fb
อินเดียยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร สั่งยกเลิกการใช้หมุดและลวดโลหะในบรรจุภัณฑ์อาหารทั่วประเทศ

อินเดียยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร สั่งยกเลิกการใช้หมุดและลวดโลหะในบรรจุภัณฑ์อาหารทั่วประเทศ

โดย
Chalotorn
ลงเมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 14:30
สคต. ณ เมืองมุมไบ (อินเดีย) (TTC, Mumbai (India))
1

            สำนักงานคณะกรรมการอาหารและมาตรฐานอาหารอินเดีย (Food Safety and Standards Authority of India: FSSAI) ออกคำสั่งทั่วประเทศเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 กำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารทุกรายทั่วอินเดีย ครอบคลุมผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก และผู้ประกอบการด้านบริการอาหาร ยุติการใช้โลหะ เข็มหมุด ลวดเย็บกระดาษ และวัสดุโลหะใดๆ ในกระบวนการบรรจุ ปิดผนึก และยึดผลิตภัณฑ์อาหาร "ทันที" โดยไม่มีระยะเวลาผ่อนผัน คำสั่งนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เค้ก กล่องขนมหวาน ถุงของว่าง อาหารสั่งกลับบ้าน และอาหารส่งทุกประเภท เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของวัตถุแปลกปลอมโดยไม่ตั้งใจ และลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคอาจได้รับอันตรายจากการบริโภควัตถุโลหะที่หลุดปะปนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร

FSSAI metal pin -1.jpg

             เหตุการณ์ที่ส่งผลให้รัฐบาลต้องออกคำสั่งดังกล่าวคือกรณีเด็กรายหนึ่งกลืนชิ้นส่วนลวดโลหะที่ซ่อนอยู่ในของตกแต่งหน้าเค้ก ซึ่ง FSSAI ระบุว่าได้รับรายงานกรณีที่พบโลหะฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์อาหารหลายกรณี สะท้อนอันตรายเชิงระบบที่แพร่หลายในห่วงโซ่อุปทานอาหารอินเดีย ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตาม Food Safety and Standards Act พ.ศ. 2549 และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ FSSAI ยังออกคำสั่งเพิ่มเติมฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เกี่ยวกับการห้ามใช้มีดและใบมีดที่เป็นสนิม กัดกร่อน หรือเสียหายในกระบวนการเตรียมและบรรจุอาหาร แสดงให้เห็นว่า FSSAI กำลังบังคับใช้มาตรฐานการป้องกันการปนเปื้อนทางกายภาพอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงมาตรการเดี่ยวๆ นอกจากนี้ FSSAI ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนไปใช้วัสดุหรือวิธีการปิดผนึกบรรจุภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยมากกว่า อาทิ กาวเกรดสัมผัสอาหาร (food-grade adhesives) เทปสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร การปิดผนึกด้วยความร้อน (heat sealing) หรือการเย็บด้วยวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของอาหาร โดยมาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอินเดียในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร และส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร
ข้อมูลเพิ่มเติม 

ตาราง: รายละเอียดคำสั่ง FSSAI และผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารอินเดีย

ประเด็น

รายละเอียด

หมายเหตุ

วันที่บังคับใช้

12 มิถุนายน 2569 — มีผลทันที ไม่มีระยะเวลาผ่อนผัน

ผู้ประกอบการไม่มีเวลาเตรียมตัว — ความต้องการวัสดุทดแทนขยายตัวขึ้นทันที

ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตาม

ผู้ผลิต แปรรูป จัดจำหน่าย ค้าปลีก และผู้ให้บริการอาหารทุกรายทั่วประเทศ

ครอบคลุมประมาณ 7.5 ล้านธุรกิจอาหารที่จดทะเบียน FSSAI

สินค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

เค้กตกแต่ง กล่องขนมหวาน ถุงขนมขบเคี้ยว อาหารสั่งกลับบ้าน และอาหารส่ง

ตลาด Food Delivery อินเดีย: >$8.3B (2569) — Zomato และ Swiggy ต้องปฏิบัติตาม

วัสดุทดแทนที่ FSSAI แนะนำ

กาวเกรดอาหาร (Food-grade Adhesives), เทป, การปิดผนึกด้วยความร้อน (Heat Sealing), การเย็บด้วยวัสดุที่ปลอดภัย

เป็นกลุ่มสินค้าที่ไทยมีขีดความสามารถและไทยเป็นฐานผลิตของบรรษัทข้ามชาติ  ชั้นนำด้าน Packaging Adhesives ซึ่งสามารถขยายการจัดจำหน่ายสู่ตลาดอินเดียได้

คำสั่งฉบับที่ 2
 (15 มิ.ย. 2569)

ห้ามใช้มีดสนิม/กัดกร่อน/เสียหายในการเตรียมบรรจุอาหาร

สะท้อนทิศทางนโยบาย FSSAI ที่จะเข้มงวดขึ้นต่อเนื่อง — ไม่ใช่มาตรการชั่วคราว

บทลงโทษ

โทษตาม Food Safety and Standards Act 2549 — ทั้งปรับและจำคุก

แรงจูงใจทางกฎหมายที่ทำให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว

ที่มา : FSSAI Advisory , มิถุนายน 2569
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความท้าทาย
1. ผู้ประกอบการ SME ต้องแบกรับต้นทุนการปรับตัวที่เพิ่มขึ้น: ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารรายย่อยที่ยังใช้ระบบบรรจุภัณฑ์แบบดั้งเดิมจำเป็นต้องเร่งลงทุนในเครื่องจักรสำหรับการปิดผนึกด้วยความร้อน (Heat Sealing) หรือเปลี่ยนมาใช้กาวเกรดสัมผัสอาหาร (Food-grade Adhesives) เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของ FSSAI ซึ่งมีต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นสูงกว่าวิธีการเดิมที่ใช้หมุดหรือลวดเย็บโลหะ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องมีจำนวนมากในประเทศอินเดีย
2. ห่วงโซ่อุปทานบรรจุภัณฑ์อาจเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น: การบังคับใช้มาตรการดังกล่าวโดยมีผลทันทีและไม่มีช่วงเวลาผ่อนผัน ส่งผลให้ความต้องการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ทางเลือกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายวัสดุ
บรรจุภัณฑ์จึงอาจไม่สามารถรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นได้ในระยะสั้น ส่งผลให้ราคากาวเกรดสัมผัสอาหาร และฟิล์มสำหรับการปิดผนึกด้วยความร้อน (Heat Sealing Films) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงแรกของการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว
3. การยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์จะสร้างอุปสงค์ต่อเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยในระยะยาว: การที่ FSSAI เดินหน้าบังคับใช้มาตรการด้านความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงทิศทางการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมอาหารของอินเดียจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการและเทคโนโลยีการบรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดอุปสงค์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ข้อคิดเห็น
           1. คำสั่งของ FSSAI ในครั้งนี้มิใช่เพียงมาตรการเฉพาะด้านความปลอดภัยอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกฎระเบียบด้านอาหารของอินเดียที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2568/69 FSSAI ได้ออกมาตรการเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากการปนเปื้อนทางกายภาพอย่างน้อย 4 ฉบับ ได้แก่ คำสั่งห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์สำหรับบรรจุอาหาร คำสั่งยกเลิกการใช้หมุดและลวดโลหะในบรรจุภัณฑ์อาหาร แนวปฏิบัติด้านการใช้มีดที่เป็นสนิม และการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับสารปนเปื้อนในอาหาร สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของอินเดียให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น EU และ Codex ซึ่งจะส่งผลต่อการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารในระยะยาว และก่อให้เกิดความต้องการเทคโนโลยีและวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    2. การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการขยายการส่งออกสินค้าและเทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยเฉพาะ Food-grade Adhesives, Heat-Seal Films และบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ (Bioplastics) ซึ่งเป็นสาขาที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันสูง ปัจจุบันไทยมีตลาดกาวอุตสาหกรรม (Adhesives) มูลค่า 629.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเฉลี่ย 5.78% ต่อปี (CAGR) โดยภาคบรรจุภัณฑ์คิดเป็น 33% ของตลาดทั้งหมด ขณะที่ตลาดบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) มีมูลค่า 2.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10.57% ต่อปี (CAGR) นอกจากนี้ ไทยยังเป็นผู้ผลิต Bioplastics รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ด้วยกำลังการผลิต 95,000 ตันต่อปี จึงมีศักยภาพในการตอบสนองความต้องการของตลาดอินเดียที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ภาครรัฐอาจใช้โอกาสดังกล่าวผลักดันการจัดทำข้อมูลเตือนผู้ส่งออก (Trade Advisory) และการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ของไทยกับผู้นำเข้าและผู้ผลิตอาหารของอินเดีย เพื่อขยายโอกาสทางการค้าให้สอดรับกับทิศทางการยกระดับมาตรฐานอาหารของอินเดียในระยะยาว
ที่มา: 1.   https://economictimes.indiatimes.com/industry/indl-goods/svs/packaging/fssai-asks-food-businesses-to-stop-using-metallic-pins-wires-in-packaging/articleshow/131688088.cms  
2.https://www.fssai.gov.in/
 

 

Share :
Instagram