fb
Airbus เพิ่มการผลิตเครื่องบินยูโรไฟเตอร์ขึ้นสองเท่า
โดย
Thanit
ลงเมื่อ 04 พฤศจิกายน 2568 14:24
สคต. ณ กรุงเบอร์ลิน (เยอรมนี) (TTC, Berlin (Germany))
32

ข่าวล่ามาแรง อุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์ของเยอรมนีออกมาเปิดเผยว่า อาจจะมีการสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ยูโรไฟเตอร์ (Eurofighter) ครั้งใหม่ล๊อตใหญ่ โดยบริษัท Airbus Defence and Space ได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินล๊อตใหม่จำนวน 20 ลำ จากกองทัพเยอรมนีเมื่อสัปดาห์นี้ โดยคณะกรรมการงบประมาณของรัฐสภาเยอรมนีเพิ่งอนุมัติโครงการจัดซื้อดังกล่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้านนาย Michael Schöllhorn หัวหน้าฝ่ายการป้องกันประเทศและอวกาศของบริษัทให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าว Handelsblatt ว่า ในอดีตเราพยายามอย่างมากเพื่อรักษาอัตราการผลิตเครื่องบินให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10 ลำต่อปี แต่ตอนนี้เรากำลังเพิ่มอัตราการผลิตเป็นสองเท่าเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นสำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ในสายการผลิตเครื่องบินยูโรไฟท์เตอร์ก็ต้องเร่งผลิตชิ้นส่วนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าตามไปด้วย

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่อุตสาหกรรมการบินของเยอรมนีต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น บ้างก็ต้องลดกำลังการผลิตลงต่ำกว่าสิบลำต่อปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากปริมาณการผลิตในปริมาณดังกล่าว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายราย นอกจากนี้ ช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดสงครามในยูเครน พวกเขาไม่มีเงินทุนสำหรับซื้อเครื่องจักรใหม่ ๆ ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลเยอรมนีก็ปฏิเสธคำขอส่งออกเครื่องบินยูโรไฟท์เตอร์ไปยังหลาย ๆ ประเทศ อาทิ ซาอุดีอาระเบีย อีกด้วย แต่หลังจากที่เกิดสงครามรัสเซีย – ยูเครน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 พบว่า กองทัพเยอรมนีได้สั่งซื้อเครื่องบินรบเพิ่มขึ้น แต่แทนที่จะซื้อกับ Airbus กลับไปซื้อจากคู่แข่งแทน เพื่อทดแทนเครื่องบินรุ่นทอร์นาโดที่เก่า เยอรมนีได้สั่งซื้อเครื่องบินรบล่องหนรุ่น F-35 เกือบ 30 ลำจากบริษัท Lockheed Martin ผู้ผลิตเครื่องบินสัญชาติอเมริกัน โดยกรณีฉุกเฉินเครื่องบินเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้สามารถบรรทุกขีปนาวุธอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ได้ที่ฐานทัพอากาศ Büchel ในภูมิภาค Eifel ซึ่งทางทฤษฎีแล้วเครื่องบินรบยูโรไฟท์เตอร์ก็สามารถทำหน้าที่นี้ได้เช่นกัน แต่ท้ายที่สุดทางเลือกสุดท้ายเชิงยุทธศาสตร์ F-35 ถือว่า เหมาะสมกว่า โดย F-35 มีความแตกต่างจากเครื่องบินรบยูโรไฟท์เตอร์ กล่าวคือ (1) เครื่องบินรบ F-35 ไม่ได้ถูกออกแบบให้เหมาะกับการรบทางอากาศกับเครื่องบินลำอื่น แต่ถูกออกแบบมาเพื่อการทะลวงน่านฟ้าของศัตรูอย่างแนบเนียนที่สุด (2) รัฐบาลเยอรมนีหวังว่า คำสั่งซื้อมูลค่าหลายพันล้านยูโรกับสหรัฐฯ นี้จะเป็นสัญญาณแห่งความสามัคคีที่ดีที่สุดระหว่างเยอรมนีกับสหรัฐฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ในเชิงเศรษฐกิจการจัดซื้อเครื่องบิน F-35 ถือเป็นการพ่ายแพ้ครั้งใหญ่สำหรับ Airbus ซึ่งแตกต่างจากอิตาลีและสเปนที่สั่งซื้อเครื่องบินยูโรไฟท์เตอร์ใหม่ประมาณ 20 ลำ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เยอรมนียังลังเลที่จะซื้อเครื่องบินขับไล่ที่ผลิตในประเทศตัวเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนอกเหนือจากกองทุนพิเศษที่จัดสรรในปี 2022 ภายใต้รัฐบาลผสมชุดก่อนที่ประกอบด้วยพรรคสังคมนิยมเพื่อประชาธิปไตยเยอรมนี (SPD - Sozialdemokratische Partei Deutschlands) พรรคเพื่ออิสรภาพและประชาธิปไตย (FDP - Freie Demokratische Partei) และพรรคยุค 90 พันธมิตรสีเขียว (Bündnis 90/Die Grünen) แล้ว รัฐบาลชุดดังกล่าวแทบไม่มีเงินทุนด้านกลาโหมเหลือใช้เลย แต่หลังจากที่รัฐบาลชุดปัจจุบันตัดสินใจนำงบประมาณด้านกลาโหมออกจาก Schuldenbremse (การรักษางบประมาณให้มีความสมดุล หรือ Balanced Budget Amendment ที่ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ) สถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างออกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง เครื่องบินยูโรไฟเตอร์ที่สั่งมารุ่นใหม่นี้มีความสามารถทางเทคนิคที่ดีขึ้น มีเรดาร์ที่ทรงพลังขึ้น และมีความสามารถในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องบินเหล่านี้จะเข้ามาแทนที่เครื่องบินทอร์นาโดรุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นรุ่นที่สามารถตรวจจับและทำลายฐานเรดาร์ของศัตรูได้โดยใช้เครื่องรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ และขีปนาวุธได้ในระดับหนึ่ง Airbus หวังว่า กองทัพเยอรมนีจะทดแทนเครื่องบินทอร์นาโดที่ปลดประจำการบางส่วนด้วยเครื่องบินยูโรไฟท์เตอร์ในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ กองทัพอากาศเยอรมนีกำลังทดสอบการใช้งาน Taurus ซึ่งเป็นขีปนาวุธร่อนอาวุธปล่อยครูซ (Cruise missile) ทำลายบังเกอร์ที่มีพิสัยทำการสูงถึง 500 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันสามารถติดตั้งไว้บนเครื่องบินทอร์นาโดได้เท่านั้น โดยอุตสาหกรรมการบินคาดว่า จะมีคำสั่งซื้ออาวุธชนิดนี้เพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นอกเหนือจากสัญญาฉบับใหม่ของกองทัพเยอรมนีแล้ว การพัฒนาเครื่องบินยูโรไฟเตอร์ต่อไปนั้น มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์ของเยอรมนี ขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นของยูโรไฟเตอร์จะทำให้เครื่องบินรุ่นนี้มีความน่าดึงดูดใจที่จะส่งออกไปยังประเทศพันธมิตรต่าง ๆ เช่น ซาอุดีอาระเบีย ได้ โดยซาอุฯ กำลังแสดงความสนใจต่อการขยายฝูงบินยูโรไฟเตอร์ที่มีอยู่เดิมด้วยเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น หลังจากการพิจารณาอย่างยาวนาน ในที่สุดเยอรมนีก็อนุมัติการขายเครื่องบินจำนวนสูงสุด 48 ลำ ให้กับซาอุฯ โดยจะส่งมอบผ่านสหราชอาณาจักรต่อไป

นอกจากนี้ตุรกีได้เตรียมพร้อมที่จะซื้อเครื่องบินรบยูโรไฟเตอร์จากอังกฤษจำนวน 40 ลำ ซึ่งก็ต้องได้รับการอนุมัติจากเยอรมนีก่อน โดยปัจจุบันตุรกีได้สั่งซื้อเครื่องบินรบจากสหรัฐฯ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหากข้อตกลงนี้สำเร็จจะถือเป็นความสำเร็จของอุตสาหกรรมอาวุธของยุโรปเลยทีเดียว โดยคำสั่งซื้อใหม่เหล่านี้ จะขยายกำลังการผลิตและช่วยยกระดับเครื่องบินขับไล่ให้ล้ำสมัยขึ้นไปอีกด้วย เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ Airbus ได้เจรจากับบริษัท Dassault Aviation พันธมิตรจากฝรั่งเศส เกี่ยวกับการแบ่งงานกันทำ ภายใต้โครงการ Future Combat Air System (FCAS) และแม้ว่าโครงการนี้ ได้ประกาศออกมาว่า เกี่ยวข้องกับเครื่องบินขับไล่ที่พัฒนาขึ้นใหม่ เมื่อปี 2017 แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากทั้ง 2 พันธมิตร ไม่สามารถตกลงกันได้ในส่วนของความรับผิดชอบขั้นสุดท้าย โดยบริษัท Dassault อ้างสิทธิ์การเป็นผู้นำในการพัฒนาเครื่องบินรบรุ่นใหม่ ขณะที่ Airbusไม่เต็มใจที่จะยอมรับบทบาทผู้ตาม ปัญหาหนึ่ง คือ เครื่องบินรุ่น Rafale ที่บริษัท Dassault กำลังพัฒนาในปัจจุบัน เป็นเครื่องบินรุ่นที่มีความคล้ายกับ Eurofighter ทำให้เครื่องบินรุ่นดังกล่าว กลายเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งโดยอัตโนมัติ ข้อพิพาทเกี่ยวกับ FCAS กำลังเป็นที่สนใจทางการเมือง ด้านนาย Friedrich Merz นายกรัฐมนตรีสังกัดพรรคสหภาพคริสต์เตียนเพื่อประชาธิปไตยประเทศเยอรมนี (CDU - Christlich Demokratische Union Deutschlands) ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อพิพาทดังกล่าวภายในสิ้นปีนี้ การขยายกำลังการผลิตเครื่องบินยูโรไฟเตอร์จะทำให้ Airbus มีความยืดหยุ่นทางการเงิน และเทคโนโลยีมากขึ้นในการเจรจาการค้าแต่ละครั้ง ยกตัวอย่างเช่น แอร์บัสกำลังวางแผนที่จะนำเครื่องบินยูโรไฟเตอร์ไปบินร่วมกับโดรนคุ้มกันขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงการ FCAS นอกจากนี้ Airbus อาจนำผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากโครงการ FCAS ไปใช้กับความร่วมมืออื่น ๆ หากโครงการ FCAS กับบริษัท Dassault ล้มเหลวลง ในอุตสาหกรรมฯ กำลังมีการหารือถึงแนวทางแก้ไข 2 ทาง กล่าวคือ (1) Airbus อาจเข้าร่วมโครงการ Global Combat Air Programme (GCAP) ผ่านการควบรวมกิจการระหว่าง BAE Systems และ Leonardo ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านเครื่องบินรบยูโรไฟเตอร์ หรือ (2) บริษัท Saab ซึ่งเป็นบริษัทด้านการป้องกันประเทศสัญชาติสวีเดนต้องการเครื่องบินขับไล่รุ่นต่อยอดจากเครื่องบินขับไล่ Gripen รุ่นปัจจุบัน ซึ่งในตอนนี้ Saab มีความร่วมมือกับ Airbus อย่างเหนี่ยวแน่น โดยเครื่องบิน Eurofighter รุ่นใหม่ล่าสุดนี้จะติดตั้งระบบ Arexis ระบบป้องกันตนเองที่พัฒนาโดย Saab นั่นเอง

 

จาก Handelsblatt 3 พฤศจิกายน 2568

Share :
Instagram