
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 การค้าต่างประเทศของกัมพูชาขยายตัวร้อยละ 21.3 โดยมีมูลค่าการส่งออกรวม 27.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 29.91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.6 อย่างไรก็ตาม ภาคการค้าปลีกและค้าส่งภายในประเทศกลับเผชิญภาวะชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่เกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจดังกล่าว โดยนักเศรษฐศาสตร์มองว่า ปัจจัยกดดันสำคัญ ได้แก่ ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สถานการณ์ชายแดนกัมพูชา–ไทย และการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์
Dr. Ky Sereyvath นักเศรษฐศาสตร์ชาวกัมพูชา วิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจกัมพูชาในปัจจุบันมีแนวโน้มแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการส่งออก ซึ่งยังคงเติบโตได้ดี กับเศรษฐกิจภายในประเทศที่รายได้และกำลังซื้อของประชาชนยังคงชะลอตัว
การชะลอตัวดังกล่าวมีสาเหตุจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา–ไทยและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ประชาชนให้ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมในภาคค้าส่งและค้าปลีกลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจนอกระบบที่มีประชาชนเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ การปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจและบุคคลที่เคยได้รับรายได้จากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น ผู้ให้เช่าอาคารและที่พักอาศัย ตลอดจนพนักงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้รายได้ของบุคคลเหล่านี้ลดลงและส่งผลต่อเนื่องไปยังธุรกิจท้องถิ่น
ในอีกมุมหนึ่ง นาย Lim Heng รองประธานสภาหอการค้ากัมพูชา เห็นว่า เศรษฐกิจกัมพูชาโดยรวมยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง โดยการนำเข้าและส่งออกในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ยังคงขยายตัวมากกว่าร้อยละ 20 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน คือ ผู้ที่เคยมีรายได้โดยตรงจากเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ และยังไม่รุนแรงต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งชาติกัมพูชาและธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจกัมพูชาในปี 2569 จะขยายตัวชะลอลงเหลือร้อยละ 3.9 ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.9 โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สถานการณ์ชายแดนกัมพูชา–ไทย และผลกระทบจากการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์
ปัจจัยเหล่านี้ยังส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง อาทิ การค้า การขนส่ง ธุรกิจโรงแรมและบริการต้อนรับ ตลอดจนการค้าปลีก อย่างไรก็ตาม ในปี 2570 เศรษฐกิจกัมพูชามีแนวโน้มฟื้นตัว โดยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.7 จากแรงสนับสนุนของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่เติบโต การกระจายตลาดส่งออกให้หลากหลายขึ้น และการไหลเข้าของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. แม้การค้าต่างประเทศของกัมพูชาขยายตัวกว่า 20% แต่กำลังซื้อของประชาชนที่ชะลอตัวสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตยังไม่กระจายสู่เศรษฐกิจภายในประเทศอย่างทั่วถึง ภาครัฐจึงควรเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ
2. ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น สถานการณ์ชายแดนกัมพูชา–ไทย และการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ล้วนส่งผลต่อรายได้ของประชาชนและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคค้าปลีก การท่องเที่ยว และบริการ ซึ่งอาจกระทบต่อเนื่องถึงการจ้างงานและการลงทุนภายในประเทศ
3. แม้เศรษฐกิจกัมพูชามีแนวโน้มชะลอตัว แต่การส่งออกที่ยังเติบโตและมีแนวโน้มการฟื้นตัวในปี 2570 ผู้ประกอบการสามารถพิจารณาขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบอุตสาหกรรม และบริการที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ควรประเมินกำลังซื้อของผู้บริโภค ต้นทุนดำเนินธุรกิจ และความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
____________________________________________________
ที่มา The Cambodia China Times
21 ตุลาคม 2569