
ในเดือนตุลาคม 2022 หรือสองเดือนภายหลังที่กฎหมาย IRA มีผลบังคับใช้ การนำเข้าสินค้าขยะที่เป็นน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วจากจีนเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีรายงานว่าระหว่างตุลาคม 2021 - ตุลาคม 2022 มูลค่านำเข้าจากจีนสูงเกือบ 390 ล้านเหรียญฯ เฉพาะในระยะ 8 เดือนแรก (มกราคม - สิงหาคม) ของปี 2023 ปริมาณนำเข้าน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วจากจีนเกือบ 384,000 เมตริกตัน หรือประมาณร้อยละ 65 ของปริมาณนำเข้าสหรัฐฯรวมทั้งสิ้นในช่วงเวลาดังกล่าวของน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่ใช้น้ำมันดีเซลหมุนเวียน (renewable diesel) มากที่สุดในสหรัฐฯ เพราะรัฐฯมีกฎหมาย Low Carbon Fuel Standard ที่ให้สินเชื่อทางการค้าแก่ผู้ผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเวียนที่ใช้วัตถุดิบการผลิตที่มีคาร์บอนต่ำ(low-carbon) เช่น UCO
ที่มา: Reuters: “Biden’s IRA drives surge in US imports of Chinese Used cooking oil”, by Andrew Hayley, September 22, 2023
ข้อมูลเพิ่มเติม ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ของสคต ลอสแอนเจลิส
หมายเหตุ UCO ในที่นี้ต่างจาก UCO – Unconverted Oil หรือ Hydrocracking oil ที่ใช้เป็นน้ำมันเครื่องบิน ที่บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ผลิตส่งออก
ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศสินค้า UCO ในไตรมาสแรกปี 2023 แสดงให้เห็นว่าความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯจะกลายเป็นประเทศนำเข้า UCO ที่แท้จริง (net importer) ข้อมูลจาก UN Comtrade Database แสดงให้เห็นว่า ประมาณร้อยละ 15 ของ UCO ที่สหรัฐฯนำเข้ามาจาก 6 ประเทศหลักในเอเซียคือ จีน อินเดีย อินโดนิเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้ The International Council on Clean Transportation (ICCT)
คาดการณ์ว่านโยบายรัฐบาลกลางสหรัฐฯที่เสนอผลประโยชน์และสิ่งจูงใจแก่ภาคธุรกิจที่นำ UCO มาใช้เป็นวัตถุดิบ
ในการผลิตไบโอดีเซลหรือการผลิตดีเซลหมุนเวียน (renewable diesel) การให้สิทธิพิเศษด้านภาษีกับสินค้าเชื้อเพลิง SFA และนโยบายและการทำความพยายามของหลายมลรัฐที่จะเข้าสู่ระบบเชื้อเพลิงสะอาด จะไปยกระดับความต้องการนำเข้าและความต้องการบริโภคของสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้ปริมาณนำเข้า UCO ของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นเป็น 8,900 กิโลตัน (8,900,000 เมตริกตัน) ภายในปี 2030 ซึ่งเป็นปริมาณสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับระดับปัจจุบันของปริมาณนำเข้าจาก 6 ประเทศแหล่งอุปทานในเอเซียข้างต้น จึงมีแนวโน้มสูงว่า ความต้องการบริโภคในสหรัฐฯจะเกินความสามารถของแหล่งอุปทานในเอเซียทั้ง 6 ประเทศข้างต้นในการผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ
สคต ลอสแอนเจลิสมีความเห็นว่า การคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของความต้องการ UCO ของสหรัฐฯมีโอกาสสูงขึ้น เพราะหลายภาคส่วนในสหรัฐฯกำลังวิตกกังวลกับปัญหาสิ่งแวดล้อม การหมดสิ้นไปของทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นแร่ธาตุที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมัน และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาวะอากาศและเร่งหาทางบรรเทาปัญหาเหล่านั้นด้วยการแสวงหาพลังงานสะอาดมาใช้ทดแทน นอกเหนือไปจากการใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงานสะอาดแล้ว UCO ยังสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าได้หลากหลายรายการ เช่น สบู่ อาหารสัตว์ เป็นต้น
ประเทศไทยไม่ควรมองข้ามศักยภาพของ UCO สถานการณ์ความต้องการปัจจุบันของสหรัฐฯ และควรพิจารณาหาโอกาสเข้าสู่ตลาด UCO สหรัฐฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มโอกาสร้างรายได้เข้าประเทศแล้ว ยังเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจรายย่อยในประเทศหลายรายที่การทำธุรกิจได้สร้าง UCO ขึ้นมาจำนวนมาก และช่วยลดปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อมภายในประเทศที่มาจากการทิ้ง UCO ในรายงาน Global Supply and Trade of Used Cooking Oil จัดทำโดย GlobalData ระบุว่าประเทศไทยมีการบริโภคน้ำมันพืชต่อคนต่อปีสูงติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลกแต่ระดับการเก็บสะสม UCO ต่ำมาก ซึ่งอาจหมายถึงว่า ประเทศไทยกำลังทิ้งวัตถุดิบที่มีคุณค่าและกำลังเป็นที่สามารถเป็นประโยชน์ต่อประเทศและเป็นที่ต้องการของหลายประเทศทั่วโลก
การนำเข้า UCO อยู่ภายใต้กฎระเบียบของหน่วยงาน APHIS (Animal & Plant Health Inspection Service) กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ โดยสรุปกำหนดว่า การนำเข้า UCO ว่า ถ้าเป็นน้ำมันที่ผลิตจากเนื้อสัตว์ เช่น น้ำมันหมู จะต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับใบรับรอง (certification) ว่า ได้ผ่านเข้ากระบวนการให้ความร้อน (heat treatment) ในระดับที่สามารถฆ่าเชื้อโรค foot-and-mouth disease (FMD), swine vesicular disease (SVD), classical swine fever (CSF), virulent Newcastle disease (VND) และ highly pathogenic avian influenza (HPAI) กระทรวงเกษตรสหรัฐฯแนะนำผู้สนใจที่จะนำเข้า/ส่งออกสินค้าน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วไปยังสหรัฐฯ ให้ส่งอีเมล์ไปขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมที่ apie@usda.gov ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ