fb
ภาษีศุลกากรสินค้าเฟอร์นิเจอร์ใหม่อาจทำให้วิกฤตที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ รุนแรงขึ้น

ภาษีศุลกากรสินค้าเฟอร์นิเจอร์ใหม่อาจทำให้วิกฤตที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ รุนแรงขึ้น

โดย
Kamonwan
ลงเมื่อ 03 ตุลาคม 2568 22:00
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
98

 

image.png

ข้อมูลจาก New York Times ล่าสุด รายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตู้ไม้ในครัว (Kitchen Cabinet) ตู้ล้างหน้าในห้องน้ำที่ทำจากไม้ (Bathroom Vanity) และเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ (Upholstered Furniture)  ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการก่อสร้างและการซื้อบ้านสูงขึ้น กระทบต่อตลาดที่อยู่อาศัยที่อยู่ในภาวะอ่อนแออยู่แล้ว มาตรการนี้จะเริ่มบังคับใช้วันที่ 14 ตุลาคม 2568 โดยกำหนดอัตราภาษี 10% สำหรับไม้และไม้แปรรูป และ 25% สำหรับตู้ครัว ตู้ล้างหน้าในห้องน้ำที่ทำจากไม้และเฟอร์นิเจอร์บุผ้า ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ระบุในประกาศของทำเนียบขาวลงวันที่ 29 กันยายน 2568 โดยอัตราภาษีสำหรับตู้ครัว ตู้ล้างหน้าในห้องน้ำจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ขณะที่เฟอร์นิเจอร์บุผ้าจะขยับเป็น 30% ทั้งนี้ รัฐบาลชี้แจงว่ามาตรการนี้มีขึ้นเพื่อปกป้องการผลิตภายในประเทศจากสินค้านำเข้าที่เข้ามาสู่ตลาดมากจนเกินไป

นักวิเคราะห์ให้ความว่าการเก็บภาษีในอัตราสูงอาจยิ่งทำให้ปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยทั่วประเทศรุนแรงขึ้น เนื่องจากจะทำให้การก่อสร้างบ้านใหม่ชะลอตัว ขณะเดียวกัน ต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมที่บังคับใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ยังอาจบดบังผลบวกที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์คาดว่าจะได้รับจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กดดันให้ FED ลดดอกเบี้ยมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้วเพื่อช่วยให้ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านปรับตัวลดลง

แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะพูดถึงความตั้งใจในการฟื้นฟูตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ มาตรการเก็บภาษีใหม่กลับได้รับเสียงวิจารณ์อย่างรวดเร็วจากกลุ่มผู้สร้างบ้านซึ่งต้องพึ่งพาวัสดุจากต่างประเทศ อนึ่ง ประธานสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติของสหรัฐฯ (the National Association of Home Builders) ระบุว่าการที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ สั่งเก็บภาษีใหม่กับการนำเข้าไม้ กระดานไม้ ตู้ครัว และเฟอร์นิเจอร์ จะยิ่งสร้างอุปสรรคต่อภาวะตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายอยู่แล้ว เพราะจะเพิ่มต้นทุนการก่อสร้างและปรับปรุงที่อยู่อาศัย สมาคมฯ คาดการณ์ว่าวัสดุก่อสร้างใหม่ราว 14 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7% ของวัสดุทั้งหมดที่ใช้ในบ้านใหม่มาจากต่างประเทศ

ผู้ประกอบการด้านการก่อสร้างหลายรายแสดงความกังวลว่า ภาษีใหม่นี้อาจทำให้โครงการที่กำลังจะเริ่มกลับมาล่าช้าอีกครั้ง และสร้างความไม่แน่นอนต่อทั้งผู้ซื้อบ้านและนักลงทุน ขณะที่ตลาดบ้านเดี่ยวในสหรัฐฯ ก็เพิ่งลดลงแตะระดับต่ำสุดนับจากกลางปี 2567 

image.png

นอกจากนี้ บริษัทก่อสร้างต่างๆ ในสหรัฐฯ เช่น บริษัท Hudson Meridian Construction Group ในนิวยอร์ก ระบุว่าลูกค้าบางรายที่เคยชะลอโครงการเพื่อรอดอกเบี้ยลดลง เริ่มพร้อมเดินหน้า แต่ภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดความล่าช้าอีกครั้ง ทั้งนี้ วัสดุก่อสร้างสำคัญของบริษัท เช่น ตู้ครัวส่วนใหญ่ที่นำเข้าจากเวียดนาม อินโดนีเซียและอิตาลี

สมาคมอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์อเมริกัน (The American Home Furnishings Alliance) ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์มากกว่า 250 ราย ระบุว่ามาตรการเก็บภาษีจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในปริมาณมาก เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า อย่างไรก็ดี สมาคมฯ เตือนว่าผลกระทบจากนโยบายการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ชัดเจนทั้งหมด เนื่องจากอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์สหรัฐฯ พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานโลกที่ซับซ้อน ซึ่งมีบทบาททั้งในการผลิตภายในประเทศและการนำเข้าสินค้า

อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาคมผู้ผลิตตู้ครัวในประเทศ (American Kitchen Cabinet Alliance)โดยสมาคมฯ มองว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมในประเทศ พร้อมให้เหตุผลว่าการนำเข้าสินค้าจากประเทศเวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา จีน เม็กซิโก อินโดนีเซียและไทย กำลังส่งผลกระทบต่อแรงงานสหรัฐฯมากกว่า 250,000 ตำแหน่ง แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยที่เตือนว่า นโยบายนี้อาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะจะทำให้ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นและกดดันทั้งผู้ซื้อบ้าน ผู้เช่าและเจ้าของบ้าน

มาตรการเก็บภาษีนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ของประธานาธิบดีทรัมป์ส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและลบต่อผู้ผลิตในสหรัฐฯ โดยสามารถสรุปได้ดังนี้

1. ผลกระทบเชิงลบระยะสั้น: ผู้ผลิตในประเทศต้องเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เช่น ไม้ สิ่งทอ และชิ้นส่วนจากต่างประเทศ อีกทั้งยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทำให้ความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกลดลง บางบริษัทถึงขั้นปิดกิจการและสูญเสียการจ้างงาน

2. ผลกระทบบวกบางส่วน: ผู้ซื้อบางรายหันมาสนใจผลิตในประเทศมากขึ้น เนื่องจากความไม่แน่นอนของตลาดนำเข้า ทำให้ผู้ผลิตในประเทศบางกลุ่มได้รับคำสั่งซื้อหรือความสนใจเพิ่มขึ้น จุดแข็งที่สำคัญคือ “ความเชื่อมั่นและความแน่นอนในการส่งมอบสินค้า”

3. ข้อจำกัด: ความสนใจที่เพิ่มขึ้นยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นคำสั่งซื้อจำนวนมากในทันที หลายบริษัทเห็นเพียงการเริ่มต้นการเจรจา มากกว่าการเติบโตทางรายได้จริง

4. ด้านการจ้างงาน: มีบางบริษัทที่สามารถจ้างงานเพิ่ม แต่ในภาพรวมอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ยังคงสูญเสียงานต่อเนื่อง และแม้จะมีการฟื้นตัวก็ไม่น่าจะกลับไปสู่ระดับสูงสุดในอดีต เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้การผลิตใช้แรงงานน้อยลง

 รหัสของสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ หมายเหตุ: ตัวเลข HS Code อาจมีการปรับเปลี่ยนหรือตีความใหม่เมื่อมีประกาศทางการของ U.S. Customs and Border Protection (CBP) หรือประกาศของทำเนียบขาว

Kitchen Cabinets (9403.40) 

Bathroom Vanities (9403.40)

Upholstered Sofas & Sofa Beds (9401.61.6010) 

Upholstered Armchairs (9401.61.4010) 

Upholstered seat parts/replacement parts  (9401.90.5020 /9401.90.5080 /9401.90.3500)

Fitted furniture covers (9401.90.5020)                     

 

ข้อมูลการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ไม้รวมถึงตู้ในครัวและตู้ในห้องน้ำ HS 940340 (Wooden Furniture (Except Seats) Of A Kind Used In The Kitchen) ของสหรัฐฯ จากทั่วโลกในปี 2567  พบว่า เวียดนามส่งออกมาเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่า 1,050 ล้านเหรียญสหรัฐ (+18.95%) รองลงมา คือ แคนนาดา มูลค่า 432 ล้านเหรียญสหรัฐ (-3.52%) และมาเลเซียเป็นลำดับที่สาม คือ 220 ล้านเหรียญสหรัฐ (-4.72%) ส่วนไทยเป็นลำดับที่ 5 มูลค่า 169 ล้านเหรียญสหรัฐ (+14.21%)

image.png

 ข้อมูลการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ไม้รวมถึงตู้ในครัวและตู้ในห้องน้ำ HS 940340 (Wooden Furniture (Except Seats) Of A Kind Used In The Kitchen) ของสหรัฐฯ จากทั่วโลกในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-กรกฏาคม 2568 พบว่าสหรัฐฯ นำเข้าจากเวียดนามเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่า 623 ล้านเหรียญสหรัฐ (+7.81%) รองลงมาคือแคนาดา มูลค่า 227 ล้านเหรียญสหรัฐ (-11.68%) และมาเลเซียเป็นลำดับที่สาม คือ 135 ล้านเหรียญสหรัฐ (+6.51%) ส่วนไทยเป็นลำดับที่ 5 มูลค่า 98 ล้านเหรียญสหรัฐ (+13.57%)

image.png

 

ข้อมูลการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ HS940161 (Upholstered Furniture) Of A Kind Used In The Kitchen) ของสหรัฐฯ จากทั่วโลกในปี 2567 พบว่า เวียดนามส่งออกมาเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่า 3,116 ล้านเหรียญสหรัฐ (+27.95%) รองลงมา คือ จีน มูลค่า 1,820 ล้านเหรียญสหรัฐ (-1.79%) และเม็กซิโกเป็นลำดับที่สาม คือ 766 ล้านเหรียญสหรัฐ (-8.06%) ส่วนไทยเป็นลำดับที่ 9 มูลค่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐ (+9.55%)

image.png

ข้อมูลการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ HS940161 (Upholstered Furniture) Of A Kind Used In The Kitchen) ของสหรัฐฯ จากทั่วโลกในช่วงมกราคม-กรกฏาคม 2568 พบว่า เวียดนามส่งออกมาเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่า 1,995 ล้านเหรียญสหรัฐ (+16%) รองลงมา คือ จีน มูลค่า 640 ล้านเหรียญสหรัฐ (-42.79%) และเม็กซิโกเป็นลำดับที่สาม คือ 376 ล้านเหรียญสหรัฐ (-18.11%) ส่วนไทยเป็นลำดับที่ 8 มูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (+28.07%)

image.png

บทวิเคราะห์

            1. ไทยควรปรับกลยุทธ์ด้านราคาและต้นทุน โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณภาพสูง หรือออกแบบเฉพาะเพื่อตลาดสหรัฐฯ หรือพิจารณาใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ลดต้นทุนโดยไม่ลดคุณภาพ

            2. ไทยควรเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดโดยเน้นการเจาะตลาดเฉพาะ (Niche Market) เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง หรือสั่งทำพิเศษ (Custom-made) ซึ่งมีความสามารถจ่ายสูง เน้นการเจาะกลุ่มผู้บริโภคในกลุ่ม High Income Spending 

            3. การกระจายความเสี่ยงทางตลาดโดยลดความพึ่งพาสหรัฐฯ และขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าในแถบยุโรป ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

            4. สร้างพันธมิตรโลจิสติกส์เพื่อลดเวลาการส่งสินค้าและค่าใช้จ่าย ซึ่งน่าจะอำนวยประโยชน์ทำให้สินค้ามีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น

                     

แหล่งที่มาของข้องมูล: business of home/Reuter/New York Times/GTA/ tradingeconomics  และสคต. นิวยอร์ก

Share :
Instagram