
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ห้องปฏิบัติการตรวจสอบผลไม้ประจำศูนย์ค้าขายผลไม้จีน-อาเซียน (เมืองฉงจั่ว) ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ ณ อำเภอผิงเสียง เมืองฉงจั่ว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน นับเป็นพัฒนาการสำคัญในการยกระดับระบบการตรวจสอบและกักกันสินค้านำเข้าบริเวณด่านชายแดนจีน-อาเซียน โดยเฉพาะการนำเข้าผลไม้สดจากประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหาร ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนากว่างซีให้เป็นศูนย์กลางการรวบรวมและกระจายผลไม้จากอาเซียนเข้าสู่ตลาดจีน
ห้องปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นห้องปฏิบัติการมาตรฐานชั้นนำระดับประเทศที่มุ่งให้บริการแก่ประเทศอาเซียน โดยเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานศุลกากรในพื้นที่ ตั้งอยู่ใกล้ด่านโหย่วอี้กวน ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 100 ล้านหยวน มีพื้นที่ใช้สอย 5,700 ตารางเมตร และติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวน 1,735 เครื่อง/ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 43.6 ล้านหยวน สะท้อนถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเพื่อรองรับการค้าผลไม้ระหว่างจีนกับอาเซียนที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังการเปิดดำเนินการ ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารจากอาเซียนจากเดิม 450 รายการ เป็น 800 รายการ และสามารถรองรับการตรวจสอบผลไม้นำเข้าผ่านด่านสำคัญในกว่างซี ได้แก่ ด่านโหย่วอี้กวน ด่านอ้ายเตี้ยน และด่านสุยโข่ว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีศักยภาพรองรับความต้องการตรวจสอบผลไม้นำเข้าในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า
สำหรับการตรวจสอบทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ห้องปฏิบัติการสามารถเพิ่มปริมาณการตรวจสอบสาร Basic Yellow 2 (BY2) และแคดเมียมจากเฉลี่ยวันละ 200 ตัวอย่าง เป็นมากกว่า 400 ตัวอย่าง ขณะที่ระยะเวลาการตรวจสอบเฉลี่ยลดลงมากกว่าร้อยละ 20 นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบตรวจสอบผลไม้ที่เรียกว่า “วงจรการตรวจสอบผลไม้ 2 ชั่วโมง” เพื่อเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบและสนับสนุนการผ่านพิธีการศุลกากรให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การตรวจสอบยังคงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่ทางการจีนกำหนด
นายหลี่ เฉียนชาง ผู้นำเข้าผลไม้ผ่านด่านโหย่วอี้กวน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนเมษายน-ตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลนำเข้าผลไม้จากอาเซียน บริษัทของตนมีรถบรรทุกผลไม้ผ่านพิธีการศุลกากรมากกว่า 20 คันต่อวัน การเปิดใช้งานห้องปฏิบัติการดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการนำเข้าอย่างมาก เนื่องจากช่วยลดระยะเวลารอผลตรวจสอบ และลดภาระต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการจัดเก็บสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องรักษาความสดใหม่ เช่น ผลไม้สด

นางหลิว ลี่ฉง ผู้อำนวยการกองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศุลกากรหนานหนิง ระบุว่าการเปิดใช้งานห้องปฏิบัติการช่วยยกระดับระบบตรวจสอบผลไม้บริเวณด่านชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมุ่งลดระยะเวลาการตรวจสอบ เร่งรัดการผ่านพิธีการศุลกากร และรักษาคุณภาพความสดใหม่ของผลไม้นำเข้า ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนากว่างซีให้เป็นศูนย์กลางกระจายผลไม้จากอาเซียนระดับประเทศ นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการยังมีบทบาทในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม การฝึกอบรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนในระยะยาว
ความคิดเห็นของ สคต. ณ เมืองหนานหนิง เห็นว่าการเปิดใช้งานห้องปฏิบัติการตรวจสอบผลไม้ประจำศูนย์ค้าขายผลไม้จีน-อาเซียน (เมืองฉงจั่ว) เป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อการส่งออกผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีน โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย เนื่องจากด่านโหย่วอี้กวนเป็นช่องทางนำเข้าทุเรียนที่สำคัญของจีน และมีทุเรียนจากประเทศไทยเป็นสินค้าหลัก ขณะที่ศูนย์ค้าขายผลไม้จีน-อาเซียน (เมืองฉงจั่ว) ตั้งอยู่ห่างจากด่านโหย่วอี้กวนประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 15 นาที จึงมีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและความสะดวกในการขนส่งสินค้าไปตรวจสอบ
การเพิ่มขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการ ตลอดจนการลดระยะเวลาตรวจสอบ มีแนวโน้มช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการผ่านพิธีการศุลกากร ลดระยะเวลาที่รถบรรทุกและสินค้าต้องรออยู่บริเวณด่าน และบรรเทาต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลไม้สดที่มีข้อจำกัดด้านอายุการเก็บรักษาและความสดใหม่ นอกจากนี้ ยังอาจช่วยให้ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายสามารถนำผลไม้เข้าสู่ตลาดค้าส่ง ตลาดค้าปลีก และอุตสาหกรรมแปรรูปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลในการลดต้นทุนและระยะเวลาผ่านด่านจะขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้านำเข้า ขั้นตอนการตรวจสอบ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของศุลกากรจีนในแต่ละกรณีด้วย
ทั้งนี้ สคต. ณ เมืองหนานหนิง เห็นควรให้ผู้ส่งออกและผู้ประกอบการผลไม้ไทย โดยเฉพาะผู้ส่งออกทุเรียน ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพตั้งแต่กระบวนการผลิต การเก็บเกี่ยว การคัดบรรจุ และการขนส่ง ตลอดจนปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารและมาตรฐานการนำเข้าของจีนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการควบคุมสารตกค้างและสารปนเปื้อนที่เกี่ยวข้อง เช่น BY2 และแคดเมียม รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้สารต้องห้ามหรือสารที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของจีน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกระงับการนำเข้า การตรวจสอบเพิ่มเติม หรือความล่าช้าในการผ่านพิธีการศุลกากร
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามพัฒนาการด้านระบบตรวจสอบและข้อกำหนดของศุลกากรจีนอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับผู้นำเข้าและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในพื้นที่ เพื่อวางแผนการขนส่งและการตรวจสอบสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การปรับตัวดังกล่าวจะช่วยรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้นำเข้าชาวจีนต่อผลไม้ไทย เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการรักษาตำแหน่งประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกทุเรียนรายสำคัญของตลาดจีนในระยะยาว
------------------------------------------------
แหล่งที่มา https://mp.weixin.qq.com/s/qglcprRpYY1ePYePZE1vrA
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง
วันที่ 8 ตุลาคม 2569