fb
โมซัมบิกนำเข้าข้าว 6 แสนตันต่อปี เร่งดึงลงทุนเพิ่มการผลิตและลดการพึ่งพาการนำเข้า

โมซัมบิกนำเข้าข้าว 6 แสนตันต่อปี เร่งดึงลงทุนเพิ่มการผลิตและลดการพึ่งพาการนำเข้า

โดย
Mueanfun
ลงเมื่อ 14 กันยายน 2569 15:00
สคต. ณ กรุงพริทอเรีย (แอฟริกาใต้) (TTC, Pretoria (South Africa))
3

          โมซัมบิกนำเข้าข้าวประมาณ 600,000 ตัน และข้าวสาลีประมาณ 700,000 ตันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ โดยสถาบันธัญพืชแห่งโมซัมบิก (Mozambique Grain Institute) มองว่าปริมาณการนำเข้าดังกล่าวสะท้อนถึงโอกาสในการดึงดูดการลงทุนด้านการผลิต การแปรรูปสินค้าเกษตร และการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า ปัจจุบันโมซัมบิกนำเข้าข้าวและข้าวสาลีจากหลายประเทศในยุโรป อเมริกา และเอเชีย รวมถึงอินเดีย

ผู้อำนวยการใหญ่สถาบันธัญพืชแห่งโมซัมบิก (Mr. Luís Jobe Fazenda) เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวระหว่างการประชุม Afro World Agri Food International Forum 2026 ครั้งที่ 4 ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา พร้อมระบุว่า ปริมาณการนำเข้าธัญพืชในระดับสูงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนในการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตทางการเกษตรเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศ และสามารถส่งออกได้หากมีผลผลิตส่วนเกิน โดยเรียกร้องให้มีการสนับสนุนการผลิตข้าวและข้าวสาลีควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

โมซัมบิกยังเชิญชวนภาคเอกชนเข้าลงทุนใน โรงสีข้าว โรงงานบรรจุภัณฑ์ และโรงโม่ข้าวสาลี เพื่อให้สินค้าบางส่วนที่ปัจจุบันต้องนำเข้าจากต่างประเทศสามารถผลิตและแปรรูปภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างห่วงโซ่มูลค่าและสร้างโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังเชิญชวนนักลงทุนอินเดียเข้าลงทุนในการผลิตถั่วมะแฮะ งา ถั่วเหลือง และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีศักยภาพทั้งสำหรับการแปรรูปภายในประเทศและการส่งออก  ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุม ฝ่ายโมซัมบิกได้หารือกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการค้าสินค้าเกษตรหลายราย โดยบางบริษัทแสดงความสนใจที่จะจัดซื้อสินค้าเกษตรจากโมซัมบิก ซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือทางการค้าและการพัฒนาช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรของโมซัมบิกในตลาดต่างประเทศต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ : โมซัมบิกสามารถปลูกข้าวได้ โดยข้อมูลจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (The Food and Agriculture Organization FAO) ระบุว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตข้าวของโมซัมบิกไม่เกิน 260,000 ตันต่อปี ซึ่งไม่เพียงต่อการบริโภคในประเทศ ส่งผลให้โมซัมบิกจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวในปริมาณสูง ดังนั้น ข้าวไทยจึงยังมีโอกาสส่งออกไปยังโมซัมบิกอย่างต่อเนื่อง หากสามารถแข่งขันได้ในด้านราคาและคุณภาพ โดยมีคู่แข่งสำคัญ อาทิ อินเดีย เวียดนาม ปากีสถาน

          นโยบายส่งเสริมการผลิตในประเทศและการลงทุนเพื่อทดแทนการนำเข้าของโมซัมบิก อาจส่งผลต่อความต้องการนำเข้าข้าวในระยะยาว ผู้ส่งออกข้าวไทยจึงควรติดตามพัฒนาการในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าว อาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ส่งผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร (ขนาดเล็ก-ขนาดกลาง) ของไทย ในการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังโมซัมบิก เนื่องจากโดยส่วนใหญ่เกษตรกรรายย่อยเป็นผู้ปลูกข้าว ทั้งนี้ พื้นที่ปลูกข้าวมากที่สุดอยู่ในจังหวัด Zambézia

             ข้อมูลจาก Trademap.org ระบุว่า ปี 2568 โมซัมบิกนำเข้าข้าว ประมาณ 643,000 ตัน (ลดลงร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน) โดยแหล่งนำเข้าสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อินเดีย (ร้อยละ 40 ของปริมาณการนำเข้าข้าวทั้งหมด) ไทย (ร้อยละ 20) เวียดนาม (ร้อยละ 16) ปากีสถาน (ร้อยละ 14.7)  และ จีน (ร้อยละ 5.4) ตามลำดับ

            เดือนมกราคม - กรฎกาคม 2569 ไทยส่งออกข้าวรวมทั้งสิ้น 3.89 ล้านตัน (ลดลงร้อยละ 15.64 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน) โดยส่งออกไปแอฟริกาใต้มากที่สุด (ร้อยละ 14.94 ของปริมาณส่งออกข้าว) รองลงมาคือ สหรัฐฯ (ร้อยละ 10.71) ทั้งนี้ ส่งออกไปโมซัมบิกเป็นอันดับ 7 ปริมาณ 134,482.58 ตัน (ร้อยละ 3.45 ของปริมาณการส่งออกข้าว ถือเป็นอันดับ 2 ของการส่งออกข้าวไทยไปทวีปแอฟริกาโดยปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.87 เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ประเภทข้าวที่ส่งออก ได้แก่ ข้าวขาว (ร้อยละ 95.37 ของปริมาณการส่งออกข้าวไทยไปโมซัมบิก) รองลงมาคือ ข้าวนึ่ง (ร้อยละ 3.91)  ข้าวหอมมะลิ (ร้อยละ 0.43) ข้าวอื่นๆ (ร้อยละ 0.29)

 

เครดิตภาพและที่มาข่าว www.clubofmozambique.com

ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย

กันยายน 2569

 

Share :
Instagram