
กัมพูชาและจีนได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อเปิดทางสำหรับการส่งออก เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทั้งเปลือก (พันธุ์ M23) จากกัมพูชาไปยังตลาดจีนในระยะแรก มูลค่าประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่ามูลค่าการค้าจะสามารถขยายตัวได้ถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอนาคต
พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ณ กระทรวงพาณิชย์กัมพูชา ในโอกาสการพบปะระหว่างนาย Samheng Bora รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับนาย Jiang Xiaofei ผู้อำนวยการคณะกรรมการทำงานขยายวิสาหกิจในต่างประเทศของสถาบันยุทธศาสตร์นวัตกรรมและการพัฒนาแห่งประเทศจีน
กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างและขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างกัมพูชา–จีน รวมทั้งศึกษาศักยภาพในการผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรของกัมพูชา โดย MoU เรื่อง “สัญญาการจัดหาเม็ดมะม่วงหิมพานต์กัมพูชา” ได้ลงนามระหว่างตัวแทนบริษัท China Bonded Port Group Co., Ltd. และบริษัท Men Sarun MDR Co., Ltd.
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว กัมพูชาจะเริ่มส่งออกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทั้งเปลือก (พันธุ์ M23) ไปยังจีนในระยะแรก มูลค่าประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการขยายปริมาณการค้า ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้ถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมเม็ดมะม่วงหิมพานต์กัมพูชา (Cambodia Cashew Association : CAC) ระบุว่า ในปี 2568 กัมพูชาส่งออกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบไปยังตลาดโลกประมาณ 1 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปี 2567
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. กัมพูชากำหนด นโยบายเม็ดมะม่วงหิมพานต์แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 เพื่อมุ่งสู่การเป็น “ราชาแห่งเม็ดมะม่วงหิมพานต์” โดยเน้นเพิ่มการแปรรูปภายในประเทศ ยกระดับมูลค่าเพิ่ม และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก จากเดิมที่พึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบดิบไปสู่การผลิตและส่งออกสินค้ามูลค่าสูงอย่างยั่งยืน
2. ในปี 2568 เม็ดมะม่วงหิมพานต์กัมพูชาเริ่มวางจำหน่ายในร้าน Family Mart ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมากกว่า 16,000 สาขา โดย CAC ระบุว่า ญี่ปุ่นมีความต้องการเม็ดมะม่วงหิมพานต์แปรรูปประมาณ 10,000 ตันต่อปี แต่ยังนำเข้าจาก India และ Vietnam เป็นหลัก เนื่องจากกัมพูชายังมีศักยภาพการแปรรูปจำกัด จึงเปิดโอกาสต่อการลงทุนด้านเทคโนโลยีแปรรูป เช่น การคั่ว ปรุงรส และบรรจุภัณฑ์ โดยกัมพูชามีพันธุ์ M23 ที่มีเมล็ดขนาดใหญ่และคุณภาพดี
3. การขยายการส่งออกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบไปยังตลาดประเทศจีน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการกระจายตลาดของกัมพูชา เนื่องจากที่ผ่านมา เวียดนามเป็นตลาดหลัก โดยในปี 2568 กัมพูชาผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบ 1,020,757 ตัน และส่งออกไปเวียดนาม 1,000,757 ตัน มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 27% จากปี 2567 ตามข้อมูลของ CAC
________________________________________________________
ที่มา Phnom Penh Post & Thmey Thmey News
16 มีนาคม 2569