอริเชียสมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศผู้ส่งออกรายสำคัญหลายประเทศที่ต้องเผชิญภาษีเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังปรับตัวจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ สินค้ามอริเชียสที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ยังได้รับสิทธิยกเว้นภาษีภายใต้กฎหมาย African Growth and Opportunity Act (AGOA) ซึ่งมีผลจนถึงเดือนธันวาคม 2569

          สหรัฐฯ ถือเป็นตลาดส่งออกสำคัญของมอริเชียส โดยคิดเป็นประมาณร้อยละ 11 ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด และในปี 2568 มอริเชียสส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่าเกือบ 8 พันล้านรูปีมอริเชียส สมาคมผู้ส่งออกมอริเชียส (Mauritius Export Association: MEXA) เห็นว่า การได้รับยกเว้นภาษีครั้งนี้ช่วยเพิ่ม
ความได้เปรียบทางการค้าให้แก่ผู้ส่งออกมอริเชียสอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากประเทศคู่แข่งสำคัญ
ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เช่น เวียดนามและจีน ต้องเสียภาษีเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 12.5 ขณะที่บังกลาเทศและอินเดียต้องเสียภาษีร้อยละ 10 สำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการดังกล่าว โดยอาจมีข้อยกเว้นแตกต่างกันตามประเภทสินค้า ในทางตรงกันข้าม สินค้ามอริเชียสที่เข้าเกณฑ์ยังไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมดังกล่าว จึงอาจทำให้มอริเชียสเป็นแหล่งจัดหาสินค้าที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้นำเข้าสหรัฐฯ ที่ต้องการกระจายแหล่งนำเข้า

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาอุตสาหกรรมของมอริเชียส (Mr. Aadil Ameer Meea) เห็นว่า การได้รับยกเว้นภาษีเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์สำหรับภาคการผลิตของประเทศ ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับคำสั่งซื้อใหม่ รักษาและขยายความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับคู่ค้าเดิม รวมถึงเสริมภาพลักษณ์ของมอริเชียส
ในฐานะแหล่งผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อดีตผู้อำนวยการด้านการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศ (Mr. Sunil Boodhoo) เห็นว่า มอริเชียสไม่ควรพึ่งพาการส่งออกสิ่งทอมากเกินไป แต่ควรใช้โอกาสดังกล่าวเร่งขยายการส่งออกสินค้ามูลค่าเพิ่มอื่น ๆ อาทิ ปลาทูน่าและอาหารทะเล อุปกรณ์ด้านทัศนศาสตร์และเครื่องมือความแม่นยำสูง เครื่องหนัง เครื่องประดับ และสินค้าอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งเพิ่มกิจกรรมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดในสหรัฐฯ เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้ซื้อว่าสินค้าจากมอริเชียสไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีรอบล่าสุด

          อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจมอริเชียสเห็นว่า การได้รับยกเว้นภาษีไม่ได้หมายความว่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เนื่องจากผู้ซื้อสหรัฐฯ พิจารณาต้นทุนสินค้ารวมเมื่อถึงปลายทาง (landed cost) ซึ่งครอบคลุมทั้งราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าโลจิสติกส์ คลังสินค้า และค่าจัดส่ง ขณะที่มอริเชียสยังเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนหลายประการ ได้แก่ ค่าแรงและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและกฎระเบียบที่อยู่ในระดับสูง ตลอดจนต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ระยะทางจากมอริเชียสไปยังสหรัฐฯ และค่าระวางขนส่งที่สูงจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจลดทอนความได้เปรียบจากการยกเว้นภาษี อย่างไรก็ดี มอริเชียสยังมีจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการส่งมอบสินค้าตรงเวลา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันนอกเหนือจากด้านราคา

อีกประเด็นสำคัญคือ สิทธิประโยชน์ภายใต้ AGOA มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2569 ทำให้ภาครัฐและเอกชนมอริเชียสเห็นว่าความได้เปรียบในปัจจุบันอาจมีระยะเวลาจำกัด โดยรัฐบาลมอริเชียสได้หารือกับหน่วยงานของสหรัฐฯ และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อผลักดันการรักษาสิทธิประโยชน์สำคัญภายใต้ AGOA โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ Third Country Fabric ซึ่งมีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสิ่งทอมอริเชียส ภาคธุรกิจจึงเห็นว่า มอริเชียสควรเร่งใช้โอกาสในช่วง 6–12 เดือนข้างหน้าในการขยายตลาดสหรัฐฯ ควบคู่กับการกระจายโครงสร้างสินค้า ลดต้นทุนการผลิต และผลักดันการต่ออายุ AGOA ในระยะยาว

ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ : การได้รับยกเว้นจากมาตรการภาษี Section 301 ช่วยเพิ่มความได้เปรียบด้านราคาของสินค้ามอริเชียสเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งที่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม และอาจเปิดโอกาสให้มอริเชียสขยายการส่งออกไปยังสหรัฐฯ โดยเฉพาะสิ่งทอ อาหารทะเล เครื่องประดับ และสินค้าอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบดังกล่าวอาจเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากสิทธิ AGOA จะสิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2569 และมอริเชียสยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ ทั้งนี้ 
การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การปรับแหล่งจัดซื้อและห่วงโซ่อุปทานของผู้นำเข้าสหรัฐฯ จึงเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการไทยควรติดตาม โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ไทยและมอริเชียสส่งออกแข่งขันกันในตลาดสหรัฐฯ 

 

เครดิตภาพและที่มาข่าว www.businesstech.co.za

ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย

สิงหาคม 2569

 

Share :
Instagram