
กัมพูชาเดินหน้าบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพของประชาชนจากผลกระทบของมลพิษและของเสียอันตรายในระยะยาว
กระทรวงสิ่งแวดล้อมกัมพูชาระบุว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) หมายถึง อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุการใช้งานหรือถูกทิ้ง เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องพิมพ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ แม้ว่าจะสามารถนำวัสดุบางส่วนกลับมาใช้ประโยชน์ได้ แต่โดยทั่วไปมีเพียงประมาณร้อยละ 9 ของส่วนประกอบทั้งหมดที่สามารถรีไซเคิลได้อย่างคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
กระทรวงฯ ระบุเพิ่มเติมว่า วัสดุส่วนที่เหลือจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีการรีไซเคิลขั้นสูง ระบบบำบัดเฉพาะทาง และวิธีการกำจัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนมีต้นทุนสูงและต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หากมีการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างไม่ถูกต้อง สารอันตรายอาจรั่วไหลลงสู่ดิน น้ำใต้ดิน แม่น้ำ และชั้นบรรยากาศ ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยในหลายกรณี การฟื้นฟูพื้นที่ที่ปนเปื้อนต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และบางพื้นที่อาจไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้
ทั้งนี้ กระทรวงฯ ย้ำว่า กัมพูชาจะไม่ยอมให้ประเทศกลายเป็นแหล่งรองรับหรือทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ และจะยังคงบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเข้มงวดต่อไป
ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ยอมรับว่า ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของการใช้เทคโนโลยีในทุกภาคส่วน จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำมาตรการระดับชาติ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการรวบรวม บริหารจัดการ และรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยย้ำว่า การป้องกันมลพิษตั้งแต่ต้นทางยังคงเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของกัมพูชาเพื่อคนรุ่นต่อไป
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. การคงมาตรการห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาในการป้องกันไม่ให้ประเทศกลายเป็นแหล่งรองรับของเสียอันตรายจากต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ทั้งยังสอดคล้องกับแนวโน้มของหลายประเทศที่เข้มงวดมากขึ้นต่อการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามพรมแดน
2. แม้ว่ากัมพูชาจะห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ แต่ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบรวบรวม คัดแยก และรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน รวมถึงส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
3. การผลักดันมาตรการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และการพัฒนาระบบรีไซเคิลภายในประเทศ เป็นโอกาสในการลงทุนของภาคเอกชน ทั้งในด้านเทคโนโลยีรีไซเคิล การจัดการของเสียอันตราย และระบบคัดแยกขยะอัจฉริยะ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีแนวโน้มได้รับความสนใจมากขึ้นจากภาครัฐในอนาคต หากกัมพูชาเดินหน้าพัฒนาระบบการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นรูปธรรม
_____________________________________________________
ที่มา Asian Speech & Ministry of Environment
1 กรกฎาคม 2569