fb
เจาะลึกแผนการจัดสรรงบประมาณรัฐบาลฮ่องกง ปี 2569-2570

เจาะลึกแผนการจัดสรรงบประมาณรัฐบาลฮ่องกง ปี 2569-2570

โดย
Wacharaporn
ลงเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2569 16:30
สคต. ณ เมืองฮ่องกง (จีน) (TCC, Hong Kong (China))
4

Mr. Paul Chan Mo-po รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมและมาตรการบรรเทาภาระต่างๆ ในงบประมาณปีนี้ ภายหลังฮ่องกงกลับมาเกินดุล 2.9 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 370.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในบัญชีรวมเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

ในการแถลงต่อสภานิติบัญญัติเมื่อวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 Mr. Paul Chan ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนและลงทุนในโครงการพัฒนาและอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ พร้อมทั้งเสนอแผนยุทธศาสตร์ในการใช้รายได้จากกองทุนแลกเปลี่ยนเงินตรา (Exchange Fund) เพื่อสนับสนุนโครงการใน Northern Metropolis รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันได้ย้ำถึงความจำเป็นของการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ โดยประกาศจำกัดการเพิ่มรายจ่ายประจำให้ไม่เกินร้อยละ 2 ในสองปีงบประมาณถัดไป

จากมาตรการส่งเสริมเงินทุนอุตสาหกรรมไปจนถึงการบรรเทาภาระให้ประชาชนทั่วไป มี 8 ประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. บัญชีรวมฮ่องกงเกินดุล 2.9 พันล้านดอลลาร์ แทนที่การขาดดุลที่คาดการณ์ไว้ราว 67 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเป็นการยุติภาวะขาดดุลต่อเนื่องที่ผ่านมา 3 ปี

Mr. Paul Chan ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากตลาดหุ้นที่ฟื้นตัวและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้รายได้จากอากรแสตมป์และภาษีกำไรเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ากองทุนสำรองการคลังจะอยู่ที่ 657.2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าบัญชีดำเนินงานจะเกินดุลในทุกปีตลอด 5 ปีข้างหน้า แม้บัญชีเงินทุนจะยังขาดดุลจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหรือการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ต่ำ

Mr. Paul Chan กล่าวว่าเศรษฐกิจฮ่องกงได้ “ปรับเส้นทางใหม่” และคาดว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยระหว่างปีพ.ศ. 2570–2571 จะอยู่ที่ร้อยละ 3 โดยได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาโครงการ Northern Metropolis และการเติบโตด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และบุคลากร

 

image.png

 

2. การเพิ่มประสิทธิภาพกองทุนแลกเปลี่ยนเงินตราและกองทุนภายนอกรัฐบาล Mr. Paul Chan เสนอให้โอนรายได้จากการลงทุนของกองทุนแลกเปลี่ยนเงินตรา 150 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ไปยังกองทุนสำรองงานก่อสร้าง (Capital Works Reserve Fund) ในสองปีงบประมาณถัดไป เพื่อสนับสนุนโครงการ Northern Metropolis และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ และยังเสนอให้โอนส่วนเกินสะสมของกองทุนพันธบัตร (Bond Fund) เข้าบัญชีรวมในปีงบประมาณปีพ.ศ. 2569-2570 โดยจะเสนอร่างมติให้สภานิติบัญญัติพิจารณา รัฐบาลจะปรับโครงสร้างกองทุนเฉพาะกิจนอกบัญชีรัฐบาล เพื่อนำเงิน 15.8 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงกลับเข้าสู่บัญชีสาธารณะในปีพ.ศ. 2569-2570  ผ่านการปรับปรุงกลไกการเงิน ปิดกองทุน 3 แห่ง และควบรวม 6 กองทุนให้เหลือ 3 กองทุน

3. จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI+ อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และทรัพย์สินทางปัญญา

Mr. Paul Chan จะเป็นประธานคณะกรรมการเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI+ และยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อกำหนดนโยบายผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในทุกภาคส่วน พร้อมทั้งจัดสรร 50 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับหลักสูตร AI เพื่อยกระดับทักษะของประชาชน

ด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor chip) รัฐบาลจะสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี RISCV หรือสถาบันมาตรฐานการกำหนดโครงสร้างคำสั่ง ผ่านหน่วยงานเพื่อจัดสรรการลงทุนกองทุนของรัฐบาลฮ่องกง Hong Kong Investment Corporation  โดยจัดสรร 220 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตระดับชาติแห่งแรกนอกจีนแผ่นดินใหญ่

ศูนย์กลางตลาดทุนและระบบชำระราคา (Clearing House) ชั้นนำของฮ่องกง หรือ HKEX จะทบทวนข้อกำหนดการจดทะเบียนเพื่อดึงดูดบริษัทด้านอวกาศเข้าตลาด พร้อมช่วยเชื่อมโยงอุตสาหกรรมอวกาศจีนกับตลาดโลก เพื่อเสริมบทบาทฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการค้าทรัพย์สินทางปัญญา รัฐบาลฮ่องกงกำลังพิจารณามาตรการหักลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อทรัพย์สินทางปัญญา และจะเสนอร่างแก้ไขกฎหมายภายในปีนี้ ทั้งนี้รัฐบาลยังจะจัดสรร 52 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อจัดตั้งสถาบันทรัพย์สินทางปัญญา (IP Academy) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา Vocational Training Council ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการปลายปีนี้

4. เร่งพัฒนาโครงการ Northern Metropolis รัฐบาลฮ่องกงจะเปิดพื้นที่ 3 แปลงใน Hung Shui Kiu/Ha Tsuen ภายใน Northern Metropolis เพื่อจัดสรรให้มหาวิทยาลัยและสถาบันวิทยาศาสตร์ประยุกต์พัฒนาวิทยาเขต พร้อมจัดสรรเงินกู้ 10 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อสนับสนุนการก่อสร้าง

 

image.png

 

ทั้งนี้รัฐบาลฮ่องกงจะใช้ที่ดินเอกชนในพื้นที่เพื่อจัดตั้งพื้นที่อุตสาหกรรมขั้นสูง โดยเปิดให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีหรือการผลิตขั้นสูงเพื่อเสนอแผนพัฒนาร่วม เพื่อเร่งพัฒนาเขตสำคัญ รัฐบาลจะขอจัดสรร 10 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ให้บริษัทสาธารณะผู้ดูแล Hong Kong Park ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตความร่วมมือด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี (Hetao Shenzhen-Hong Kong Science and Technology Innovation Cooperation Zone) และอีก 10 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงจะถูกจัดสรรให้โครงการพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในพื้นที่ซานทิน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง       (San Tin Technopole) เพื่อเร่งการพาณิชย์ผลงานวิจัยและพัฒนาพร้อมจัดหาพื้นที่สำหรับการสร้างต้นแบบ การทดสอบ และการผลิต

5. รัฐบาลจะจัดสรร 200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ให้กองทุน Northern Metropolis Urban Rural Integration Fund เพื่อสนับสนุนองค์กรพัฒนาเอกชนในการจัดทำโครงการท่องเที่ยวชนบทและฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น นอกจากนี้จะจัดสรร 1.66 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ให้การท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board) เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยว รวมถึงการยุติการแสดง Symphony of Lights และเปลี่ยนเป็นจัดเทศกาลแสงในหลายพื้นที่ตลอดทั้งปี กลุ่มเป้าหมายคือ นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากอาเซียน ตะวันออกกลาง และเมืองในจีนแผ่นดินใหญ่ที่อยู่นอกมณฑลกวางตุ้ง ผ่านการส่งเสริมเส้นทางบินหลายจุดหมาย รวมทั้งรัฐบาลฮ่องกงยังจะเพิ่มเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ให้กองทุนอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรม โดย Mr. Paul Chan ย้ำว่ามรดกทางสถาปัตยกรรมเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมฮ่องกง

6. มาตรการลดหย่อนภาษีและเงินช่วยเหลือสวัสดิการ โดยมาตรการบรรเทาภาระหลายรายการจะถูกนำมาใช้ เพื่อประชาชนชนชั้นกลางจะได้รับประโยชน์มากที่สุด ได้แก่

- ลดภาษีเงินเดือน ภาษีภายใต้การประเมินส่วนบุคคล และภาษีกำไร 100% แต่ไม่เกิน 3,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (เพิ่มจากปีก่อน 1,500 ดอลลาร์ฮ่องกง) ครอบคลุมผู้เสียภาษี 2.12 ล้านราย และธุรกิจ 171,000 ราย 

- ให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมรายไตรมาสสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยและไม่ใช่ที่อยู่อาศัยใน 2    ไตรมาสแรก วงเงินไม่เกิน 500 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อทรัพย์สิน

- มอบเงินช่วยเหลือเทียบเท่า 1 เดือนของอัตรามาตรฐานสำหรับผู้รับสวัสดิการ CSSA ผู้สูงอายุ และผู้พิการ 

- เพิ่มค่าลดหย่อนพื้นฐานและค่าลดหย่อนผู้ปกครองเดี่ยวเป็น 145,000 ดอลลาร์ฮ่องกง และเพิ่มค่าลดหย่อนคู่สมรสเป็น 290,000 ดอลลาร์ฮ่องกง เพิ่มค่าลดหย่อนบุตรและค่าลดหย่อนเพิ่มเติมเป็น 140,000 ดอลลาร์ฮ่องกง  และเพิ่มค่าลดหย่อนสำหรับการดูแลบิดามารดา/ปู่ย่าตายาย และเพิ่มเพดานการหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายดูแลผู้สูงอายุในสถานดูแล 

 

image.png

 

7. ลดรายจ่ายประจำภาครัฐร้อยละ 2 ในสองปีงบประมาณถัดไป คิดเป็นเงินออม 7.8 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง และ 15.6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ตามลำดับ จะมีการลดตำแหน่งข้าราชการแล้วกว่า 10,000 ตำแหน่ง และจะลดจำนวนตำแหน่งลงอีกร้อยละ 2 ในสองปีข้างหน้า ให้เหลือประมาณ 188,000 ตำแหน่ง ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงจะทำการสำรวจแนวโน้มค่าจ้างและพิจารณาปัจจัยต่างๆ ก่อนตัดสินใจว่าจะตรึงเงินเดือนข้าราชการอีกครั้งหรือไม่

8. ทบทวนนโยบายภาษีเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่รัฐบาลประกาศทบทวนนโยบายภาษีโดยรวม Mr. Paul Chan ระบุว่าการทบทวนครั้งนี้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภาษีโลกที่เปลี่ยนแปลง และย้ำว่า “นโยบายภาษีเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ” Mr. Paul Chan จะจัดตั้งและเป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านนโยบายภาษี เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และวิชาชีพ เพื่อให้แน่ใจว่านโยบายภาษีของฮ่องกงสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ

 

ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง

การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจเชิงนวัตกรรม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านภาษีและอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนส่งผลต่อผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจในฮ่องกงหรือค้าขายกับฮ่องกง ดังนี้

1) ฮ่องกงกลับมาเกินดุลและเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว แสดงว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคดีขึ้น ทำให้ กำลังซื้อและกิจกรรมทางธุรกิจมีแนวโน้มขยายตัว   การคาดการณ์เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3 ใน 5 ปีข้างหน้า ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถวางแผนขยายตลาดระยะกลางและยาวได้มั่นคงขึ้น โดยเฉพาะภาคบริการ การท่องเที่ยว และค้าปลีกจะได้รับผลกระทบเชิงบวก เหมาะสำหรับสินค้าไทยที่มีจุดแข็งด้านคุณภาพและภาพลักษณ์ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม สุขภาพ–ความงาม ไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

2) การใช้กองทุนแลกเปลี่ยนเงินตราและกองทุนภายนอกรัฐบาลเพื่อเร่งโครงสร้างพื้นฐานเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย  โครงการ Northern Metropolis และโครงสร้างพื้นฐานใหม่จะทำให้ความต้องการสินค้าด้านวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์อาคาร ระบบอัจฉริยะ และบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยที่มีสินค้าอุตสาหกรรม เช่น วัสดุก่อสร้างสีเขียว อุปกรณ์ไฟฟ้า–อิเล็กทรอนิกส์ หรือบริการออกแบบ สามารถเข้าร่วมเป็นหนึ่งในคู่ค้ากับผู้รับเหมาในฮ่องกงได้ 

3) Northern Metropolis และ San Tin Technopole: เขตเศรษฐกิจใหม่ที่ไทยควรจับตาและมองหาโอกาสร่วมลงทุนหรือจับมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริษัทเทคโนโลยีในพื้นที่ ผู้ประกอบการไทยด้าน อาหารนวัตกรรม (FoodTech), โลจิสติกส์, Smart Manufacturing, Smart City Solutions สามารถเข้าไปเป็นผู้ให้บริการหรือซัพพลายเออร์ได้ ทั้งนี้สินค้าไทยที่ต้องการขยายสู่จีนแผ่นดินใหญ่สามารถใช้ Northern Metropolis เป็นฐานโลจิสติกส์และการทดสอบตลาด เนื่องจากอยู่ติดเซินเจิ้น

4) มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการฟื้นฟูชนบท ถือเป็นโอกาสสำหรับสินค้าและบริการไทย 

เช่น ร้านอาหารไทย  สปาเพื่อสุขภาพ สินค้าไลฟ์สไตล์และของฝาก  ทั้งนี้แบรนด์ไทยสามารถจัดร้าน Pop-up หรือกิจกรรมส่งเสริมการขายตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของฮ่องกง การเพิ่มงบอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมจะช่วยให้เกิดพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ 

5) มาตรการลดหย่อนภาษีและบรรเทาภาระประชาชนชั้นกลาง จะช่วยให้ผู้คนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อสินค้าไทยที่อยู่ในกลุ่มพรีเมียมที่มีคุณภาพสูง และธุรกิจไทยที่ดำเนินธุรกิจในฮ่องกงจะได้รับประโยชน์จากการลดภาษีกำไรและค่าธรรมเนียมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรใช้ช่วงนี้ในการขยายฐานลูกค้าและทำกิจกรรมการตลาดเชิงรุก

 

 

ข่าว 26 กพ 69.pdf
Share :
Instagram