
ปัจจุบัน ความยั่งยืน (sustainability) กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้าน บริษัทต่าง ๆ เริ่มนำแนวคิดการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบสนองต่อความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยข้อมูลจาก The Knot Worldwide 2026 Real Weddings Study พบว่า ร้อยละ 28 ของผู้บริโภค เจเนอเรชัน Z ที่กำลังวางแผนแต่งงาน เลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ จากการศึกษาดัชนี Business of Sustainability Index ของ PDI ระบุว่าร้อยละ 91 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เจเนอเรชัน Z ต้องการซื้อสินค้าจากบริษัทที่มีแนวทางความยั่งยืน และร้อยละ 77 พร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อสินค้าประเภทนี้ ขณะที่กลุ่ม Millennials (ร้อยละ 72) Gen X (ร้อยละ 67) และ Baby Boomers (ร้อยละ 62) มีแนวโน้มเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ในรายงาน Recommerce Report ของ eBay ระบุว่า ไม่เพียงเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน แต่ยังรวมถึงการเลือกซื้อสินค้ามือสองด้วย โดยร้อยละ 45 ของผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้ามือสองโดยพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
แบรนด์ต่าง ๆ เริ่มปรับตัวเพื่อตอบสนองเทรนด์นี้ ตัวอย่างเช่น บริษัท Williams-Sonoma เปิดร้าน GreenRow แห่งแรกในนครนิวยอร์ก โดยเน้นเฟอร์นิเจอร์บ้านที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืน และหลายบริษัทเริ่มมองความยั่งยืนเป็นมาตรฐานใหม่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มากกว่าการเป็นฟีเจอร์เสริม
ตัวอย่างสินค้าที่สะท้อนแนวโน้มนี้ ได้แก่
Jean Dubost Circo Knife: ด้ามทำจากพลาสติกรีไซเคิล 100% ใบมีดสแตนเลสรีไซเคิล 85% บรรจุภัณฑ์ใช้วัสดุที่ผ่านการรับรอง FSC และเส้นใยหญ้าประหยัดน้ำ ระบบสกรูที่จดสิทธิบัตรช่วยให้ผู้ใช้เปลี่ยนชิ้นส่วนและยืดอายุสินค้าได้
Gleam Team Sink Set: ชุดอ่างล้างมือทำจากไม้ไผ่ เซรามิก และสบู่ก้อนแทนพลาสติกใช้แล้วทิ้ง
Tricol Clean ActiveWeave Kitchen Cleaning System และ Farberware Onesie Mat: ใช้ผ้าทำความสะอาดและเสื่อที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลและเส้นใยย่อยสลายได้
Notabag ของ LSY Defense: กระเป๋าแบบฮาร์บริด tote และ backpack ลดการใช้ถุงพลาสติก พร้อมบริจาค 1% ของยอดขายประจำปีให้มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อม
Gleener S’wet Wet/Dry Bag: ถุงใช้ซ้ำได้ทำจากผ้ารีไซเคิล 100%
Lotus Professional Coffeemaker: กรองสแตนเลสถาวรแทนกระดาษกรองใช้แล้วทิ้ง
Sainstore Airthereal Revive R800: เครื่องคอมโพสท์ไฟฟ้าสำหรับใช้ในบ้าน ลดปริมาณขยะอาหารได้ถึง 90% ด้วยกระบวนการควบคุมกลิ่น
จากตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานของตลาดเครื่องใช้ในบ้าน ทั้งในด้านวัสดุ กระบวนการผลิต การออกแบบที่สามารถใช้ซ้ำได้ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทที่ไม่ปรับตัวอาจพลาดโอกาสในการตอบสนองผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อสินค้าที่มีคุณค่าและยั่งยืน
ตลาดเครื่องใช้ในบ้านกำลังเปลี่ยนโฟกัสจากฟีเจอร์เพียงอย่างเดียวไปสู่การรวมความยั่งยืนเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม และแบรนด์ต่าง ๆ ต้องตอบสนองด้วยสินค้าและประสบการณ์ที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างแท้จริง
ข้อคิดเห็น
ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาการเปลี่ยนบทบาทจาก ผู้ผลิตสินค้า เป็น ผู้สร้างคุณค่าความยั่งยืนเป็นหัวใจและมาตรฐานของการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเครื่องใช้ในบ้าน ทั้งการออกแบบ การใช้วัสดุ กระบวนการผลิต การลดขยะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อการแข่งขันในตลาดโลกในระยะยาว
โดยเฉพาะตลาดเครื่องใช้ในบ้านสายยั่งยืน จะต้องเลิกมองความยั่งยืน เป็นต้นทุน แต่ให้มองเป็นโอกาส ในการสร้างคุณค่า โดยใช้ความยั่งยืนเป็นเครื่องมือในการบุกตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดพรีเมียม ซึ่งเห็นได้จากข้อมูลงานวิจัยต่างๆ พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยินดีพร้อมจ่ายเงินเพิ่มสำหรับสินค้าแนวยั่งยืน
ผู้ประกอบการไทย จึงควรพิจารณา
การใช้วัสดุ บรรจุภัณฑ์แบบรีไซเคิล ลดการใช้พลาสติก หรือวัสดุย่อยสลายได้ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์
การออกแบบสินค้าให้ใช้ซ้ำหรือปรับปรุงชิ้นส่วนได้ เพื่อยืดอายุการใช้งาน
เน้นความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือ เช่น ระบุแหล่งที่มาของวัสดุและกระบวนการผลิต
การจดมาตรฐานรับรองสิ่งแวดล้อม เช่น FSC, Green Label, Carbon Neutral
การทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวอเมริกัน และการเจาะตลาดให้ตรงกับความต้องการ เช่นกลุ่มเจเนอเรชัน Z และ Millennials พร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อสินค้าที่ยั่งยืน
สร้างนวัตกรรมและความแตกต่าง เช่น การพัฒนาสินค้าแนวไฮบริด อาทิ กระเป๋า tote + backpack หรือเครื่องครัวที่ประหยัดน้ำหรือไฟ
การติดตามเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง