fb
รายงานตลาดสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในนิวซีแลนด์

รายงานตลาดสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในนิวซีแลนด์

โดย
Nongluk
ลงเมื่อ 28 กันยายน 2569 09:30
สคต. ณ นครซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) (TTC, Sydney (Australia))
2

1. อุตสาหกรรมผลิตในประเทศ

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหารสูงมากเช่นเดียวกับออสเตรเลีย และพึ่งพาการผลิตภาคปศุสัตว์ เกษตรกรรม และการประมง ผลผลิตในประเทศส่วนใหญ่สูงเกินความต้องการบริโภคในประเทศจึงเน้นการผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลัก

รายงาน Situation and Outlook for Primary Industries (SOPI) ล่าสุดประจำเดือนมิถุนายน 2569 โดยกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐานนิวซีแลนด์ (Ministry for Primary Industries: MPI) ระบุว่า  ปี 2568-2569 มูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารและเส้นใย (Food and Fibre) ของนิวซีแลนด์ขยายตัวร้อยละ 6 ทำสถิติสูงสุดมีมูลค่า 64,300 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดการณ์ว่า มูลค่าการส่งออกจะเพิ่มเป็น 70,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2573 จากการส่งออกผลผลิตในอุตสาหกรรมหลักๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์และขนสัตว์ พืชผลและพืชสวน อาหารแปรรูปอื่นๆ ป่าไม้และประมง

รายงานโดย Economist Intelligence Unit (EIU) ระบุว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลนิวซีแลนด์มุ่งเน้นดำเนินนโยบายกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ๆ ผ่านการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTAs) เพื่อลดการพึ่งพาจีน (เป็นคู่ค้าสำคัญ)

2. ภาพรวมตลาด/แนวโน้มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในนิวซีแลนด์

มูลค่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มนิวซีแลนด์มีมูลค่า 15,375.8 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ แบ่งเป็นสินค้าอาหารหลักมูลค่า 4,256.9 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ ขยายตัวร้อยละ 5.1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยสินค้าประเภทข้าว พาสต้า และก๋วยเตี๋ยว (Rice, Pasta and Noodles) มีการขยายตัวสูงสุดถึงร้อยละ 9.1 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรย้ายถิ่นฐานชาวเอเชีย และยังเป็นอาหารหลักที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในช่วงวิกฤตค่าครองชีพสูง การเติบโตของตลาดสินค้าประเภทเบเกอรี่ (Baked Goods) ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากผลกระทบจากกระแสการให้ความสำคัญต่อสุขภาพโดยการลดแป้ง/น้ำตาล และสุขภาพการทำงานของลำไส้ ทำให้การเติบโตของอาหารประเภทเค้กค่อนข้างซบเซา ในขณะที่ สินค้าอาหารประเภท Flat bread และ Wrap มีการขยายตัวสูงสุด โดยมีความต้องการอาหารประเภท Low-carb diets และตอบโจทย์ความง่าย รวดเร็วและสะดวกในการพกพาเป็นแรงกระตุ้น คาดว่า ในช่วงปี 2568–2573 ตลาดสินค้าอาหารหลักจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 2.2 ต่อปี

ตลาดเครื่องดื่มในนิวซีแลนด์แบ่งออกเป็นตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมูลค่าตลาด 8,714.4 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ หดตัวลงร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบกับเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ได้รับผลผลกระทบจากกระแสการให้ความสำคัญต่อสุขภาพ ทำให้ชาวนิวซีแลนด์ลดการดื่มแอลกอฮอล์ลงเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น 

ตลาดเครื่องดื่มร้อนมีมูลค่าตลาด 603.5 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ ขยายตัวร้อยละ 4.2 ตลาดเครื่องดื่มกาแฟร้อนและเครื่องดื่มชาร้อนมีการเติบโตค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากวัตถุดิบเมล็ดกาแฟและใบชาส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าและมีราคาสูงขึ้นในช่วงวิกฤตน้ำมันโลก

ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มีมูลค่าตลาด 1,801 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 7 จากการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟพร้อมดื่มและ Sport Drink ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 14.9 ร้อยละ 17.6 และร้อยละ 11.2 ตามลำดับ โดยมีความต้องการเสริมสร้างพลังงานและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ (Gen Z & Millennials) อีกทั้ง ผู้ผลิตมีการพัฒนารสชาติใหม่ๆ เช่น รสผลไม้เขตร้อนและสูตรปราศจากน้ำตาล (Zero Sugar) เพิ่มมากขึ้น คาดว่า ภายในปี  2573 มูลค่าตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์จะมีมูลค่า 2,206.3 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ ขยายตัวร้อยละ 4.1 จากการเติบโตของเครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่ม (RTD Coffee) 

นอกจากนี้ ตลาดเครื่องดื่มประเภท Asian Speciality Drinks มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น ชานมไข่มุกพร้อมดื่ม น้ำมะพร้าวแท้ เครื่องดื่มผสมวุ้นมะพร้าว/เฉาก๊วย และน้ำชาสมุนไพร เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของประชากรเชื้อสายเอเชีย และการเปิดรับวัฒนธรรมอาหารเอเชียของชาวนิวซีแลนด์ คาดว่า ภายในปี  2573 มูลค่าตลาดจะมีมูลค่า 20,800 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ ขยายตัวร้อยละ 5.7 

3. พฤติกรรมการบริโภค

ในช่วงปี 2567–2568 โครงสร้างเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศนิวซีแลนด์ต้องเผชิญกับสภาวะแรงกดดันด้านค่าครองชีพ ภาวะเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในครัวเรือน โดยผู้บริโภคชาวนิวซีแลนด์เปลี่ยนพฤติกรรมมาปรุงอาหารเองที่บ้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเปลี่ยนมาซื้อสินค้า Private Label ที่มีราคาประหยัดมากกว่าสินค้าแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอาหารสดและสินค้าอาหารหลัก (Staple Foods) ขยายตัว 

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร สินค้าที่เป็นธรรมชาติ ปราศจากสารปรุงแต่ง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและโภชนาการเฉพาะทาง (Health & Wellness) ตลอดจนกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนเช่นเดียวกันกับตลาดออสเตรเลีย

4. สภาวะการแข่งขันในตลาด

ตลาดสินค้าอาหารมีผู้เล่นรายใหญ่ครองตลาดเพียงไม่กี่ราย ได้แก่  บริษัท Goodman Fielder New Zealand Ltd ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ร้อยละ 8.2 รองลงมาคือผู้ค้าปลีกรายใหญ่ คือ บริษัท Foodstuffs (NZ) Ltd (ร้อยละ 6.6), Heinz Wattie's Ltd (ร้อยละ 6.3) และ Woolworths (New Zealand) Ltd (ร้อยละ 6.2) ตลาดมีการแข่งขันด้านราคาสูงโดยเฉพาะการแข่งขันจากสินค้า Private label ของซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ที่มีการขยายรายการผลิตสินค้าในกลุ่มสินค้าข้าว พาสต้า อาหารกระป๋อง และเบเกอรี่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเสนอราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าแบรนด์ชั้นนำถึงร้อยละ 15–30 และได้รับผลตอบรับจากผู้บริโภคอย่างมากในด้านราคาและความคุ้มค่า ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบและความต้องการบริโภคที่ชะลอตัวลงในขณะที่ตลาดเครื่องดื่มร้อนและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มรการเติบโตได้ต่อเนื่องและมุ่งเน้นการแข่งขันในกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลมสูตรไร้น้ำตาล และน้ำบรรจุขวดเป็นหลัก

5. โอกาส/ความท้าทายของสินค้าไทย

          5.1 โอกาสของสินค้าไทย

อาหารเอเชียยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในนิวซีแลนด์ สินค้ากลุ่มข้าว พาสต้า และบะหมี่สำเร็จรูป ซอส น้ำจิ้ม และเครื่องปรุงรส แป้งมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ปลอดสารกลูเตน และอาหารพร้อมรับประทานยังเป็นที่ต้องการในตลาดค้าปลีกหลัก อย่างไรก็ตาม จากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน การนำเสนอสินค้าในบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่เพื่อความคุ้มค่า (Bulk / Value packs) หรือผลิตอาหาร/ก๋วยเตี๋ยวสำเร็จรูป OEM ให้แก่แบรนด์ Private Label ของซุปเปอร์มาร์เก็ตจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพได้ดียิ่งขึ้น

5.2 ความท้าทายในการขยายตลาดสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม

ปัญหาภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันทำให้ชาวนิวซีแลนด์ใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้นตลาดมีการแข่งขันสูงทั้งระดับ Mainstream และตลาดรายย่อย ประกอบกับการผันผวนของค่าเงินเหรียญนิวซีแลนด์ที่จะส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าไทยและการเสียเปรียบสินค้าที่ผลิตในประเทศ นอกจากนี้ นิวซีแลนด์มีมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Act) กฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) และมาตรการกักกันพืชและสัตว์ที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สินค้าเกษตร พืช ผัก ผลไม้สด และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ จึงต้องผ่านการตรวจสอบตามเงื่อนไข Biosecurity อย่างเคร่งครัด

  1. แนวทางในการขยายตลาด
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสินค้าประเภท Better for you เช่น การปรับสูตร Low Sugar / Zero Sugar, Low Sodium, Gluten-Free และใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Eco-Packaging)

  • เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารในนิวซีแลนด์ เช่น งาน Fine Food New Zealand เพื่อพบปะกับผู้นำเข้าผู้กระจายสินค้า (Distributors) และฝ่ายจัดซื้อของซูเปอร์มาร์เก็ตโดยตรง

  • ร่วมกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์อาหารไทยภายใต้แคมเปญ Thai SELECT และทำการตลาด E-commerce รวมถึงใช้ประโยชน์จากสื่อโซเชียลมีเดีย (TikTok, Instagram) 

    7. ข้อเสนอแนะ

  • ผู้ประกอบการควรเร่งใช้โอกาสและประโยชน์อย่างเต็มที่ในทุกมิติจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP) ซึ่งภาษีศุลกากรได้รับการยกเลิกโดยสมบูรณ์ในปี 2568 เพื่อรักษาและขยายส่วนแบ่งตลาดในนิวซีแลนด์เพิ่มมากขึ้น

  • ผู้ส่งออกควรประสานและทำความเข้าใจกับผู้นำเข้าเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมสินค้าอาหารนำเข้าและความปลอดภัยสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่จะส่งออกมายังตลาดนิวซีแลนด์โดยละเอียด อาทิ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ (ย่อยสลายได้) การปิดฉลากสินค้า (แสดงแหล่งกำเนิด ส่วนผสม วันผลิตและหมดอายุ คำแจ้งเตือนสารก่อภูมิแพ้ เป็นต้น) ปริมาณจุลินทรีย์หรือสารเคมีปนเปื้อนที่สามารถผสมอยู่ในสินค้าอาหารและเครื่องดื่มตามมาตรฐานสินค้าอาหารออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ Australia New Zealand Food Standards Code เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อสินค้ามาถึง

  • ผู้ประกอบการควรหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา แต่เน้นการชูจุดแข็งด้านคุณภาพและความเป็นเอกลักษณ์ โดยสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเรื่องราว (Storytelling) มาตรฐานความปลอดภัยสูง และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ตลอดจนปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ (ขนาดและวัตถุดิบ) ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการบริโภคและโครงสร้างของประชากรชาวนิวซีแลนด์ (สังคมสูงวัยและครัวเรือนขนาดเล็ก)

    ..........................................................................................

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์

รายงานตลาดสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนิวซีแลนด์ ปี 2569.pdf
Share :
Instagram