fb
ตลาดกุ้งนำเข้าของจีนครึ่งปีแรกขยายตัว 22.1% กุ้งไทยชูจุดแข็งสินค้าคุณภาพสูง

ตลาดกุ้งนำเข้าของจีนครึ่งปีแรกขยายตัว 22.1% กุ้งไทยชูจุดแข็งสินค้าคุณภาพสูง

โดย
Sirikoon
ลงเมื่อ 20 สิงหาคม 2569 13:44
สคต. ณ เมืองกวางโจว (จีน) (TTC, Guangzhou (China))
4

ตลาดกุ้งนำเข้าของจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวด้านปริมาณอย่างชัดเจน จีนมีปริมาณการนำเข้ากุ้งรวม 534,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 2,720 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.1 และมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ราคานำเข้าเฉลี่ยอยู่ที่ 5.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม ลดลงร้อยละ 3.6 โดยภาพรวมปริมาณนำเข้าพุ่งสูงขึ้น แต่ราคาเฉลี่ยกลับปรับตัวลดลง สะท้อนภาวะอุปทานที่อยู่ในระดับสูงและแรงกดดันด้านราคา ท่ามกลางการแข่งขันจากเอกวาดอร์ อินเดีย เวียดนาม และไทย โดยกุ้งจากไทยมีจุดเด่นแตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยการเน้นกุ้งปรุงสุก กุ้งกุลาดำ และผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ขณะที่ราคานำเข้าเฉลี่ยกุ้งจากไทยปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับแหล่งนำเข้าหลักอื่น
เมื่อพิจารณารายเดือน พบว่า ปริมาณนำเข้ากุ้งของจีนในทุกเดือนช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการขยายตัวระหว่างร้อยละ 12.7–36.5 เดือนมกราคม มีปริมาณนำเข้าสูงถึง 98,000 ตัน จากแรงหนุนของการเตรียมสินค้ารองรับการบริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน ก่อนลดลงเหลือ 73,000 ตันในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปีนี้แตกต่างจากรูปแบบตามฤดูกาลในอดีต เนื่องจากตั้งแต่เดือนมีนาคม–มิถุนายน ปริมาณนำเข้ายังคงอยู่ในระดับสูงระหว่าง 85,000–98,000 ตันต่อเดือน ขณะที่ราคานำเข้าเฉลี่ยกลับเคลื่อนไหวลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าตลาดมีอุปทานค่อนข้างเพียงพอ ขณะที่สินค้าคงคลังในช่องทางจำหน่ายยังสร้างแรงกดดันต่อตลาด ส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานมีความระมัดระวังต่อแนวโน้มตลาดในระยะต่อไป
ในด้านแหล่งนำเข้า เอกวาดอร์ยังครองตลาดจีนอย่างชัดเจน โดยจีนมีการนำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์ 403,000 ตัน มูลค่า 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.1 และ 21.5 ตามลำดับ และคิดเป็นร้อยละ 75.5 ของปริมาณนำเข้ากุ้งทั้งหมดของจีน แต่ราคานำเข้าเฉลี่ยลดลงร้อยละ 3.6 เหลือ 4.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม โดยสินค้าหลักเป็นกุ้งดิบแช่แข็งทั้งตัวพร้อมเปลือกสำหรับตลาดค้าส่ง ร้านอาหารเครือข่าย และค้าปลีกออนไลน์ ขณะที่จีนนำเข้ากุ้งจาก อินเดีย 75,000 ตัน มูลค่า 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.6 และ 17.6 ตามลำดับ คิดเป็นส่วนแบ่งร้อยละ 14.1 และมีราคานำเข้าเฉลี่ย 5.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม ลดลงร้อยละ 3.3 โดยสินค้าหลักเป็นกุ้งเด็ดหัว ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตกุ้งแช่แข็ง กุ้งบดปรุงรส และอาหารกึ่งสำเร็จรูป ทำให้โครงสร้างผลิตภัณฑ์ของอินเดียมีลักษณะเสริมกับสินค้าจากเอกวาดอร์ ส่วนเวียดนาม จีนมีปริมาณการนำเข้ากุ้งจากเวียดนาม 10,000 ตัน มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 และ 8.2 ตามลำดับ มีราคานำเข้าเฉลี่ย 4.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม ลดลงร้อยละ 4.6 และต่ำที่สุดใน 4 แหล่งนำเข้า ที่นำมาเปรียบเทียบ โดยกุ้งเวียดนามที่เข้าสู่จีนส่วนใหญ่เป็นกุ้งวัตถุดิบขนาดเล็ก เพื่อรองรับความต้องการของตลาดระดับล่างและโรงงานแปรรูป โดยปริมาณนำเข้ารายเดือนมีความผันผวนสูง เดือนมกราคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 53.7 จากแรงหนุนของความต้องการก่อนเทศกาล ขณะที่เดือนกุมภาพันธ์–เมษายนลดลง ก่อนกลับมาขยายตัวในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน
สำหรับประเทศไทย แม้จะมีปริมาณส่งออกกุ้งไปจีนต่ำกว่าเอกวาดอร์และอินเดียอย่างมาก แต่ข้อมูลในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนจุดแข็งด้านมูลค่าและโครงสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง โดยจีนมีการนำเข้ากุ้งจากไทยประมาณ 13,000 ตัน มูลค่า 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 และร้อยละ 5.9 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญ ราคานำเข้าเฉลี่ยกุ้งจากไทยอยู่ที่ 10.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 และเป็นแหล่งนำเข้ารายเดียวใน 4 ประเทศหลักที่ราคานำเข้าเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง ราคานำเข้าเฉลี่ยของกุ้งไทยสูงกว่าเอกวาดอร์ซึ่งอยู่ที่ 4.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม อินเดีย 5.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม และเวียดนาม 4.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของโครงสร้างสินค้าที่แต่ละประเทศส่งเข้าสู่ตลาดจีน โดยข้อมูลรายเดือนพบว่า ในไตรมาสแรก ปริมาณนำเข้ากุ้งจากไทยขยายตัวระหว่างร้อยละ 4.5–20.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนไตรมาส ที่ 2 มีความผันผวน โดยเดือนเมษายนและมิถุนายนลดลงร้อยละ 29.9 และร้อยละ 2.8 ตามลำดับ ขณะที่  เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.7 ทั้งนี้ จากข้อจำกัดด้านต้นทุนการเพาะเลี้ยงและกำลังการผลิต ทำให้ไทยแข่งขันด้านปริมาณได้ยาก แต่มีความโดดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง โดยสินค้าที่ส่งออกไปจีน ส่วนใหญ่เป็นกุ้งปรุงสุก กุ้งกุลาดำ และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงหรือมูลค่าเพิ่ม มากกว่าการแข่งขันโดยตรงในตลาดวัตถุดิบกุ้งราคาต่ำ โครงสร้างดังกล่าวทำให้กุ้งไทยมีตำแหน่งทางการตลาดที่แตกต่างจากเอกวาดอร์ซึ่งเน้นกุ้งทั้งตัวสำหรับตลาดวงกว้าง อินเดียที่มีบทบาทเป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมแปรรูป และเวียดนามที่เน้นกุ้งขนาดเล็กสำหรับตลาดระดับล่างและโรงงานแปรรูป
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ตลาดกุ้งนำเข้าของจีนยังต้องติดตามผลผลิตกุ้งรอบใหม่จากเอกวาดอร์และอินเดีย รวมถึงการระบายสินค้าคงคลังภายในประเทศ หากอุปทานยังอยู่ในระดับสูง ราคานำเข้ามีแนวโน้มเผชิญแรงกดดัน ขณะที่การระบายสินค้าคงคลังที่ล่าช้าอาจทำให้ผู้นำเข้าระมัดระวังการสั่งซื้อเพิ่มเติม นอกจากนี้ กุ้งที่ผลิตในจีนจะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและเพิ่มการแข่งขันกับกุ้งแช่แข็งนำเข้า สำหรับผู้ประกอบการไทย แม้การแข่งขันด้านราคาจะยังอยู่ในระดับสูง แต่กุ้งไทยยังมีศักยภาพในกลุ่มสินค้าคุณภาพสูงและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกุ้งกุลาดำ กุ้งปรุงสุก และผลิตภัณฑ์แปรรูป ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพและมาตรฐาน การสร้างความแตกต่างของสินค้า และการเลือกช่องทางจำหน่ายให้เหมาะสม พร้อมติดตามสถานการณ์ราคาและสินค้าคงคลังในจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการผลิตและการส่งออกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดจีนในระยะต่อไป

--------------------------------------


แหล่งข้อมูล: https://mp.weixin.qq.com/s/-L6qKLncP13rbnQqyL2k8w

ตลาดกุ้งนำเข้าของจีนครึ่งปีแรกขยายตัว 22.1% กุ้งไทยชูจุดแข็งสินค้าคุณภาพสูง.pdf
Share :
Instagram