fb
ดีลประวัติศาสตร์ Intel- Classiq Technologies กับนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมไฮเทคไทย

ดีลประวัติศาสตร์ Intel- Classiq Technologies กับนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมไฮเทคไทย

โดย
Natthapong
ลงเมื่อ 07 พฤศจิกายน 2569 21:49
สคต. ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล) (TTC, Tel Aviv (Israel))
1

แหล่งข่าวจาก หนังสือพิมพ์ globes ของอิสราเอลได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 บริษัท Intel Corporation ได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Classiq Technologies สตาร์ทอัปผู้บุกเบิกระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควอนตัมสัญชาติอิสราเอล ด้วยมูลค่าธุรกรรมประมาณ 2.2 - 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ทั้งเงินสดและหุ้น) นับเป็นดีลการซื้อกิจการด้านควอนตัมคอมพิวติ้งที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และเป็นดีล M&A ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอิสราเอลของ Intel รองจากการซื้อ Mobileye เมื่อปี 2560

 

Classiq Technologies มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมไฮเทคของโลก โดยบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2020 โดย Nir Minerbi, Yehuda Naveh และ Amir Naveh แพลตฟอร์มของ Classiq ทำหน้าที่เป็นระบบปฏิบัติการและตัวสังเคราะห์อัลกอริทึมควอนตัมอัตโนมัติ (Automated Quantum Algorithm Synthesis) ช่วยทลายกำแพงความซับซ้อนในการเขียนโปรแกรมควอนตัม คล้ายคลึงกับบทบาทของซอฟต์แวร์ CAD/EDA ที่เคยปฏิวัติวงการออกแบบชิปซิลิคอน

 

ควอนตัมคอมพิวติ้งคืออะไร? Quantum Computing คือเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งนำกฎของกลศาสตร์ควอนตัมมาใช้แก้ปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปจะจัดการได้ โดยการใช้คิวบิต ระบบเหล่านี้จะสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้พร้อม ๆ กัน ซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกในงานเฉพาะทาง เช่น การเข้ารหัสลับ การหาค่าที่เหมาะสมที่สุด และการจำลองแบบจำลองโมเลกุล 

 

Intel มีกลยุทธ์มุ่งผนวกรวมเทคโนโลยีชิปควอนตัม (Silicon Spin-qubit) และระบบหล่อเย็นเข้ากับซอฟต์แวร์ของ Classiq เพื่อยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการ Full-Stack Quantum Computing ครบวงจร โดยยังคงนโยบายเปิดกว้างให้ซอฟต์แวร์ทำงานข้ามแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ได้ (Hardware-agnostic) คาดว่ากระบวนการควบรวมจะเสร็จสมบูรณ์ภายในครึ่งแรกของปี 2570

 

ทำไมดีลนี้ถึงสำคัญกับอุตสาหกรรมไฮเทคของโลก?

  1. จุดเปลี่ยนจากห้องทดลองสู่พาณิชย์ (Commercialization)

    ดีลนี้สะท้อนว่าเทคโนโลยีควอนตัมกำลังก้าวพ้นขอบเขตการวิจัยทางวิชาการเข้าสู่ตลาดการค้าจริงอย่างรวดเร็ว โดยมีกลุ่มลูกค้าระดับองค์กรชั้นนำ เช่น BMW, HSBC, Citi และ Rolls-Royce นำไปใช้งานจริงแล้ว

  2. อิสราเอลในฐานะศูนย์กลาง Deep Tech ระดับโลก

    การที่ Intel เลือกตั้งศูนย์พัฒนาควอนตัมระดับโลก (Global Quantum Center) ไว้ที่เทลอาวีฟ ยืนยันถึงศักยภาพของอิสราเอลในการเป็นผู้นำด้าน Deep Tech และซอฟต์แวร์ขั้นสูง แม้จะเผชิญความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค

  3. โอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือขั้นสูง

    ความมุ่งมั่นของ Intel ในการรักษาซอฟต์แวร์ให้เป็นแบบเปิดกว้าง (Open Ecosystem) ส่งผลให้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างเครื่องควอนตัมคอมพิวเตอร์มูลค่ามหาศาลเอง แต่สามารถเข้าถึงระบบประมวลผลผ่านคลาวด์และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์นี้ได้

 

ความเห็นของ สคต.

จากข่าวข้างต้น สคต. มีความเห็นว่า ไทยสามารถเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ประโยชน์ใน 3 ด้านหลัก ดังนี้

  1. โอกาสในห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนขั้นสูง (Advanced Electronics & Infrastructure)

    1. สายไฟและคอนเนกเตอร์ความแม่นยำสูง (Precision Wire Harness & Connectors): โครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์และสถานีประมวลผลควอนตัมต้องการอุปกรณ์ส่งสัญญาณที่มีเสถียรภาพสูง ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่โรงงานไทยมีศักยภาพในการผลิตและส่งออก

    2. ระบบควบคุมอุณหภูมิและความเย็น (Cryogenic Cooling Support): ชิปควอนตัมต้องทำงานในอุณหภูมิต่ำพิเศษ ชิ้นส่วนเครื่องจักรกล อุปกรณ์หล่อเย็น และเคสป้องกันของอุตสาหกรรมสนับสนุนในไทยมีโอกาสเชื่อมต่อเข้าสู่ซัพพลายเชนระบบโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้

  2. โอกาสของ Tech Startups และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย (Quantum Software & Applications)

    1. สตาร์ทอัปไทยด้าน AI และ FinTech ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ควอนตัมระดับสูง ก็สามารถใช้เครื่องมือสังเคราะห์อัลกอริทึมของ Classiq ในการพัฒนาโซลูชันเฉพาะทางเพื่อขายในตลาดระดับภูมิภาคได้

    2. โอกาสจับมือเป็นพันธมิตรพัฒนาแอปพลิเคชันร่วมกับระบบนิเวศนวัตกรรมของอิสราเอล เพื่อขยายตลาดสู่ระดับสากล

  3. การนำ Use-Case มายกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมเป้าหมายไทย

    1. อุตสาหกรรมยานยนต์และแบตเตอรี่ (EV & Material Design): การใช้พลังการประมวลผลควอนตัมจำลองโครงสร้างเคมีโมเลกุล เพื่อพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงและปลอดภัยขึ้น

    2. อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการเดินเรือ: การคำนวณแก้ปัญหาเส้นทางขนส่งที่ซับซ้อน (Route & Fleet Optimization) ช่วยบริหารเวลาและจัดการลดต้นทุนค่าระวางเรือในห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    3. อุตสาหกรรมการแพทย์และยา (Pharma & Biotech): เร่งรัดระยะเวลาการวิจัยและพัฒนาโครงสร้างยารักษาโรค รวมถึงการสกัดสารสำคัญจากสมุนไพรไทยให้รวดเร็วกว่าการทดลองในห้องปฏิบัติการทั่วไปหลายเท่า

 

ผู้ส่งออกหรือนักธุรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศอิสราเอล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ thaicomt@zahav.net.il 

 

ที่มา :

[1] https://en.globes.co.il/en/article

 

แปล_วิเคราะห์_2026_NOV_ข่าว2-ดีลประวัติศาสตร์ Intel-Classiq กับนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมไฮเทคไทย.pdf
Share :
Instagram