
Worldpanel by Numerator บริษัทด้านข้อมูลและเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อช่วยกำหนดกลยุทธ์ให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก คาดว่า อัตราการเติบโตของภาคสินค้าอุปโภคบริโภคหมุนเวียนเร็ว (fast-moving consumer goods: FMCG) ของฟิลิปปินส์ ในปี 2569 จะชะลอตัวลงเนื่องจาก ได้รับผลกระทบจากภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปี 2568 โดยคาดว่า กลุ่มสินค้า FMCG ในครัวเรือน ซึ่งรวมถึงอาหารบรรจุหีบห่อ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านและส่วนบุคคลในปี 2569 จะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 3 – 4 ลดลงจากปี 2568 ที่ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 5.2 และลดลงร้อยละ 0.9 ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568
นาง Laurice P. Obana ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกผู้บริโภคจาก Worldpanel by Numerator กล่าวว่า แนวโน้มสินค้า FMCG สะท้อนให้เห็นถึงการคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การปรับราคาที่เพิ่มขึ้นไม่มากนัก และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของภาค FMCG ยังคงสูงกว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) และมีความสามารถในการปรับตัวที่มากกว่า ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยจะซื้อสินค้าบรรจุหีบห่อแทนการทานอาหารนอกบ้าน หรือการซื้ออาหารสด การคาดการณ์นี้สะท้อนถึงมุมมองทางเศรษฐกิจของ นาย Arsenio M. Balisacan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การวางแผน และการพัฒนา ที่ระบุว่า ถึงแม้ว่าผลกระทบจากภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปี 2568 จะปรับลดลงแล้ว แต่คาดว่าจะยังคงส่งผลต่อเนื่องมาถึงปี 2569 โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ (Philippine Statistics Authority: PSA) ระบุว่า GDP ของปี 2568 ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.4 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่คณะกรรมการประสานงานงบประมาณเพื่อการพัฒนา (Development Budget Coordination Committee: DBCC) ตั้งไว้อยู่ที่ระหว่างร้อยละ 5.5 – 6.5 ส่วนอัตราการเติบโตของ GDP ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ลดลงเหลือร้อยละ 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567 และลดลงจากร้อยละ 3.9 ในไตรมาส 3 ของปี 2568 ทั้งนี้ อัตราการเติบโตของ GDP ที่ลดลงเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงความขัดแย้งเกี่ยวกับโครงการป้องกันอุทกภัยที่มีผลต่อการใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุน และอุปสงค์ของผู้บริโภค นอกจากนี้ ความต้องการสินค้า FMCG ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากราคาสินค้าพื้นฐานที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อของเดือนธันวาคม 2568 จะลดลงเหลือร้อยละ 1.8 แต่ในเดือนมกราคม 2569 ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 2.0
อย่างไรก็ตาม เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการในปี 2569 Worldpanel by Numerator ได้วิเคราะห์กลุ่มผู้บริโภคที่มีระดับการใช้จ่ายสูงในปี 2568 โดยอ้างอิงข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าจากกลุ่มตัวอย่างครัวเรือนชาวฟิลิปปินส์จำนวน 5,000 ครัวเรือน ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีนัยสำคัญ และสามารถสะท้อนโครงสร้างของครัวเรือนทั่วประเทศประมาณ 29 ล้านครัวเรือน ทั้งนี้ หนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ตลาดผู้สูงอายุ หรือผู้บริโภคที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป มีอำนาจการซื้อและมูลค่าการใช้จ่ายสูงกว่ากลุ่มผู้บริโภคที่อายุต่ำกว่า 55 ปี ร้อยละ 10 นอกจากนี้ กลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังเป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการเช่นกัน โดยข้อมูลระบุว่า ประมาณร้อยละ 67 ของครัวเรือนในฟิลิปปินส์มีสัตว์เลี้ยง ขณะที่ร้อยละ 83 ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังไม่ได้เข้าสู่ตลาดอาหารสุนัข ถึงแม้ว่ามูลค่าการใช้จ่ายในหมวดอาหารสุนัขจะปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงครัวเรือนที่มีสัตว์เลี้ยงยังมีแนวโน้มซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับสัตว์เลี้ยงมากกว่าครัวเรือนที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงถึง 1.49 เท่า สำหรับครัวเรือนที่มีแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ (Overseas Filipino Workers: OFWs) พบว่า มีศักยภาพในการเติบโต โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายมากกว่าครัวเรือนไม่มี OFWs อยู่ที่ร้อยละ 25 สำหรับสินค้าทั่วไป และร้อยละ 73 สำหรับสินค้า FMCG นอกจากนี้ โอกาสทางการตลาดสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและของใช้ในบ้าน รวมถึงช่องทางเข้าถึงผู้บริโภค และกลุ่มธุรกิจร้านอาหารไลฟ์สไตล์ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดกลยุทธ์ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตของสินค้า FMCG ตามที่คาดการณ์ไว้ จำเป็นต้องเสริมสร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอต่อผู้บริโภคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากสภาวะตลาดปรับดีขึ้น ผู้บริโภคอาจลดการมุ่งเน้นไปที่สินค้าราคาประหยัด ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าสินค้าของตนมีรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ หรือคุณค่าอื่นๆ ที่ดีกว่า เพื่อสนับสนุนการกำหนดราคาที่สูงขึ้น
ที่มา: หนังสือพิมพ์ Business World
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
• ตามที่ Worldpanel คาดว่า อัตราการเติบโตของสินค้า FMCG ของฟิลิปปินส์ในปี 2569 จะชะลอตัวจากผลกระทบของภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนลงในปี 2568 โดยคาดว่า การขยายตัวของกลุ่มสินค้า FMCG ในครัวเรือน ซึ่งรวมถึงอาหารบรรจุหีบห่อ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านและส่วนบุคคล ในปี 2569 จะอยู่ที่ร้อยละ 3 – 4 ลดลงจากร้อยละ 5.2 ในปี 2568 อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของ FMCG ยังคงสูงกว่า GDP และสามารถปรับตัวมากกว่า การวิเคราะห์กลุ่มผู้บริโภคที่มีระดับการใช้จ่ายสูงในปี 2568 จากตัวอย่างครัวเรือนชาวฟิลิปปินส์จำนวน 5,000 ครัวเรือน พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้บริโภคที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป เจ้าของสัตว์เลี้ยง และครัวเรือนที่มีแรงงาน OFWs ยังเป็นโอกาสทางการตลาด เนื่องจากมูลค่าการใช้จ่ายสูงกว่าและยังไม่เข้าสู่ตลาดเต็มที่ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การปรับสูตร และความเชี่ยวชาญด้าน FMCG เพื่อสร้างคุณค่าและสามารถกำหนดราคาที่สูงขึ้นได้ ทั้งนี้ ยังคงมีข้อจำกัดและความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การแข่งขันกับแบรนด์ท้องถิ่นและต่างชาติสูง ราคาสินค้าพื้นฐานเพิ่มขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจ ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย ปรับกลยุทธ์ราคาและโปรโมชั่น สร้างคุณค่าที่แตกต่างทั้งรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และประสบการณ์ผู้บริโภค รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านโลจิสติกส์และการจัดจำหน่าย เพื่อรักษาความสามารถแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดฟิลิปปินส์
----------------------------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
กุมภาพันธ์ 2569