
ในเดือนมกราคม 2026 มีธุรกิจมากกว่า 900 แห่งจดทะเบียนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศออนไลน์ของรัฐบาล โดยตั้งแต่เริ่มเปิดระบบในเดือนมิถุนายน 2020 มีธุรกิจจดทะเบียนแล้วกว่า 54,000 แห่ง คิดเป็นมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมเกือบ 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานของบริการจดทะเบียนธุรกิจออนไลน์ (Online Business Registration Service: OBRS) เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่า มีธุรกิจจดทะเบียน 923 แห่งในเดือนมกราคม คิดเป็นทุนจดทะเบียนรวม 549 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2020 จนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2026 มีบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 54,345 แห่ง โดยมีทุนจดทะเบียนรวม 21.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผู้หญิงเป็นเจ้าของ 19,688 แห่ง หรือคิดเป็น 36%
ธุรกิจที่จดทะเบียนมากที่สุด ได้แก่
1) ภัตตาคารและบริการอาหารเคลื่อนที่ (8.9%)
2) การขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภค (7.74%)
3) การค้าส่งเฉพาะทาง (5.56%)
4) การก่อสร้างอาคาร (3.99%)
5) การค้าปลีกเฉพาะทาง (3.88%)
นาย Chin Ken ประธานสมาคมเทคโนโลยีดิจิทัลกัมพูชา กล่าวว่า การเสริมสร้างกรอบกฎหมายธุรกิจให้เข้มแข็ง การปรับปรุงขั้นตอนการจดทะเบียนให้ง่ายและสะดวกขึ้น รวมถึงการเพิ่มความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่เจ้าของธุรกิจ เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ผู้ประกอบการหันมาจดทะเบียนมากขึ้น และเมื่อธุรกิจทั้งหมดเข้าสู่ระบบ การแข่งขันจะโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งสร้างประโยชน์ต่อทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ความเห็นของสำนักงานฯ
ระบบ Single Portal ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญด้าน e-Government และการอำนวยความสะดวกทางการค้าของกัมพูชา ซึ่งมีบทบาทในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งช่วยลดขั้นตอน ความซ้ำซ้อน และต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถดำเนินการจดทะเบียนธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://registrationservices.gov.kh/
แม้รายงานจะแสดงให้เห็นว่าจำนวนธุรกิจจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในระยะต่อไป ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรติดตามปัจจัยสำคัญประกอบการตัดสินใจลงทุนหรือจัดตั้งธุรกิจในกัมพูชา ได้แก่ อัตราการดำเนินธุรกิจจริง (Active Companies) เมื่อเทียบกับจำนวนที่จดทะเบียน อัตราความอยู่รอดของธุรกิจใหม่ (Business Survival Rate) ตลอดจนการกระจายตัวของธุรกิจในต่างจังหวัด โดยเฉพาะแนวโน้มการขยายตัวของภาคธุรกิจในจังหวัดศักยภาพ เช่น จังหวัดที่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) พื้นที่ชายแดนที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ หรือจังหวัดที่มีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะสะท้อนถึงโอกาสทางการตลาด กำลังซื้อในภูมิภาค และทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
______________________________________________________________
ที่มา The Phnom Penh Post & E-Services for Business
18 กุมภาพันธ์ 2569