
ผู้บริโภคแอฟริกาใต้ในปี 2569 มีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากแรงกดดันด้านค่าครองชีพและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค โดย NielsenIQ (บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการวิจัยตลาด) ระบุว่าประมาณสองในสามของผู้บริโภคแอฟริกาใต้คาดว่า สถานะทางการเงินของครัวเรือนจะดีขึ้น แต่ความเชื่อมั่นดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวต่อภาวะเศรษฐกิจมากกว่าการฟื้นตัวที่แท้จริง โดยผู้บริโภคได้เรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตภายใต้ความผันผวน มีการวางแผนใช้จ่ายอย่างรอบคอบ เปรียบเทียบราคา และเลือกซื้อสินค้าอย่างมีเหตุผลมากขึ้น
ปัจจัยด้านราคายังคงเป็นตัวกำหนดหลักในการตัดสินใจซื้อ โดยผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อการปรับขึ้นราคาอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าไม่จำเป็น และเริ่มไม่ยอมรับกลยุทธ์ลดปริมาณสินค้า ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การจัดโปรโมชั่น โปรแกรมสะสมแต้ม การเพิ่มความหลากหลายของสินค้า และการพัฒนา private label ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการซื้อสินค้าได้เปลี่ยนไปสู่การผสานช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งได้เติบโตผ่านแพลตฟอร์ม เช่น WhatsApp และ Facebook แต่การค้าปลีกแบบดั้งเดิมยังคงมีสัดส่วนสูง ถึงประมาณร้อยละ 95 ของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคกลุ่ม FMCG (Fast Moving Consumer Goods)
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงด้านไลฟ์สไตล์ยังมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางตลาด โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความเรียบง่าย และความยั่งยืนมากขึ้น เช่น การเลือกบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดการบริโภคแอลกอฮอล์ และความนิยมสินค้าออร์แกนิกและปลอดสารกันเสีย โดยข้อมูลระบุว่าร้อยละ 68 ของผู้บริโภคในแอฟริกาและตะวันออกกลางยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับสินค้าออร์แกนิก และร้อยละ 70 ให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ : แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงตลาดผู้บริโภคแอฟริกาใต้ที่มีความอ่อนไหวด้านราคา แต่ยังคงเปิดรับสินค้าที่ตอบโจทย์คุณค่าและไลฟ์สไตล์ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์จะขยายสินค้าค้าเข้าสู่ตลาดแอฟริกาใต้ ควรเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคท้องถิ่น รวมทั้งให้ความสำคัญกับการกำหนดราคาที่แข่งขันได้
เครดิตภาพและที่มาข่าว www.themediaonline.co.za
ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย
เมษายน 2569