fb
การส่งออกของชิลีเติบโตแข็งแกร่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การส่งออกของชิลีเติบโตแข็งแกร่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

โดย
Ratanaporn
ลงเมื่อ 26 ตุลาคม 2569 10:00
สคต. ณ กรุงซันติอาโก (ชิลี) (TTC, Santiago (Chile))
2

รายงานจากกระทรวงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของชิลี หรือ Subrei[1] เผยว่า มูลค่าการส่งออกของชิลีทำสถิติสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลมาโดยแตะระดับ 93,837 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ (มกราคม-กันยายน 2569) เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 18.5 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยภาคอุตสาหกรรมที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้นส่วน ได้แก่ ภาคเหมืองแร่ ภาคสินค้าอาหาร และภาคบริการ ทำให้ชิลีได้ดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน หรือคิดเป็นมูลค่า 25,721 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 10,512 ล้านเหรียญสหรัฐ (แผนภูมิที่ 1)

 

image.png

ภาคเหมืองแร่ มีมูลค่าการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 62.47 ของการส่งออกทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 58,873 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.7 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ทองแดง (49,247 ล้านเหรียญสหรัฐ) และ แคโทด (14,839 ล้านเหรียญสหรัฐ) ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นของภาคเหมืองแร่ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากราคาทองแดงในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 40.6 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.1 เหรียญสหรัฐต่อปอนด์ ระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2569 จากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 4.3 เหรียญสหรัฐต่อปอนด์ ในปี 2568 ในขณะที่การส่งออกลิเทียม เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ถึงร้อยละ 98 รวมมูลค่า 4,745 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในส่วนของแร่สำคัญชนิดอื่น ๆ เช่น ทองคำ แร่เงิน เหล็ก มีการส่งออกเพิ่มขึ้นเช่นกัน รวมมูลค่ากว่า 3,401 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศปลายทางที่มีการนำเข้าสินค้ากลุ่มสินแร่มากที่สุด ได้แก่ จีน (21,122 ล้านเหรียญสหรัฐ) สหรัฐอเมริกา (8,687 ล้านเหรียญสหรัฐ)  ญี่ปุ่น (6,139 ล้านเหรียญสหรัฐ) เกาหลีใต้ (3,336 ล้านเหรียญสหรัฐ) และอินเดีย (2,817 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตามลำดับ

          การส่งออกภาคสินค้าอาหาร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 37.3 ของมูลการค่าส่งออกทั้งหมดของชิลี มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 34,963 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.2 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสินค้าที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น แซลมอน หอยแมลงภู่ เฮเซลนัท ผลไม้สด และผลไม้แช่แข็ง

การส่งออกบริการ ระหว่างเดือนมกราคม - กันยายน 2569 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17.3 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 2,718 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์การส่งออกบริการโดยการเติบโตของการส่งออกบริการของชิลีได้รับปัจจัยสนับสนุนจากบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  บริการให้คำปรึกษา โดยมีกิจกรรมที่โดดเด่น เช่น เว็บโฮสติ้ง ดาต้าเซ็นเตอร์ การสนับสนุนด้านไอทีระยะไกล การออกแบบและเช่าใช้ซอฟต์แวร์ โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และการประมวลผลข้อมูล 

บทวิเคราะห์/ความเห็นของสคตฯ

          จีนและสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกหลักอันดับที่ 1 และ 2 ของชิลี แม้ว่าประเทศชิลีจะเป็นหนึ่งใน 20 ประเทศที่มี FTA สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 โดยได้รับการยกเว้นภาษี ในสินค้าหลักอย่างทองแดง แต่ชิลียังคงได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาในสินค้าบางประเภท โดยเฉพาะสินค้าส่งออกหลักในกลุ่มอาหาร อาทิ แซลมอน ไวน์ ผลไม้สด และผลิตภัณฑ์จากไม้ ในอัตราร้อยละ 12.5 โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 (ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ร้อยละ 10) ทั้งนี้ รัฐบาลชิลีกำลังดำเนินการเตรียมการเจรจากับทางสหรัฐอเมริกา[1] เพื่อขอให้ทบทวนมาตรการภาษีดังกล่าวและขอลดหย่อนภาษี ควบคู่ไปกับการปรับตัวและรับมือกับมาตรการดังกล่าว โดยชิลีมุ่งเน้นดำเนินนโยบายขยายตลาดผ่านการจัดทำความตกลงทางการค้าไปยังกลุ่มประเทศใหม่ ๆ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิมและกระตุ้นการส่งออกไปยังตลาดใหม่ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยประเทศคู่ค้าที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (มกราคม-กันยายน 2569) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ได้แก่ อินเดีย (เพิ่มขึ้น 2,536 ล้านเหรียญสหรัฐ)  ญี่ปุ่น (เพิ่มขึ้น 1,857 ล้านเหรียญสหรัฐ)  เกาหลีใต้ (เพิ่มขึ้น 1,472 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตามลำดับ

โอกาสของประเทศไทย จากมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ของชิลี สะท้อนถึงการลงทุน    การเติบโตและประสิทธิภาพในภาคการผลิต เช่น เหมืองแร่ ภาคสินค้าอาหารและบริการที่เพิ่มขึ้น อันจะเป็นการสร้างอุปสงค์ต่อสินค้าและอุปกรณ์สนับสนุนที่ไทยมีโอกาสในการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้อง อาทิ 

ภาคเหมืองแร่ รถบรรทุก เครื่องจักร สารเคมี และ อุปกรณ์ที่ใช้ในภาคเหมืองแร่ ฯลฯ

ภาคการเกษตรและอาหาร หาอารสัตว์ ยา/วัคซีน ปุ๋ย สารเคมี เครื่องจักรและอุปกรณ์ทางการเกษตร 

ภาคการบริการและเทคโนโลยี อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ การปรับขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้ชิลีต้องเร่งกระจายความเสี่ยงในกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยการหาตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชียเพิ่มมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีการจัดทำความตกลง FTA กับชิลี ทำให้สามารถนำเข้าวัตถุดิบ (แซลมอน ผลไม้สด/แช่แข็ง) จากชิลีได้ในราคาที่ถูกลง เพื่อนำใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและส่งออกต่อไป ทั้งนี้ จากข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ของกรมการค้าต่างประเทศ มูลค่าการส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิ FTA ไทย-ชิลี และมูลค่าการขอใช้สิทธิฯ ในช่วงเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.41 และร้อยละ 8.88 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสินค้าที่มีมูลค่าการขอใช้สิทธิประโยชน์สูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยานยนต์สำหรับขนส่งของ ปลาทูน่าที่ปรุงแต่ง ยานยนต์สำหรับขนส่ง รถยนต์ เครื่องซักผ้า ตามลำดับ 

สคต.ฯ เห็นว่า ชิลีเป็นแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ เช่น ทองแดง ลิเทียม เหล็ก โมลิบดินัม เงิน เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของชิลี และตลาดโลกยังคงมีความต้องการแร่ธาตุดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการขยายตัวของเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และศูนย์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมยานยนต์และเทคโนโลยี โดยจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของชิลีต่อไปในปี 2570 อย่างไรก็ดี การที่ชิลีพึ่งพารายได้หลักจากสินแร่ทองแดง (กว่าร้อยละ 52.5) ทำให้เศรษฐกิจผูกติดกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก (Commodity Prices) หากราคาทองแดงในตลาดโลกปรับตัวลดลงในอนาคต อาจกระทบต่อกำลังซื้อของชิลีอย่างรวดเร็ว อีกทั้งปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ อาทิ คุณภาพของสายแร่ที่ลดลง เหมืองที่ต้องหยุดการดำเนินงานจากผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศ  รวมถึงค่าเงินเปโซชิลี อาจมีความผันผวนตามราคาทองแดงซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากไทย ผู้ส่งออกไทยจึงต้องบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากนักลงทุนหรือผู้ส่งออกสินค้าไทยท่านใดที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อมายังสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก ได้ผ่านช่องทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ thaitrade@ttcsantiago.cl 

______________________________

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก 

ตุลาคม 2569
 


[1] https://www.acoforag.cl/en/noticias/2026/7/23/chile-to-face-125-tariff-in-the-united-states-due-to-new-trade-measure-linked-to-forced-labor/#:~:text=One%20of%20the%20arguments%20raised%20by%20Chile,Chile%20a%20key%20supplier%20for%20that%20market.

 

 

 

ส่งออกชิลีทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ REV.pdf
Share :
Instagram