fb
ตลาดของเล่นและของสะสมในสหรัฐอเมริกา
โดย
Kamonwan
ลงเมื่อ 30 สิงหาคม 2568 02:00
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
9

จากข้อมูลของ Grandview research ระบุว่า ตลาดของเล่นสะสมในสหรัฐฯ ปี 2567 มีมูลค่า 62,100 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าภายในปี 2573 ตลาดของเล่นสะสมในสหรัฐฯ น่าจะมีมูลค่าสูงถึง 83,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงปี 2568–2573 ตลาดคาดว่าจะมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.3%

 

image.png

ประเภทหลักของของเล่นสะสมในตลาดสหรัฐฯ

1. แอคชันฟิกเกอร์ (Action Figures) ส่วนมากมาจากแฟรนไชส์หนังดังหรือวิดีโอเกมส์ เช่น Marvel, DC Comics, Star Wars, Transformers, G.I. JoeDisney โดยนิยมผลิตแบบรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันและมีรายละเอียดสูง เหมาะสำหรับนักสะสมผู้ใหญ่ ซึ่งแบรนด์ชั้นนำในตลาด ได้แก่ Hasbro, Mattel, McFarlane Toys, NECA, Funko`เป็นต้น

2. ฟิกเกอร์แบบสุ่ม (Blind Bag/Blind Box) เป็นของเล่นที่บรรจุในแพ็กเกจแบบสุ่ม ทำให้ผู้ซื้อไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะได้ตัวใด ตัวอย่างเช่น DisneyPop Mart และมินิฟิกเกอร์สะสมหลากหลายซีรีส์

3. ตุ๊กตาผ้า (Plushies) เช่น Squishmallows, Disney Plush คลาสสิก และตุ๊กตาผ้าตามแฟรนไชส์ต่าง ๆ

ทั้งนี้ รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันหรือออกเฉพาะฤดูกาลได้รับความนิยมสูงมาก

4. ชุดตัวต่อเลโก้ (LEGO Sets) เลโก้รุ่นพิเศษและรุ่นลิมิเต็ด โดยเฉพาะชุดธีมดัง เช่น Star Wars, Harry Potter, DC Comics อย่างไรก็ดี นักสะสมให้คุณค่าสูงกับชุดที่ยกเลิกการผลิตแล้ว (discontinued sets) และชุดที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์

5. รถโมเดลไดแคสต์ (Die-Cast Cars and Vehicles) เช่น Hot Wheels, Dinky Toys และรถไดแคสต์ แบรนด์อื่นๆ โดยเฉพาะรุ่นหายาก สีพิเศษหรือแพ็กเกจดั้งเดิมมักมีมูลค่าเหมาะแก่การสะสม

6. เกมการ์ดสะสม (Trading Card Games) การ์ดโปเกมอน โดยเฉพาะรุ่นแรก ๆ เช่น Charizard First Edition หรือ Magic: The Gathering เกมการ์ด การ์ดกีฬาต่างๆ ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในแง่การลงทุนและความระลึกถึงอดีต

7. เกมและเครื่องคอนโซลย้อนยุค (Retro & Special Edition Video Games/Consoles) นักสะสมมองหาคอนโซลเก่า ตลับเกม และอุปกรณ์พิเศษ เช่น คอนโทรลเลอร์ธีม Sonic, Mario

8. ของเล่นวินเทจ (Vintage Toys) เช่น Steiff Teddy Bears, Cabbage Patch Kids, Beanie Babies, Tamagotchi

9. ปืนของเล่น Nerf (Nerf Blasters) ได้รับความนิยมทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่นลิมิเต็ด โดยเฉพาะรุ่นธีมพิเศษ

image.pngimage.png

 

image.pngimage.png

 

ปัจจัยขับเคลื่อนความนิยมของตลาดของเล่นสำหรับสะสม

  1. วัฒนธรรมป๊อปและแฟรนไชส์บันเทิง
    ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ อนิเมะ และแพลตฟอร์มสตรีมมิง ล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างความต้องการต่อสินค้าสะสมและฟิกเกอร์ที่อิงตัวละคร ส่งผลให้เกิดตลาดที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นและเติบโตอย่างต่อเนื่อง

  2. สื่อสังคมออนไลน์และคอมมูนิตี้นักสะสม
    แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Instagram, Facebook และฟอรั่มต่าง ๆ กลายเป็นพื้นที่ในการโชว์คอลเลกชัน แลกเปลี่ยนเทรนด์และเชื่อมโยงนักสะสมทั่วโลก ซึ่งช่วยเสริมอิทธิพลและกระตุ้นความต้องการในตลาดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

  3. การผสานเข้ากับเทรนด์การตกแต่งบ้าน
    ของสะสมและฟิกเกอร์เริ่มถูกมองว่าเป็นงานศิลป์และของตกแต่งภายใน ทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่าง “ของเล่น” และ “ของตกแต่งบ้าน” ซึ่งช่วยดึงดูดผู้บริโภคในวงกว้าง ไม่จำกัดเพียงกลุ่มนักสะสมโดยตรง เช่น KawsJeff Koon และ Pop Mart เป็นต้น

  4. ค่านิยมการลงทุนและมูลค่าเพิ่มในอนาคต
    ของสะสมบางชิ้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ทำให้ผู้บริโภคมองไม่เพียงแค่งานอดิเรก แต่ยังเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่มีศักยภาพ

  5. กลยุทธ์การตลาดเชิงสร้างสรรค์จากผู้ผลิต
    การออกแบบคอลเลกชันพิเศษ รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน รวมถึงความร่วมมือกับแบรนด์หรือศิลปินชื่อดัง ช่วยสร้างกระแส สร้างคุณค่าและเพิ่มแรงดึงดูดในการสะสม

image.png image.png

 

ช่องทางการจัดจำหน่ายของเล่นสะสมสหรัฐฯ

  1. ออนไลน์

ในปี 2568 ช่องทางออนไลน์ได้กลายเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนตลาดของเล่นสะสม โดยมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 57% ของตลาดจำหน่ายของเล่นรวม โดยสินค้ากลุ่ม Art Toy หรือของเล่นเชิงศิลปะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ โดยมียอดขายผ่านช่องทางออนไลน์สูงถึง 38.5% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาเลือกซื้อของเล่นสะสมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สำคัญ ได้แก่

  • Marketplace ทั่วไป เช่น Amazon และ eBay ที่รวบรวมสินค้าหลากหลาย ทำให้ผู้ซื้อเข้าถึงของเล่นสะสมได้ง่ายและสะดวก

  • ร้านเฉพาะทาง อย่าง BigBadToyStore ที่เน้นตอบโจทย์นักสะสมกลุ่มเฉพาะด้วยสินค้าที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ

  • การขายตรงจากแบรนด์ (Direct-to-Consumer) ผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์ หรือการเปิดตัวสินค้าแบบพิเศษ (Exclusive)

  • การสมัครสมาชิก (Subscription Boxes/Mystery Boxes) ที่ผู้บริโภคจะได้รับกล่องสุ่มรายเดือนหรือฟิกเกอร์ปริศนา สร้างความตื่นเต้นและประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทำให้การสะสมมีสีสันมากขึ้น

นอกจากการซื้อขายของใหม่แล้ว ตลาดมือสองหรือการรีเซลก็กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัวที่อัตรา 6.4% ต่อปี (CAGR) ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของแพลตฟอร์มการรีเซลขายต่อออนไลน์และโซเชียลคอมเมิร์ซได้เปิดโอกาสให้นักสะสมสามารถแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายของสะสมได้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น 

  1. ออฟไลน์

แม้ว่าการขายออนไลน์จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ช่องทางออฟไลน์ ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันตลาดของเล่นสะสม โดยเฉพาะการสร้างประสบการณ์ตรงและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อทันที ซูเปอร์มาร์เก็ต & ไฮเปอร์มาร์เก็ตยังเป็นช่องทางสำคัญ โดยห้างค้าปลีกใหญ่ เช่น Walmart, Target ใช้กิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายควบคู่กับความนิยมของสินค้าแฟรนไชส์ดังในการดึงดูดผู้ซื้อแบบ “ซื้อฉับพลันแบบไม่ได้วางแผนมาก่อน” (Impulse Buy)

  • ร้านของเล่นเฉพาะทางและร้านงานอดิเรก (Hobby Outlets) เน้นเจาะกลุ่มนักสะสมจริงจัง มีสินค้าคัดสรรพิเศษ, ให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ และสินค้าลิมิเต็ด ตัวอย่าง: HobbyTown USA ที่มีมากกว่าร้อยสาขา

  • ร้านป๊อปอัพชั่วคราวหรืองานอีเวนต์ เช่น San Diego Comic Con และ New York Comic Con ยังเป็นศูนย์กลางของการเปิดตัวสินค้า Exclusive และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆ แบรนด์ออนไลน์ (Direct-to-Consumer) ได้เพิ่มกลยุทธ์ร้านป๊อปอัพชั่วคราวเพื่อสร้างกระแสของสะสมรุ่นพิเศษในกลุ่มแฟนคลับเพื่อกระตุ้นยอดขายอีกด้วย

  • กลยุทธ์ ดารา Influencer และกระแสโซเชียล เช่น กระแส Labubu Blind Box ของ Pop Mart ผลักดันให้สินค้าเป็นที่นิยมอย่ากว้างขว้างและเกิดการขายรูปแบบใหม่ๆ เช่น ตู้ขายอัตโนมัติ (Robo shops) ในห้างสรรพสินค้า การจำหน่ายเล่นสะสมผ่านร้านรองเท้ากีฬาท้องถิ่น กระแสจากโซเชียลดังกล่าว ทำให้ความต้องการพุ่งสูงอย่างมากส่งผลให้เกิดสินค้าขาดตลาดในหลายพื้นที่

 

พฤติกรรมผู้บริโภคของเล่นสะสมในสหรัฐฯ 

  1. กลุ่มผู้บริโภค ผู้ใหญ่รุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) เป็นกลุ่มที่นิยมใช้จ่ายในการซื้อของเล่นสะสมเป็นอย่างมาก นิยมซื้อของสะสมเพื่อแสดงตัวตนส่วนบุคคล สร้างความเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหรือกลุ่ม นอกจากนี้กลุ่มผู้ใหญ่รุ่นเก่า อายุ 45 ปีขึ้นไป ก็มีแนวโน้มมองของสะสมเป็นสินทรัพย์ลงทุนหรือของที่ระลึกจากวัยเด็กเพิ่มมากขึ้น

  2. พฤติกรรมการใช้จ่าย ปัจจุบันตลาดของเล่นสะสมในสหรัฐฯ กำลังประสบกับการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ด้านราคาและประเภทสินค้า โดยเฉพาะของสะสมพรีเมียม ทีมีราคาตั้งแต่ 50-100 เหรียญสหรัฐ ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายสำหรับสินค้าประเภทนี้มักเป็นนักสะสมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า การออกแบบที่โดดเด่น และความพิเศษเฉพาะตัวของของสะสม ในขณะเดียวกัน ของเล่นราคาต่ำกว่า 20 เหรียญสหรัฐ ก็ยังคงได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาของสะสมเพื่อความบันเทิง 

 

โอกาสของสินค้าไทยในตลาดของเล่นสะสมในสหรัฐฯ

  1. การเจาะตลาดของเล่นสะสมในสหรัฐฯ สำหรับสินค้าไทยมีโอกาสสูง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าพรีเมียมที่เน้นความเฉพาะตัว (Unique Selling Point) นักสะสมชาวสหรัฐฯ ให้ความสนใจสินค้าที่มีเรื่องราวและดีไซน์เฉพาะตัว สินค้าไทยที่สะท้อนวัฒนธรรมไทย งานศิลปะ หรือความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะประจำชาติ สามารถสร้างความสนใจและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

  2. กลยุทธ์การเข้าตลาดและช่องทางจัดจำหน่าย เช่น การจัด Pop-up Store ชั่วคราวสามารถสร้างความตื่นเต้นและประสบการณ์ตรงให้กับผู้บริโภค ควบคู่กับการขายผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram และ TikTok หรือ Marketplace ทั่วไป เช่น Amazon เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

  3. การสร้างเรื่องราวเบื้องหลังสินค้า โดยการนำเสนอวัฒนธรรม ศิลปะ หรือประวัติศาสตร์ไทย เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้างมูลค่า เพิ่มความพิเศษ และสร้างการจดจำแบรนด์ในตลาดของเล่นสะสม

  4. การเริ่มต้นด้วยสินค้าลิมิเต็ดที่มีดีไซน์ การผลิตจำนวนจำกัดช่วยสร้างความพิเศษและกระตุ้นความสนใจของนักสะสม และใช้ประโยชน์จากช่องทางออนไลน์ในการทดสอบตลาดก่อนขยายไปยังช่องทางออฟไลน์

  5. การร่วมมือกับแบรนด์หรือ Influencer ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐฯ จะช่วยสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือ

 

แหล่งที่มาของข้อมูล: Grandviewresearch.com/ https://www.circana.com/ finance.yahoo.com/ https://www.prnewswire.com/ 

Share :
Instagram