
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์สินค้าจากทวีปเอเชียเริ่มรุกเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มการเปิดหน้าร้านภายใต้แบรนด์ของตนเอง เริ่มต้นมาจากกระแสเครื่องดื่ม Bubble Tea ที่ปัจจุบันพบเห็นได้ทั่วไป จนถึงแบรนด์สินค้าแฟชั่นชื่อดังอย่าง Shein ที่เข้ามาสร้างกระแสโด่งดัง นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าคาแรกเตอร์จากประเทศจีนอย่าง PopMart และ Miniso ที่ต่างเร่งขยายสาขาทั่วประเทศ โดย PopMart เจ้าของลิขสิทธิ์ตุ๊กตา Labubu หลังจากมีหน้าร้านถึง 6 สาขาแล้วในกรุงปารีส ในปีนี้เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่เมือง Bordeaux ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในการขยายสู่เมืองสำคัญทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ขณะที่ Miniso ปัจจุบันมีสาขาแล้วกว่า 25 แห่งทั่วฝรั่งเศส
แบรนด์จากเอเชียเริ่มนิยมเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสในช่วงปี 2010 ก่อนที่การระบาดของโควิด-19 จะทำให้การขยายตัวหยุดชะงักชั่วคราว กระทั่งในปี 2023 แบรนด์ทั้งจาก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ต่างหันกลับมาทำตลาดเชิงรุกในฝรั่งเศสมากขึ้น ปัจจุบันมีแบรนด์เอเชียประมาณร้อยละ 31 ที่มีหน้าร้านของตนเองจากจำนวนแบรนด์เอเชียที่วางขายผ่านช่องทางทั้งหมดในตลาดฝรั่งเศส
บริษัท Newmark ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับธุรกิจค้าปลีก เปิดเผยว่า แบรนด์จากทวีปเอเชียกำลังกลายเป็นผู้ลงทุนรายสำคัญในตลาดฝรั่งเศส โดยตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา แบรนด์เอเชียที่เปิดร้านค้าใหม่ในฝรั่งเศสมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 17 ของแบรนด์ต่างชาติรายใหม่ทั้งหมดที่เข้ามาลงทุน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สูงแซงหน้าแบรนด์จากทวีปอเมริกาเหนือ (ร้อยละ 15) ขณะที่แบรนด์จากยุโรปยังคงครองอันดับหนึ่ง
นาย David Bourla ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและวิจัยของบริษัท Newmark ระบุว่า สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้วัฒนธรรมเอเชียขยายอิทธิพลไปทั่วโลก ส่งผลให้เกิดการปรับสมดุลจากซอฟต์พาวเวอร์ของแบรนด์ที่มาจากทวีปอเมริกาเหนือมาเป็นฝั่งเอเชีย ซึ่งตรงกันกับการที่แบรนด์จากเอเชียจำนวนมากเริ่มมองหาโอกาสทางการตลาดนอกภูมิภาคของตนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของแบรนด์เอเชีย โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหม่ในตลาด ยังคงมีความซับซ้อนและหลากหลายเกินกว่าที่ผู้บริโภคฝรั่งเศสส่วนใหญ่จะเข้าใจได้อย่างชัดเจน
สัดส่วนของแบรนด์เอเชียในฝรั่งเศสแบ่งตามภาคธุรกิจ (%)
คำนวนจากแบรนด์ที่มีหน้าร้านอย่างน้อยหนึ่งแห่งในฝรั่งเศส
ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2025 (Les Echos/Newmark)

จากข้อมูลของ Newmark จะเห็นได้ว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มยังคงครองสัดส่วนสูงสุดในบรรดาแบรนด์เอเชียทั้งหมด (ร้อยละ 43) นอกจากแบรนด์ที่มีอยู่เดิมแล้วยังมีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาด ดังเช่น Cotti Coffee แบรนด์ร้านกาแฟชื่อดังจากจีน
รองลงมาคือธุรกิจสินค้าเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า (ร้อยละ 20) ล่าสุด Icicle แบรนด์เสื้อผ้าระดับพรีเมียมจากจีน ได้เข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ โดยเปิดหน้าร้านในย่านการค้าสำคัญใกล้กับ Boulevard des Champs-Élysées และ Rue du Faubourg Saint-Honoré ซึ่งถือเป็นทำเลทองของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก
ทั้งนี้ Newmark ระบุว่า การเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสของแบรนด์เสื้อผ้าต่างชาติเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากฝรั่งเศสถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักด้านแฟชั่นของโลก และเป็นจุดหมายสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ระดับสากลของแบรนด์
การเข้ามาลงทุนของแบรนด์ต่างชาติในฝรั่งเศสสามารถจำแนกตามประเทศต้นกำเนิดได้ดังนี้
แบรนด์จากจีนและญี่ปุ่น มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน ประเทศละร้อยละ 36 ถึงแม้ว่าแบรนด์จากจีนจะเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสหลังจากญี่ปุ่น แต่หากนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา แบรนด์ใหม่ที่เข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสที่มาจากจีนมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 43 ในขณะที่แบรนด์จากญี่ปุ่นมีเพียงร้อยละ 20
แบรนด์จากไต้หวันและเกาหลีใต้ มีสัดส่วนเท่ากัน ประเทศละร้อยละ 11 โดยแบรนด์เกาหลีใต้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง ที่เลือกทำตลาดผ่าน Pop-up Store หรือการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า และ Concept Store มากกว่าการเปิดร้านภายใต้แบรนด์ของตนเองโดยตรง
สำหรับ อินเดีย แม้จะมีจำนวนแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดในฝรั่งเศสไม่มากนัก แต่ก็มีตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างแบรนด์เครื่องประดับ Unsaid ซึ่งได้เปิดร้านแห่งแรกใกล้กับ Place Vendôme ย่านศูนย์กลางเครื่องประดับหรูของกรุงปารีส
จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าแนวโน้มการเข้ามาลงทุนของแบรนด์ต่างชาติในฝรั่งเศสจะยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากตลาดฝรั่งเศสถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสมีพฤติกรรมที่เบื่อง่ายและชื่นชอบความแปลกใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอาหารและวัฒนธรรมเอเชีย ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น และจากผลการสำรวจของ Newmark ขณะนี้มีแบรนด์เอเชียเพียง 132 แบรนด์เท่านั้นจากจำนวนแบรนด์ต่างชาติทั้งหมด 600 แบรนด์ในฝรั่งเศส ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าแบรนด์เอเชียยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในฝรั่งเศส
ความเห็น สคต.
จะเห็นได้ว่าตลาดฝรั่งเศสยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับแบรนด์จากต่างชาติ โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม
ผู้บริโภคฝรั่งเศสเป็นจำนวนมากรู้จัก แสดงความชื่นชอบประเทศไทยและมีความนิยมต่ออาหารไทยเป็นอย่างมาก
ดังนั้นผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในฝรั่งเศสและผู้ประกอบการสินค้าอาหารและเครื่องดื่มไทยที่ต้องการขยายตลาดเข้าสู่ฝรั่งเศส ควรเพิ่มการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่งในการช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า โดยพิจารณาใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นสำคัญเนื่องจากจะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงและเข้าใจสินค้าได้เป็นอย่างดี
ที่มาของข่าว
Clotilde Briard
ข้อมูลจาก Les Echos
https://www.lesechos.fr/industrie-services/conso-distribution/les-magasins-de-marques-asiatiques-font-une-percee-en-france-2197307