
แอฟริกาใต้กำลังเผชิญการขยายตัวอย่างรวดเร็วของภาคอีคอมเมิร์ซ จากการที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับความสะดวก ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น การซื้อสินค้าออนไลน์ได้กลายเป็นพฤติกรรมปกติของผู้บริโภค โดยไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่ผ่านมา Takealot.com แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของแอฟริกาใต้ ซึ่งก่อตั้งตั้งแต่ปี 2554 มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานตลาดอีคอมเมิร์ซ และเป็นแรงผลักดันให้ผู้ค้ารายอื่น รวมถึงร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม หันมาพัฒนาและขยายช่องทางการขายออนไลน์อย่างจริงจัง โดยอีคอมเมิร์ซสามารถเสนอราคาสินค้าที่แข่งขันได้มากกว่า เนื่องจากมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่าร้านค้าหน้าร้านทั่วไป
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคในแอฟริกาใต้เปลี่ยนพฤติกรรมจากการจับจ่ายในร้านค้าทั่วไป (brick-and-mortar) ไปสู่การซื้อสินค้าออนไลน์อย่างชัดเจน โดยข้อจำกัดด้านการเดินทางและความกังวลด้านสุขภาพ ทำให้บริการจัดส่งแบบไม่ต้องสัมผัส (contactless delivery) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลระบุว่า ณ ต้นปี 2568 แอฟริกาใต้มีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึงร้อยละ 78.90 หรือประมาณ 50.80 ล้านคน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อการขยายตัวของตลาดออนไลน์ โดยความสะดวก ความน่าเชื่อถือของระบบชำระเงิน และการเข้าถึงข้อมูลสินค้าอย่างครบถ้วน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น
ด้านมูลค่าตลาด รายงานของ World Wide Worx (หน่วยงานวิจัยด้านการตลาดและวิเคราะห์กลยทธ์ชั้นนำของแอฟริกาใต้) คาดการณ์ว่า มูลค่าการค้าปลีกออนไลน์ของแอฟริกาใต้จะสูงกว่า 130,000 ล้านแรนด์ (ประมาณ 247,000 ล้านบาท) ภายใน 31 มีนาคม 2569 (สิ้นสุดปีงบประมาณ 2568 ของแอฟริกาใต้) และจะคิดเป็นเกือบร้อยละ 10 ของตลาดค้าปลีกทั้งหมด โดยแนวโน้มดังกล่าวมีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 12 ภายในปี 2570 ทั้งนี้ Takealot รายงานการเติบโตของกำไรขั้นต้นถึงร้อยละ 29 ในช่วงปีที่ผ่านมา และมีผู้ขายในระบบมากกว่า 18,000 ราย สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เห็นว่า ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมยังคงมีบทบาทในตลาด เนื่องจากอีคอมเมิร์ซยังมีข้อจำกัดในบางด้าน เช่น ค่าจัดส่ง โปรโมชั่น และความหลากหลายของสินค้าที่รวมอยู่ในแพลตฟอร์มเดียว
ขณะเดียวกัน การเข้ามาของผู้ค้าปลีกออนไลน์ข้ามชาติ เช่น Amazon, Shein และ Temu ได้เพิ่มการแข่งขันในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า และเครื่องหนัง ซึ่งแม้จะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากราคาที่ต่ำและทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น แต่ก็ส่งผลกดดันต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ต้องเผชิญต้นทุนและภาระภาษีที่สูงกว่า
ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ : การเติบโตของอีคอมเมิร์ซในแอฟริกาใต้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของภาคค้าปลีกและพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลต่อรูปแบบการแข่งขันและห่วงโซ่อุปทานในระยะกลางถึงระยะยาว โดยเฉพาะการเพิ่มบทบาทของแพลตฟอร์มดิจิทัลและผู้ค้าข้ามชาติ ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ส่ออกสินค้าไทยร่วมมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่นในการใช้ช่องทางออนไลน์เป็นอีกทางเลือกในการเข้าถึงตลาดแอฟริกาใต้ได้มากขึ้น อย่างไรก็ดี
ควรพิจารณาปัจจัยด้านการแข่งขันด้านราคา ต้นทุนโลจิสติกส์ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การขยายตลาดเป็นไปอย่างเหมาะสมและยั่งยืน
เครดิตภาพและที่มาข่าว www.connectingafrica.com
ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย
มกราคม 2569