fb
รายงานแนวโน้มตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในอิสราเอลและกลยุทธ์โอกาสของสินค้าไทย

รายงานแนวโน้มตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในอิสราเอลและกลยุทธ์โอกาสของสินค้าไทย

โดย
Natthapong
ลงเมื่อ 08 มิถุนายน 2569 15:40
สคต. ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล) (TTC, Tel Aviv (Israel))
4
  1. บทนำ

    ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศอิสราเอลเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีปัจจัยเร่งมาจากกระแส Pet Humanization ที่ผู้บริโภคเปลี่ยนทัศนคติจากการเลี้ยงสัตว์เพื่อเฝ้าบ้าน มาเป็นการเลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว (คนโสดและผู้สูงอายุเลี้ยงเพิ่มขึ้นเด่นชัด) ส่งผลให้มีความต้องการสินค้าพรีเมียมและกลุ่มสินค้าฟังก์ชันนอล (Functional Food) สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    มูลค่าและการเติบโต: มูลค่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโดยรวมในอิสราเอลอยู่ที่ประมาณ 650–700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ของตลาดอยู่ที่ 5–6% ต่อปี ขณะที่สัดส่วนตลาดนำเข้าเติบโตในอัตราที่สูงกว่าที่ 7–8% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าอิสราเอลพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นหลัก

    โอกาสของสินค้าไทย: ประเทศไทยมีจุดแข็งสูงสุดในกลุ่มสินค้า Wet Cat Food (อาหารแมวแบบเปียก) และ Seafood-based Treats (ขนมขบเคี้ยวจากอาหารทะเล) เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกทูน่าระดับโลก ตลาดอิสราเอลจึงเป็นโอกาสทองทั้งในการส่งออกภายใต้แบรนด์ไทย และการรับจ้างผลิตในลักษณะ OEM / Private Label ให้กับห้างโมเดิร์นเทรดรายใหญ่ในท้องถิ่นเพื่อแข่งขันกับกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก

 

2. โครงสร้างตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคชาวอิสราเอล

2.1 สถิติจำนวนสัตว์เลี้ยงและวัฒนธรรมการเลี้ยง

การเลี้ยงสุนัข (Dog Culture): ปัจจุบันมีสุนัขที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องในอิสราเอลมากกว่า 630,000 ตัว โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทลอาวีฟ (Tel Aviv) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อสุนัขสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่งผลให้สินค้าสำหรับสุนัขมีปริมาณการจำหน่ายที่สูงในเชิงวอลลุ่ม

แนวโน้มการเลี้ยงแมว (Cat Boom): การขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) และการอยู่อาศัยคนเดียว (Single-person Spending) ส่งผลให้ประชากรแมวเลี้ยงในอาคารชุดและคอนโดมิเนียมเติบโตในอัตราเร่ง เนื่องจากแมวใช้พื้นที่เลี้ยงน้อยและดูแลรักษาง่ายกว่าสุนัข เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ตลาดอาหารแมวเปียกและขนมแมวเลียเติบโตแบบก้าวกระโดด

2.2 สัดส่วนมูลค่าตลาดแบ่งตามประเภทสัตว์เลี้ยง

Dog Food (อาหารสุนัข): สัดส่วนประมาณ 55–60% ของมูลค่าตลาดรวม (สินค้าหลักคืออาหารเม็ดแห้ง)

Cat Food (อาหารแมว): สัดส่วนประมาณ 30–35% ของมูลค่าตลาดรวม (กลุ่มอาหารเปียกและขนมแมวมีอัตราการเติบโตสูงสุด)

Fish / Bird / Small Pets (สัตว์เลี้ยงขนาดเล็กอื่นๆ): สัดส่วนประมาณ 5–10%

 

3. สถิติจำนวนการนำเข้าและโครงสร้างคู่แข่งสำคัญ

อิสราเอลนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากทั่วโลกคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี 

 

โดยโครงสร้างส่วนแบ่งตลาด (Import Market Share) ถูกครองโดยประเทศผู้ส่งออกหลัก 5 อันดับแรก ดังนี้

 

ประเทศ

ส่วนแบ่งตลาด (%)

จุดเด่นและตำแหน่งสินค้าในตลาดอิสราเอล

1. อิตาลี

18% – 22%

เจ้าตลาดอาหารเปียกเกรดพรีเมียม ภาพลักษณ์แบรนด์ยุโรปดีเยี่ยม ได้เปรียบระยะทาง

2. เยอรมนี

15% – 18%

โดดเด่นในกลุ่มอาหารเม็ดแห้งและอาหารสัตว์ป่วยสูตรเฉพาะแพทย์ (Veterinary Diets)

3. ฝรั่งเศส

10% – 12%

แบรนด์พรีเมียมระดับโลก (Global Brands) มีความภักดีต่อแบรนด์สูงจากผู้บริโภค

4. เช็ก / โปแลนด์

8% – 10%

คู่แข่งสายตรงเน้นรับจ้างผลิต  Private Label ราคาประหยัด ได้เปรียบเรื่องโลจิสติกส์ยุโรป

5. ไทย

6% – 8%

ผู้นำในกลุ่ม Wet Cat Food สูตรรสทูน่า/ซีฟู้ด และขนมขบเคี้ยว (Treats)

 

4. การวิเคราะห์ SWOT Analysis ของสินค้าไทยในตลาดอิสราเอล

 

Strengths (จุดแข็ง)

World-class Net Food Exporter: ประเทศไทยมีห่วงโซ่อุปทานการผลิตปลาทูน่าและอาหารทะเลแปรรูปที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารเปียกกลุ่มซีฟู้ดต่ำและมีคุณภาพสม่ำเสมอ

OEM / Private Label Capability: โรงงานไทยมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับสูตร ปรับบรรจุภัณฑ์ และผลิตสินค้าตามมาตรฐานสากลที่ผู้นำเข้าอิสราเอลต้องการได้อย่างรวดเร็ว

High Production Standards: โรงงานไทยผ่านการรับรองมาตรฐานสากลเข้มงวด เช่น GMP, HACCP, BRC และ ISO ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานยุโรปที่อิสราเอลยอมรับ

 

Weaknesses (จุดอ่อน)

Long Shipping Lead Time: ระยะเวลาขนส่งทางเรือจากไทยไปอิสราเอลค่อนข้างนาน (เฉลี่ย 30-50 วัน) เนื่องจากต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปหรือเผชิญความผันผวนของเส้นทางเดินเรือรอบทะเลแดงในปัจจุบัน

Limited Brand Recognition: แบรนด์สินค้าสัตว์เลี้ยงสัญชาติไทยแท้ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาดค้าปลีกอิสราเอล ส่วนใหญ่ยังพึ่งพาการส่งออกในลักษณะรับจ้างผลิต (OEM)

Opportunities (โอกาส)

Growth of Premium & Functional Markets: ผู้บริโภคชาวอิสราเอลยินดีจ่ายแพงขึ้นสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงประเภท  Grain-Free, อาหารฟังก์ชันนอล (บำรุงขน บำรุงข้อ) ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ไทยมีศักยภาพผลิต

Retailer Private Label Expansion: ห้างซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ในอิสราเอลหันมาทำแบรนด์สินค้าสัตว์เลี้ยงของตัวเองเพื่อสู้ศึกราคา จึงเป็นโอกาสให้โรงงานไทยเข้าไปแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดงานผลิตจากยุโรปตะวันออก

 

Threats (อุปสรรค)

Geopolitics & Freight Volatility: ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางและวิกฤตการณ์ทะเลแดง ส่งผลให้ค่าระวางเรือผันผวนและเกิดปัญหาสินค้าดีเลย์ข้ามปี

Strong European Bias: ผู้บริโภคชาวอิสราเอลมีความเชื่อมั่นในมาตรฐานและความปลอดภัยของแบรนด์จากทวีปยุโรปมากกว่าทวีปเอเชีย

 

 

 

5. การวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนและขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงลึก

เพื่อให้เห็นภาพความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างไทยกับคู่แข่ง สคต. ได้จัดทำแบบจำลองโครงสร้างต้นทุนสินค้า "อาหารสัตว์เลี้ยง/อาหารแมวเกรดพรีเมียม" บนเงื่อนไขการซื้อขายแบบ FOB (Free On Board) ณ ท่าเรือต้นทาง โดยเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยและคู่แข่งสำคัญในยุโรป รวมถึงเจ้าตลาดกลุ่มราคาที่จะเป็นคู่แข่งหลังกับไทยในอิสราเอลในปัจจุบันคือ สินค้าจาก เช็กและโปแลนด์ (Czech/Poland) ณ ระดับราคาขายปลีกบนชั้นวาง (Shelf Price) ที่เท่ากันในตลาดอิสราเอล คือ 3.50 USD ต่อหน่วย

 

ตารางประมาณการโครงสร้างต้นทุนการนำเข้า (FOB ถึง Landed Cost)

(หน่วย: ดอลลาร์สหรัฐ - USD ต่อหน่วยสินค้า / คำนวณตามดัชนีค่าระวางเรือพฤษภาคม 2569)

องค์ประกอบต้นทุน

🇹🇭 ไทย 
(Wet Cat Food)

🇮🇹 อิตาลี 
(Premium Dry/Wet)

🇩🇪 เยอรมนี 
(Veterinary/Dry)

🇬🇧 สหราชอาณาจักร 
(Premium Organic)

🇨🇿/🇵🇱 เช็ก/โปแลนด์ 
(Private Label/Mass)

1. ราคาซื้อ FOB ณ ต้นทาง

0.80

1.20

1.30

1.35

0.95

2. ค่าระวางเรือ (Ocean Freight)

0.25

0.05

0.07

0.09

0.06

3. ค่าประกันภัย (Insurance)

0.01

0.01

0.01

0.01

0.01

รวมราคา CIF โฮลเดอร์

1.06

1.26

1.38

1.45

1.02

4. ภาษีนำเข้า (Duty 0%)

0.00

0.00

0.00

0.00

0.00

5. ค่าเคลียร์สินค้า & ตรวจโรค

0.05

0.03

0.03

0.04

0.03

6. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 17%)

0.19

0.22

0.24

0.25

0.18

ต้นทุนรวมส่งถึงคลัง (Landed Cost)

1.30

1.51

1.65

1.74

1.23

7. ค่าถือครองสินค้า (Inventory)

0.09

0.02

0.02

0.03

0.02

ต้นทุนรวมสุทธิของผู้นำเข้า

1.39

1.53

1.67

1.77

1.25

ราคาเสนอขายปลีกบนชั้น (Shelf)

3.50

3.50

3.50

3.50

3.50

ส่วนต่างกำไรขั้นต้น (Margin %)

60.3%

56.3%

52.3%

49.4%

64.3%

หมายเหตุข้อกำหนดด้านภาษี: อาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้ พิกัดอัตราศุลกากรสากล (HS Code) หมวด 2309.10 (อาหารสุนัขหรือแมว จัดทำขึ้นเพื่อการขายปลีก) ได้รับยกเว้นภาษีศุลกากรขาเข้าในประเทศอิสราเอล (Customs Duty 0%) แต่ผู้นำเข้ามีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ท้องถิ่นในอัตรา 17% เท่ากันหมดทุกประเทศ

 

สรุปผลวิเคราะห์จุดได้เปรียบเชิงต้นทุน (Cost Advantage Conclusion)

  1. เช็กและโปแลนด์: ได้เปรียบสูงสุดด้านราคาสุทธิและการขนส่งยุโรป (Overall Cost Leader)
    กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก (เช็ก/โปแลนด์) ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของไทย เนื่องจากสามารถทำราคา FOB ได้ต่ำใกล้เคียงกับไทย (0.95 USD) จากค่าแรงที่ถูกกว่ายุโรปตะวันตก อีกทั้งยังได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ทำให้มี ค่าระวางเรือที่ต่ำมาก (0.06 USD) และ Lead Time สั้น ส่งผลให้ต้นทุนรวมสุทธิของผู้นำเข้าต่ำที่สุดในตาราง (1.25 USD) เปิดโอกาสให้ห้างค้าปลีกทำกำไรจาก Private Label ได้สูงสุดถึง 64.3%

  2. ประเทศไทย: ยังคงได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตหน้าโรงงาน (FOB) แต่โดนกดดันจากค่า Freight
    โรงงานในไทยมีประสิทธิภาพการผลิตในเกรดพรีเมียม (โดยเฉพาะสูตรเนื้อปลาและซีฟู้ด) ที่เหนือกว่าเช็กและโปแลนด์ ทำให้กดราคา FOB ลงมาต่ำที่สุดได้ที่ 0.80 USD ทว่า จุดคุ้มทุนนี้ถูกหักล้างด้วย ค่าระวางเรือที่พุ่งสูง (0.25 USD)จากวิกฤตทางทะเลและการขนส่งระยะไกล ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้น (Margin) ของไทยหล่นลงมาอยู่ที่ 60.3% เป็นรองกลุ่มเช็ก/โปแลนด์เล็กน้อย

  3. แนวทางการแข่งขันของไทย: สินค้าไทยไม่ควรไปสู้ศึกราคาในกลุ่มอาหารเม็ดแห้ง (Dry Food) แข่งกับเช็กและโปแลนด์ แต่ต้องชูจุดแข็งในกลุ่ม Premium Wet Cat Food (อาหารแมวเปียกเนื้อทูน่าแปรรูป) ซึ่งโรงงานยุโรปตะวันออกไม่มีแหล่งวัตถุดิบอาหารทะเลที่สมบูรณ์เท่าประเทศไทย ทำให้ไทยสามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างส่วนต่างกำไรที่คุ้มค่าให้แก่ผู้นำเข้าอิสราเอลได้

 

6. กฎระเบียบและมาตรฐานสำคัญในการเข้าสู่ตลาดอิสราเอล

การส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไปยังอิสราเอลมีความเข้มงวดด้านสุขอนามัยพืชและสัตว์ ผู้ส่งออกไทยต้องตรวจสอบและปฏิบัติตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  • Import Permit (ใบอนุญาตนำเข้า): ผู้นำเข้าฝั่งอิสราเอลจะต้องยื่นขอใบอนุญาตจากกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของอิสราเอล (Ministry of Agriculture and Rural Development) ก่อนสินค้าจะลงเรือ

  • Health Certificate (ใบรับรองสุขอนามัย): สินค้าต้องมีเอกสารรับรองที่เป็นทางการ ออกโดยกรมปศุสัตว์ของประเทศไทย เพื่อรับรองว่าสินค้าผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อ ปราศจากโรคระบาด และไม่มีสารปนเปื้อนเคมีตกค้าง

  • Labeling Regulations (กฎระเบียบฉลากสินค้า): สินค้าที่วางจำหน่ายจะต้องมีการปิดฉลากข้อมูลสินค้าเป็น ภาษาฮีบรู (Hebrew) โดยระบุชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนผสม (Ingredients) รายชื่อผู้นำเข้า วันผลิตและหมดอายุ อย่างชัดเจนตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของอิสราเอล

  • มาตรฐาน Kosher กับการยกเว้นในช่วงเทศกาล (Passover): แม้อาหารสัตว์เลี้ยงโดยทั่วไปจะไม่บังคับว่าต้องได้รับตรารับรอง Kosher เหมือนอาหารมนุษย์ แต่ในช่วงเทศกาล Passoverของชาวยิว (ช่วงประมาณเดือนเมษายนของทุกปี) จะมีกฎห้ามครอบครองธัญพืชบางชนิด (Chametz) ในบ้าน สินค้าไทยในกลุ่ม Grain-Freeหรือสูตรเนื้อปลา/ซีฟู้ดล้วน จึงกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงและถูกสั่งซื้อเป็นพิเศษในช่วงเวลาดังกล่าวโดยอัตโนมัติ

 

7. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกลยุทธ์การตลาดสำหรับประเทศไทย (Recommendations)

7.1 กลยุทธ์ระยะสั้น (Quick Wins)

  1. เน้นเจาะตลาด Private Label (OEM) ที่เน้นกลุ่มซีฟู้ด: สคต. ควรเร่งจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ออนไลน์ เจาะกลุ่มห้างซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของอิสราเอล เช่น Shufersal หรือ Rami Levy โดยหลีกเลี่ยงการแข่งอาหารเม็ดกับเช็ก/โปแลนด์ แต่เสนอตัวเป็นโรงงานผลิตอาหารแมวเปียกและขนมแมวเลียสูตรซีฟู้ดพรีเมียมภายใต้แบรนด์ห้างแทน

  2. การบริหารความเสี่ยงด้าน Replenishment: แนะนำให้ผู้ส่งออกไทยร่วมมือกับผู้นำเข้าอิสราเอล ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสั่งซื้อมาเป็นสัญญาซื้อขายระยะยาว (Blanket Order) เพื่อจองพื้นที่ระวางเรือล่วงหน้า และเสนอให้ผู้นำเข้าวางแผนสต็อกสินค้าส่วนกลางไว้ล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากการขนส่งที่ใช้เวลานาน

7.2 กลยุทธ์ระยะกลางและระยะยาว

  1. การยกระดับภาพลักษณ์ "Thai Premium Pet Food": ผลักดันร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงไทย ในการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าไทยว่ามีมาตรฐานสูง ปลอดภัย มีความโปร่งใสในกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และมีความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อสร้างจุดต่างจากสินค้าเน้นราคาประหยัดจากยุโรปตะวันออก

  2. มุ่งเน้นสินค้ากลุ่ม "High Value, Low Weight" (สินค้ามูลค่าสูง น้ำหนักเบา): เพื่อหนีปัญหาค่าระวางเรือ (Freight) ที่ผันผวนสูง แนะนำให้ส่งเสริมผู้ส่งออกไทยเปลี่ยนผ่านจากการส่งออกอาหารเม็ดกระสอบใหญ่ หันมาเน้นสินค้ากลุ่ม Premium Functional Treats (ขนมสัตว์เลี้ยงเสริมสุขภาพ) หรือสินค้ากลุ่ม Freeze-Dried ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคา FOB ต่อหน่วยสูงแต่น้ำหนักเบา ทำให้สัดส่วนค่า Freight ต่อหน่วยต่ำลง เพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรได้ดียิ่งขึ้น

 

8. เครือข่ายและช่องทางการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Directory)

8.1 หน่วยงานภาครัฐและสมาคมการค้าในประเทศไทย

  • กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ (เว็บไซต์: www.ditp.go.th)

  • กรมปศุสัตว์ (DLD) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (เว็บไซต์: www.dld.go.th)

  • สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงไทย (TPFA) (เว็บไซต์: www.thaipetfood.org)

8.2 หน่วยงานภาครัฐในประเทศอิสราเอล

  • Ministry of Agriculture and Rural Development (กระทรวงเกษตรอิสราเอล) (เว็บไซต์: www.gov.il/en/departments/ministry_of_agriculture)

  • The Federation of Israeli Chambers of Commerce (FICC - สภาหอการค้าอิสราเอล) (เว็บไซต์: www.chamber.org.il)

 

9. รายชื่อผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรายสำคัญในอิสราเอล (Key Importers Directory)

ลำดับ

บริษัท 

ลักษณะธุรกิจ

ข้อมูลการติดต่อ (E-mail / Tel)

website

1

Bio-Pet Ltd. 
(Maabarot Products Group)

ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ที่สุด ครองตลาดทั้งอาหารเม็ดและอาหารเปียก

📩 info@biopet.co.il 
📞 +972-9-897-3333

www.biopet.co.il

2

Vetmarket Ltd.

ผู้นำเข้าเน้นเกรดพรีเมียม/อาหารสัตว์ป่วย กระจายเข้าคลินิกสัตวแพทย์และ Pet Shop ทั่วประเทศ

📩 office@vetmarket.co.il 
📞 +972-9-865-1155

www.vetmarket.co.il

3

CTS Group 
(Pet Division)

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเวชภัณฑ์ มีแผนกสินค้าสัตว์เลี้ยงที่เน้นสินค้านำเข้าเกรดไฮเอนด์และ OEM

📩 contact@cts.co.il 
📞 +972-9-762-6333

www.cts.co.il

4

Shufersal Ltd. 
(Private Label Dept.)

เครือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ (300+ สาขา) ต้องการหาโรงงาน OEM ทำแบรนด์ห้าง

📩 procurement@shufersal.co.il 
📞 +972-3-948-1515

www.shufersal.co.il

5

Hagai Netivot

ผู้นำเข้าและค้าส่งรายใหญ่ในภาคกลางและภาคใต้ เน้นกลุ่มสินค้าแมสและ Value for Money

📩 hagai@hagai-netivot.co.il 
📞 +972-8-994-4224

www.hagai-netivot.co.il

6

Interpet Ltd.

ตัวแทนจำหน่ายที่เชี่ยวชาญในกลุ่มอาหารเปียก ขนมขบเคี้ยว (Treats) แบรนด์พรีเมียม

📩 sales@interpet.co.il 
📞 +972-9-744-2555

www.interpet.co.il

7

Lidor Elements Ltd.

บริษัทนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารสำเร็จรูป เชี่ยวชาญการเคลียร์ด่านกระทรวงเกษตรอิสราเอล

📩 info@lidorr.com 
📞 +972-9-951-4111

lidorr.com

8

Pet Buy 
(Zol Po Chain)

เชนร้านค้าปลีกเฉพาะทาง (Pet Specialty Chain) รายใหญ่ นำเข้าสินค้าโดยตรงเพื่อขายในสาขาตนเอง

📩 import@petbuy.co.il 
📞 +972-3-908-0100

www.petbuy.co.il

9

Jungle Pet Supplies Ltd.

ผู้นำเข้าและผู้ค้าส่งที่เน้นสินค้า  Grain-Free และอาหารเปียก/ขนมแมวเลียเกรดพรีเมียม

📩 info@jungle.co.il 
📞 +972-4-627-2888

www.jungle.co.il

10

Rami Levy 
(Purchasing Division)

เชนซูเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัดรายใหญ่ (Discount Chain) เน้นนำเข้าอาหารสัตว์กลุ่มราคาประหยัด

📩 purchasing@rami-levy.co.il 
📞 +972-2-653-5555

www.rami-levy.co.il

 

ที่มา : 

  1. สำนักงานสถิติแห่งชาติอิสราเอล (Central Bureau of Statistics - CBS)

  2. ฐานข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ (UN Comtrade)

  3. กรมศุลกากรอิสราเอล (Israel Tax Authority)

  4. กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทอิสราเอล (Ministry of Agriculture and Rural Development)

  5. สภาหอการค้าอิสราเอล (FICC)

  6. ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอนเทนเนอร์ (SCFI)

  7. สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศและทางเรือ: การประมาณการค่าระวางเรือ (Ocean Freight)

 

รายงานการค้า-อาหารสัตว์เลี้ยง มิ.ย.69.pdf
Share :
Instagram