fb
จีนเร่งพัฒนา AI และหุ่นยนต์อัจฉริยะ ขยายการใช้งานจากภาคการผลิตสู่ตลาดโลก

จีนเร่งพัฒนา AI และหุ่นยนต์อัจฉริยะ ขยายการใช้งานจากภาคการผลิตสู่ตลาดโลก

โดย
Saibhorn
ลงเมื่อ 11 สิงหาคม 2569 10:14
สคต. ณ เมืองเซี่ยเหมิน (จีน) (TTC, Xiamen (China))
6

ปัจจุบันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลจากความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และนโยบายภาครัฐที่มุ่งยกระดับภาคการผลิตเข้าสู่ระบบอัจฉริยะ ส่งผลให้หุ่นยนต์ถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและบริการอย่างแพร่หลายมากขึ้น พร้อมขยายบทบาทจากการตอบสนองความต้องการภายในประเทศไปสู่การแข่งขันในตลาดโลก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความพร้อมด้านห่วงโซ่อุปทาน บุคลากร และตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่ ช่วยให้ผู้ประกอบการจีนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วและนำไปทดลองใช้งานในสถานการณ์จริง ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนผลักดันให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีบทบาทสำคัญในระดับสากล

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือ การจัดงาน World Artificial Intelligence Conference หรือ WAIC 2026 ซึ่งรวบรวมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัย ภายในงานมีการจัดแสดงหุ่นยนต์มนุษย์ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์กู้ภัย ตลอดจนระบบ AI ที่สามารถนำไปใช้ในภาคการผลิต ภาคบริการ และการดำเนินธุรกิจหลายรูปแบบ แสดงให้เห็นว่าการพัฒนา AI ของจีนกำลังเปลี่ยนจากการวิจัยในห้องทดลองไปสู่การประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

e4d2fe6e-8c61-44f3-bd36-57f3a75cb307.png

  ที่มา: https://www.baidu.com/

การเติบโตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ยังสอดคล้องกับการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI ในระดับประเทศ ข้อมูลเศรษฐกิจจากหลายมณฑลของจีนบ่งชี้ว่า AI ได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง หลายพื้นที่จึงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ศูนย์ประมวลผลอัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความพร้อมในการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ในหลายมณฑลของจีนมีอัตราการเติบโตในระดับเลขสองหลัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมวงจรรวมและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เมืองสำคัญอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้นยังคงมีบทบาทด้านการวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบอัจฉริยะ ขณะที่มณฑลกุ้ยโจวให้ความสำคัญกับศูนย์ข้อมูลและระบบประมวลผล เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI ในพื้นที่อื่นของประเทศ

จีนยังเร่งขยายกำลังการประมวลผลอัจฉริยะ[1] อย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 กำลังการประมวลผลอัจฉริยะของจีนอยู่ที่ประมาณ 2,185 EFLOPS[2] เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจีนยังคงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีและการนำไปใช้ในภาคเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถของระบบหุ่นยนต์ เนื่องจากหุ่นยนต์รุ่นใหม่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากในการประมวลผล การจดจำวัตถุ การวางแผนเส้นทาง และการตัดสินใจระหว่างปฏิบัติงาน เมื่อประสิทธิภาพของระบบ AI เพิ่มขึ้น หุ่นยนต์จึงสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

375e4914-fb91-4a12-a3e6-9d3b0b599fcd.png

ที่มา: https://www.baidu.com/

การขยายตัวของตลาดยังเห็นได้จากการเติบโตของผู้ประกอบการหุ่นยนต์จีนหลายราย อาทิ Pudu Robotics ผู้ผลิตหุ่นยนต์บริการซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2559 ปัจจุบันบริษัทมียอดส่งมอบหุ่นยนต์สะสมมากกว่า 130,000 เครื่อง ให้บริการลูกค้ากว่า 50,000 ราย ครอบคลุม 85 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ

               หุ่นยนต์ของ Pudu Robotics ถูกนำไปใช้ในร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน คลังสินค้า และสถานที่สาธารณะ โดยเฉพาะหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่มียอดคำสั่งซื้อเติบโตมากกว่าร้อยละ 100 ติดต่อกันหลายปี ขณะที่บริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดหุ่นยนต์บริการทำความสะอาดเชิงพาณิชย์ทั่วโลกประมาณร้อยละ 29 และได้รับคำสั่งซื้อบางส่วนต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 แสดงให้เห็นว่าความต้องการหุ่นยนต์บริการของจีนในตลาดต่างประเทศยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อีกหนึ่งตัวอย่าง คือ DEEP Robotics ผู้พัฒนาหุ่นยนต์สี่ขาที่ออกแบบให้ทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงหรือมีสภาพแวดล้อมซับซ้อน หุ่นยนต์สามารถเดินบนพื้นที่ลาดชัน ตรวจสอบความผิดปกติของระบบไฟฟ้าและเครื่องจักร ตลอดจนส่งข้อมูลกลับมายังศูนย์ควบคุมแบบทันที จึงเหมาะกับการใช้งานในโรงไฟฟ้า เหมืองแร่ โรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่ภัยพิบัติ และงานรักษาความปลอดภัย 

ก่อนหน้านี้ ผลิตภัณฑ์ของ DEEP Robotics ถูกนำไปใช้งานในประเทศจีนเป็นหลัก แต่การพัฒนาความสามารถของระบบนำทาง การตรวจจับสภาพแวดล้อม และการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ช่วยให้บริษัทสามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้มากขึ้น กรณีดังกล่าวบ่งชี้ว่าผู้ผลิตหุ่นยนต์จีนไม่ได้แข่งขันเพียงด้านราคา แต่ยังมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของแต่ละอุตสาหกรรม และเริ่มขยายตลาดในต่างประเทศมากขึ้น

a46b0926-0e34-488c-ba5a-93b0ef734aca.png

ที่มา: https://www.baidu.com/

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการพัฒนาหุ่นยนต์ครอบคลุมมากกว่า 16 กลุ่มอุตสาหกรรมและกว่า 800 รูปแบบการใช้งาน ตั้งแต่หุ่นยนต์ขนส่ง หุ่นยนต์ทำความสะอาด หุ่นยนต์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์ตรวจสอบ ไปจนถึงหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ แนวทางดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า จุดแข็งของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีนไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความสามารถในการผลิตสินค้าในปริมาณมาก แต่ยังครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

การขยายตัวของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ยังสอดคล้องกับการยกระดับโครงสร้างการส่งออกของจีน ข้อมูลการค้าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ระบุว่า จีนส่งออกหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมูลค่า 6.29 พันล้านหยวน (ประมาณ 31,450 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่งออกไปยัง 141 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ ขณะที่หุ่นยนต์ผ่าตัดมีมูลค่าส่งออก 480 ล้านหยวน (ประมาณ 2,400 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.3 เท่า ส่วนหุ่นยนต์ทำความสะอาดและหุ่นยนต์ชีวเลียนอัจฉริยะมีมูลค่าส่งออกรวม 18.09 พันล้านหยวน (ประมาณ 90,450 ล้านบาท) บ่งชี้ว่าหุ่นยนต์กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นต่อการส่งออกสินค้านวัตกรรมและการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงของจีน

f831a55f-e2d0-401e-8a68-3926f1861681.png

ที่มา: https://www.baidu.com/

              อีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญ คือ การกำหนดรหัสพิกัดศุลกากร (HS Code) เฉพาะให้แก่หุ่นยนต์ชีวเลียนอัจฉริยะ[1] และหุ่นยนต์ทำความสะอาด ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยเพิ่มรหัสใหม่รวม 3 รหัส ได้แก่ รหัส 8479.8970 สำหรับหุ่นยนต์ชีวเลียนอัจฉริยะ และรหัส 8508.1110 กับ 8508.1910 สำหรับหุ่นยนต์ทำความสะอาด ทั้งนี้ ก่อนมีรหัสเฉพาะ หุ่นยนต์ชีวเลียนอัจฉริยะถูกจัดรวมอยู่ในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่นที่ไม่ได้ระบุประเภทไว้อย่างชัดเจน ส่วนหุ่นยนต์ทำความสะอาดถูกจัดรวมกับเครื่องดูดฝุ่นประเภทอื่น ทำให้การแยกข้อมูลมูลค่าและปริมาณการค้าในสินค้าหุ่นยนต์แต่ละประเภททำได้จำกัด รหัสใหม่จึงเปรียบเสมือนหมายเลขประจำตัวของสินค้า ช่วยให้หน่วยงานศุลกากรจำแนกสินค้าและจัดเก็บสถิติการนำเข้าและส่งออกได้ละเอียดขึ้น รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการดำเนินพิธีการศุลกากรได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

การกำหนดรหัสพิกัดศุลกากรเฉพาะดังกล่าว สอดคล้องกับการขยายตัวของการผลิตและการใช้งานหุ่นยนต์ในจีนที่มีความหลากหลายและเฉพาะทางมากขึ้น โดยเฉพาะหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมและภารกิจที่ซับซ้อน ขณะที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI และระบบประมวลผลสมรรถนะสูงมีส่วยช่วยเพิ่มขีดความสามารถของหุ่นยนต์ในการประมวลผลข้อมูล การรับรู้สภาพแวดล้อม และการตัดสินใจ ส่งผลให้หุ่นยนต์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการได้กว้างขวางยิ่งขึ้น

แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนกำลังพัฒนาจากการมุ่งเน้นด้วยการวิจัยและพัฒนา ไปสู่การผลิตและการใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง ควบคู่กับการขยายตัวของตลาดต่างประเทศ การมีรหัสพิกัดศุลกากรที่สามารถจำแนกหุ่นยนต์แต่ละประเภทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงไม่เพียงเอื้อต่อการจัดเก็บข้อมูลและการดำเนินพิธีการศุลกากรแต่ยังสอดคล้องกับบทบาทของสินค้าหุ่นยนต์ที่เพิ่มขึ้นในการค้าระหว่างประเทศของจีน

 

ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน:

การเติบโตของอุตสาหกรรม AI และหุ่นยนต์จีนส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน ฉบับที่ 15 ซึ่งกำหนดให้ AI หุ่นยนต์ และระบบการผลิตอัจฉริยะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมส่งเสริมการนำเทคโนโลยีไปใช้จริงในภาคการผลิตและบริการ นโยบายดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มความต้องการชิ้นส่วน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ ตลอดจนบริการติดตั้งและบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้อง 

การปรับ HS Code ยังช่วยให้จีนสามารถติดตามการเติบโตของมูลค่าอุตสาหกรรม AI ได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ภาครัฐจีนยังมีการปรับกฎเกณฑ์และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าในทุกอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์การผลิตและส่งออกที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยการปรับระเบียบต่าง ๆ นี้ยังมีแนวโน้มครอบคลุมมาตรฐานสินค้าที่สูงขึ้นและปลอดภัยขึ้น อันเป็นผลดีต่อผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศ และยกระดับประเทศจีนในฐานะผู้ผลิตและส่งออกสินค้าที่มีมาตรฐานในเวทีการค้าโลก 

สคต. ณ เมืองเซี่ยเหมิน สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานผ่านการนำเข้าและส่งออกวัสดุ ชิ้นส่วน อุปกรณ์ และบริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสร้างความร่วมมือกับบริษัทจีนเพื่อนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในธุรกิจที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การเกษตรและอาหาร การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ เป็นต้น ผ่านการสนับสนุนข้อมูล การนัดหมายกับบริษัทคู่ค้า การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมเจรจาการค้า 

 

http://share.gmw.cn/politics/

https://share.gmw.cn/economy/

https://share.gmw.cn/tech/

https://www.baidu.com/

เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน

7 สิงหาคม 2569

 


 

 

ข่าวเด่นประจำสัปดาห์จากสาธารณะรัฐประชาชนจีน ประจำวันที่ 3 - 9 ส.ค. 69-7สค69.pdf
Share :
Instagram