
กรมสรรพากรกัมพูชา (General Department of Taxation: GDT) ออกแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีการยื่นขอสิทธิประโยชน์ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการจัดหาสินค้าและบริการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้กระบวนการยื่นคำของ่ายขึ้น ให้บริการได้รวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อความโปร่งใสและความถูกต้องในการพิจารณาคำขอ โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา
ตามแถลงข่าว ระบุว่า กรมสรรพากรฯ ได้เริ่มใช้งานฟังก์ชันเฉพาะสำหรับการยื่นขอสิทธิประโยชน์ VAT อย่างเป็นทางการ ผ่านระบบบริหารจัดการใบรับรองภาษี (Tax Certificate Management System) เพื่อให้ผู้เสียภาษีได้รับบริการที่ง่าย รวดเร็ว และสะดวกยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เจ้าของกิจการ ผู้เสียภาษี และตัวแทนให้บริการด้านภาษี สามารถยื่นคำขอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความจำเป็นในการใช้เอกสารกระดาษ และลดระยะเวลาการดำเนินการที่ยาวนาน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
1. ในการยื่นคำขอ ผู้เสียภาษีต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ www.tax.gov.kh/km/e-service และเข้าสู่ระบบ Tax Certificate Management System โดยผู้ที่ยังไม่มีบัญชีสามารถลงทะเบียนได้ โดยคลิก ‘Create A New Account’
2. หลังจากเข้าสู่ระบบแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องเลือกเมนู ‘Request VAT as a State Burden for the Supply of Goods and Services’ จากนั้นคลิก ‘Create Request’ และเลือกประเภทคำขอให้เหมาะสมกับโครงการหรือประเภทกิจการ โดย
2.1. โครงการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ VAT ผู้ยื่นคำขอจำเป็นต้องให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ได้แก่ ข้อมูลกิจการและโครงการ รายการหลัก (Master List) และรายชื่อผู้จัดหา (Supplier List) พร้อมแนบเอกสารประกอบที่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง (Ministry of Economy and Finance : MEF) หรือสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา (Council for the Development of Cambodia : CDC) นอกจากนี้ ต้องแนบสัญญาหรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการด้วย หากมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง Master List หรือ Supplier List กิจการจะต้องยื่นการแก้ไขผ่านระบบ โดยใช้ฟังก์ชัน ‘Request List’
2.2. กิจการด้านการเกษตรที่ได้รับสิทธิประโยชน์ VAT ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐ จะต้องให้ข้อมูลผู้ยื่นคำขอและข้อมูลกิจการ แนบรายชื่อผู้จัดหาสินค้าและบริการอย่างครบถ้วน และแนบสัญญาซื้อขายหรือสัญญาบริการกับผู้จัดหาแต่ละราย (หากมี)
3. เมื่อยืนยันข้อมูลครบถ้วนแล้ว ผู้ยื่นคำขอสามารถเลือก ‘Save As Draft’ หากยังต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูล หรือเลือก ‘Submit Application’เพื่อส่งคำขอไปยังกรมสรรพากรฯ ได้ทันที ทั้งนี้ สามารถพิมพ์คำขอจากระบบไว้เป็นหลักฐานได้
ทั้งนี้ สถานะของคำขอแต่ละรายการ สามารถตรวจสอบได้ผ่านแอปพลิเคชัน GDT Check & Trackโดยเลือกเมนู ‘Track Document’ และสแกน QR code ที่แสดงบนคำขอ
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. มาตรการดังกล่าวถือเป็นความพยายามของรัฐบาลกัมพูชาในการอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ ในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านระบบออนไลน์ที่มีความรวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น
2. ผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจหรือมีแผนลงทุนในกัมพูชา ควรศึกษาหลักเกณฑ์และเอกสารประกอบการยื่นคำขออย่างรอบคอบ เนื่องจากต้องจัดเตรียมข้อมูลโครงการ รายชื่อผู้จัดหา และเอกสารที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ก่อนเสนอยื่นขอสิทธิประโยชน์หรือลดหย่อยภาษีมูลค่าเพิ่ม
3. อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ แนะนำให้ผู้ประกอบการพิจารณาใช้บริการฝ่ายบัญชีหรือที่ปรึกษาด้านภาษีในท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อช่วยดำเนินการยื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงจากความล่าช้าหรือการถูกปฏิเสธคำขอ
_____________________________________________________________________
ที่มา Khmer Times & GDT
6 มกราคม 2569