fb
รายงานเชิงลึก : ข้อมูลตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน สคต.คุนหมิง

รายงานเชิงลึก : ข้อมูลตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน สคต.คุนหมิง

โดย
Hua
ลงเมื่อ 09 มีนาคม 2569 08:53
สคต. ณ นครคุนหมิง (จีน) (TTC, Kunming (China))
7

อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน หมายถึง กิจกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศ โดยอาศัยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในการซื้อ-ขายระหว่างประเทศ รวมถึงการชำระเงิน และส่งมอบสินค้าผ่านโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน โดยจีนเป็นผู้นำในด้านกระบวนการ รูปแบบการกำกับดูแล การสร้างข้อมูล การแก้ไขปัญหาเชิงระบบในการพัฒนาอีคอมเมิร์ซ   ข้ามพรมแดน และสร้างอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนที่สมบูรณ์แบบครบวงจร ทั้งระบบการจัดการและกฎเกณฑ์ที่ปรับให้เข้ากับการค้าในยุคปัจจุบันและนำไปสู่การพัฒนาการค้าข้ามโลก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนมีการพัฒนาและมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งธุรกิจ            อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนสามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 

Weixin Image_20260309094900_1504_6.png

1. China Cross-border E-commerce Comprehensive Pilot Zone

China Cross-border E-commerce Comprehensive Pilot Zone เป็นเขตเมืองนำร่องที่รัฐบาลจีนได้จัดตั้งขึ้น เพื่อควบคุมการนำเข้าที่เป็นการค้าปลีกผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน โดยมุ่งเป้าไปที่มาตรฐานทางเทคนิคและธุรกิจของธุรกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน การชำระเงิน การขนส่ง พิธีการทางศุลกากร การคืนภาษี เป็นต้น และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ รูปแบบของเขต China Cross-border E-commerce Comprehensive Pilot Zone มีความสมบูรณ์มากขึ้น จึงทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีการประกาศเพิ่มเขต China Cross-border E-commerce Comprehensive Pilot Zone ถึง 2 รอบภายในปีเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการขยายการปฏิรูปอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนและเปิดประเทศให้กว้างยิ่งขึ้น

ปัจจุบันรัฐบาลจีนได้มีการอนุมัติการจัดตั้งเขตนำร่องที่ครอบคลุมสำหรับอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในเมืองต่าง ๆ ทั่ว 31 มณฑล (รวมทั้งสิ้น 165 แห่ง) ได้แก่ เมืองหยวนเฉิง เมืองเปาโถ่ว เมืองถงเจียง เมืองหนานผิง    เมืองหนิงเต๋อ เมืองซินยวี่ เมืองอี๋ชุน เมืองไท่อาน เมืองเต๋อโจว เมืองเหลียวเฉิง เมืองปินโจว เมืองเหิงหยาง      เมืองต้าหลี่และเมืองลาซ่า เป็นต้น ซึ่งเขตนำร่องฯ ดังกล่าวเป็นการอนุมัติจัดตั้งรอบที่ 7 ของรัฐบาลจีน ก่อนหน้านี้มีการจัดตั้งเขตนำร่องอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมาแล้ว 6 รอบครอบคลุมกว่า 132 แห่ง เรียกได้ว่าจีนได้ขยายเขตดังกล่าวเพื่อให้อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนได้เข้าถึงอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ในด้านการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ เมืองที่ได้รับการจัดตั้งเป็นเขต China Cross-border E-commerce Comprehensive Pilot Zone ส่วนใหญ่มีพื้นฐานด้านการค้าต่างประเทศที่ค่อนข้างดี และให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกและพื้นที่ชายแดนมากขึ้น โดยแนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนได้ค่อย ๆ ขยายจากพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกและภาคใต้ไปสู่มณฑลที่อยู่ตอนใน รวมถึงขยายจากเมืองศูนย์กลางและเมืองเอกของมณฑล ไปยังเมืองรองและเมืองระดับสามเพิ่มเติม นอกจากนี้ การขยายเขต China Cross-border E-commerce Comprehensive Pilot Zone ได้เพิ่มเมืองลาซ่า เขตปกครองตนเองทิเบตเข้าไว้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เขตปกครองตนเองทิเบตยังไม่มีเขตทดลองอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนแต่อย่างใด จึงเห็นได้ว่ารัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเป็นอย่างยิ่ง

2. ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

          ในช่วงปี 2569 – 2573 คาดการณ์ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าตลาดรวมมีแนวโน้มทะลุ 15,000,000 ล้านหยวน การเติบโตนี้ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการยกระดับ     การบริโภคภายในประเทศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการค้าโลก          อย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าในปี 2574 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในจีนจะมีมากกว่า 8,000,000 ล้านหยวน โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีมากกว่าร้อยละ 15 และจากการดำเนินความตกลงการค้าเสรีระดับภูมิภาค เช่น RCEP ที่ทำให้ความสะดวกด้านพิธีการศุลกากรของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นอีก จึงคาดการณ์ว่ามูลค่าในปี 2572 จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 11,000,000 ล้านหยวน และภายในปี 2573 ภายใต้แรงผลักดันอย่างต่อเนื่องของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล ตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดด คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตต่อปีมากกว่าร้อยละ 20

          เบื้องหลังแนวโน้มการเติบโตนี้มาจากศักยภาพของตลาดผู้บริโภคภายในประเทศ และการบูรณาการเชิงลึกระหว่างห่วงโซ่อุปทานของประเทศจีน ในฐานะที่จีนเป็นประเทศผู้ผลิตและบริโภคสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก ขณะเดียวกัน ด้วยการผลักดันนโยบาย หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางทำให้การค้าระหว่างจีนกับประเทศตามแนวเส้นทาง หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางมีความร่วมมือกันมากขึ้น อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจึงกลายเป็นสะพานสำคัญที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย

          ในระดับโครงสร้างตลาด เมื่อพิจารณาจากตลาดย่อย สัดส่วน B2C ของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 คาดว่ามีสัดส่วน B2C อยู่ที่ร้อยละ 58 ขณะที่สัดส่วน C2C ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ   ร้อยละ 22 และแม้ว่าสัดส่วน B2B จะมีน้อย แต่มีอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว โดยในปี 2569 สัดส่วน B2B อยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 คาดว่าในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 สินค้าส่วนใหญ่ที่ได้รับความนิยมเลือกซื้อบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าและของใช้ในบ้าน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอาง และสินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

          ยกตัวอย่างสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ในปี 2569 ยอดขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนอยู่ที่ 320,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับปี 2568 และคาดว่าในปี 2573 จะมียอดขายทะลุ 500,000 ล้านหยวน กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของการเติบโตในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

ข้อมูลตัวเลขสถิติจากศุลกากรจีน พบว่า ในปี 2568 ประเทศจีนมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกสินค้าผ่าน          อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนรวมทั้งสิ้น 2,750,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.34 ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าการนำเข้า 1,450,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 263.36 และมูลค่าการส่งออก 1,300,000 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 12.16

Weixin Image_20260309094950_1505_6.png

3. แนวโน้มและโอกาสของสินค้าไทย 

3.1 มณฑลยูนนานของจีนมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ใกล้กับประเทศไทย ทำให้มีวัฒนธรรม ความคุ้นเคย และรสนิยมที่คล้ายคลึงกับไทย อีกทั้งมีเส้นทางการขนส่งที่เชื่อมโยงเส้นทางถนน R3A และเส้นทางรถไฟลาว-จีนที่มีประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าไทยสู่ตลาดจีนเป็นอย่างมาก

3.2 มณฑลยูนนานของจีนสามารถทำการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนและการค้ากับไทยได้หลายรูปแบบ ส่งผลให้ SMEs ไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคจีน โดยเฉพาะผู้บริโภคในมณฑลยูนนานได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วขึ้น

3.3 เศรษฐกิจจีนมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ GDP (Gross Domestic Product) จำนวน 140,187,900 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 ซึ่งอัตราการขยายตัวของจีนส่งผลให้ชาวจีนมีกำลังซื้อสูงขึ้น เป็นโอกาสของสินค้าไทยในการขยายตลาดสู่จีนผ่านการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

3.4 ปัจจุบันผู้บริโภคจีนมีรสนิยมที่เปิดกว้างในการเปิดรับวัฒนธรรม และยอมรับการบริโภคสินค้าอาหารจากต่างประเทศ มีความต้องการสินค้าที่หลากหลาย มีคุณภาพ และบรรจุภัณฑ์ทันสมัย

3.5 รัฐบาลจีนและหน่วยงานด้านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมีการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านนโยบายสำหรับผู้บริโภคชาวจีนที่สั่งซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศมูลค่าไม่เกิน 5,000 หยวน/ครั้ง และมูลค่าไม่เกิน 26,000 หยวน/ปี และมีการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวเหลือร้อยละ 0 เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพียงร้อยละ 70 ของภาษีที่เรียกเก็บ และลดอัตราภาษีอื่น ๆ อาทิ Personal Postal Articles Tax นอกจากนี้ ยังมีการผ่อนปรนทางด้านใบอนุญาตทางสุขอนามัยสำหรับสินค้า   บางประเภทด้วย จึงนับเป็นโอกาสของสินค้าไทยหลายรายการที่มีศักยภาพในตลาดจีน ได้แก่ สินค้าแม่และเด็ก สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเพื่อสุขภาพ สินค้าทำความสะอาดร่างกาย สินค้าสัตว์เลี้ยง      ของตกแต่งบ้าน สินค้าแฟชันและเครื่องสำอาง

3.6 การเปิดให้บริการรถไฟลาว-จีน เป็นหนึ่งในช่องทางการขนส่งรูปแบบใหม่ที่มีศักยภาพของการส่งออกสินค้าไทยผ่านการค้ารูปแบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน เนื่องจากรถไฟลาว-จีนช่วยลดต้นทุนการขนส่งและมี   ความสะดวกรวดเร็ว

3.7 เนื่องจากจีนมีการพัฒนาเขตทดลองอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน และระบบคลังสินค้าในต่างประเทศเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง การนำเข้าสินค้าด้วยรูปแบบ Cross Border E-Commerce จะช่วยลดขั้นตอนการนำเข้า    ทำให้สินค้าไทยสามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้รวดเร็วขึ้น

4. สถานการณ์การนำเข้า-ส่งออกสินค้าในรูปแบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

          ในปี 2568 จีนมีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกสินค้าในรูปแบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนรวมทั้งสิ้น 2,750,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.34 แบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออก 1,300,000 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 12.16 และเป็นมูลค่าการนำเข้า 1,450,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 263.26 

Weixin Image_20260309095023_1506_6.png

ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าของจีนไปยังต่างประเทศผ่านรูปแบบการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนส่วนใหญ่ส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น (ร้อยละ 19.62) เกาหลี (ร้อยละ 8.18)  อเมริกา (ร้อยละ 6.81) ออสเตรเลีย (ร้อยละ 4.59)  และอังกฤษ (ร้อยละ 4.33)  ในขณะที่การนำเข้าส่วนใหญ่มาจากประเทศญี่ปุ่น (ร้อยละ 18.94)  อเมริกา (ร้อยละ 15.84)  ฮ่องกง (ร้อยละ 9.26) ออสเตรเลีย (ร้อยละ 6.31) และแคนนาดา (ร้อยละ 6.22)  ในจำนวนนี้ญี่ปุ่นมีสัดส่วนการนำเข้าและส่งออกสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนสูง นอกจากนี้ สินค้าใหม่ ๆ ที่มีการส่งออกผ่านรูปแบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนที่สำคัญ ได้แก่ เสื้อผ้า กระเป๋าและรองเท้า อัญมณีและเครื่องประดับ โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของตกแต่งบ้าน ของใช้สำนักงาน ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ เครื่องสำอาง น้ำหอม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อาหาร อาหารเสริม อุปกรณ์ทางการแพทย์ และนมผง เป็นต้น ขณะเดียวกัน มณฑลที่มีการส่งออกสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมากที่สุด ได้แก่ มณฑลกวางตุ้ง เจ้อเจียง ฝูเจี้ยน เจียงซู และซานตง มณฑลที่มีการนำเข้าสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมากที่สุด ได้แก่ มณฑลกวางตุ้ง เจียงซู เจ้อเจียง เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง 

5. การบริโภคสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน                           

5.1 กลุ่มผู้บริโภคสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

          - กลุ่มผู้บริโภคอายุระหว่าง 18-35 ปี ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักของตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะมีความเป็นตัวของตัวเอง ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพและทันสมัย ยอมรับสิ่งใหม่ ๆ พร้อมทดลองสินค้าใหม่ ๆ ได้ดี นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้นิยมสินค้าที่มีความสะดวกต่อการใช้งาน สามารถพกพา/เคลื่อนที่ได้ง่าย และชื่นชอบการช้อปปิงออนไลน์เป็นเดิมทีอยู่แล้ว

          - ผู้บริโภคมีทั้งเพศชายและหญิง แต่ก็มีข้อแตกต่างบางประการ เช่น ผู้บริโภคเพศหญิงมักให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ความมีชื่อเสียงของแบรนด์ นิยมเลือกซื้อสินค้าเครื่องสำอางและเสื้อผ้า ในขณะที่เพศชายจะเน้นเลือกซื้อสินค้าที่มีประโยชน์ เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์กีฬา

- กลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูง มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนที่มีคุณภาพและมูลค่าสูง          

- ผู้บริโภครุ่น Gen Z กำลังจะเป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อบนแพลตฟอร์มออนไลน์และมีแนวโน้มการใช้จ่ายทางออนไลน์สูง เนื่องจากในด้านการใช้จ่ายบนออนไลน์ของคนรุ่น Gen X และ Gen Y อยู่ในระดับที่อิ่มตัวแล้ว    จึงถือว่า Gen Z จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซต่อไป               

- กลุ่มผู้บริโภคชาวจีนที่นิยมเลือกซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือมากกว่าคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 86 และเลือกซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์ที่มีมูลค่า 100 หยวนหรือต่ำกว่า คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15.2 มูลค่า 100-500 หยวนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.6 และมูลค่า 501-1,000 หยวน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22.1

 

 

5.2 ปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

          ชาวจีนนิยมเลือกซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน โดยพิจารณาจากราคา คุณภาพ แบรนด์ การบริการหลังการขายเป็นหลัก โดยราคาเป็นปัจจัยที่สำคัญอันดับ 1 ของการเลือกซื้อสินค้า ซึ่งโดยทั่วไปผู้บริโภคมักจะเปรียบเทียบราคาสินค้าจากช่องทางต่าง ๆ ก่อน เพื่อให้ได้สินค้าที่มีราคาคุ้มค่ามากที่สุด ในขณะเดียวกันคุณภาพของการบริการหลังการขายก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเช่นเดียวกัน รวมทั้งระบบการขนส่ง นโยบายการคืนและเปลี่ยนสินค้า 

5.3 พฤติกรรมการบริโภคสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

- ผู้บริโภคนิยมเลือกซื้อสินค้าผ่านการ Live Streaming โดยเน็ตไอดอล/KOL ที่มีอิทธิพลด้านการตลาดในจีน ซึ่งชาวจีนมองว่าการ Live Streaming ถือเป็นการเข้าสังคมและความบันเทิงอย่างหนึ่งของชาวจีน

ผู้บริโภคในจีนมากกว่าร้อยละ 50 ให้ความสนใจสินค้าที่เน้นความประณีตและงานฝีมือ สินค้าที่มี        การออกแบบโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ มีนวัตกรรมใหม่ ทันสมัย สินค้ามีคุณภาพและน่าเชื่อถือ

- การรวมกลุ่มของผู้ซื้อในชุมชนหรือ Community Group Buying เป็นเทรนด์ใหม่ที่เติบโตอย่างมาก โดยเป็นการชวนคนในชุมชนมารวมกันซื้อของในจำนวนมากจากผู้ผลิต/ผู้ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่งผลให้กลุ่มผู้ซื้อได้สินค้าในราคาที่ถูก สะดวก และประหยัดเวลาเดินทาง 

- มีการจ่ายเงินทางออนไลน์เพิ่มขึ้น นิยมใช้ App Alipay, Wechat pay ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มนี้มี       การให้บริการที่โดดเด่น โดยทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ สามารถใช้งานในต่างประเทศได้หากร้านค้าเข้าร่วมบริการ ทั้งนี้ มีรายงานว่าปัจจุบัน Wechat เป็นแพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศจีนที่ 1,359 ล้านคน นอกจากใช้ในการสนทนาแล้วยังนิยมใช้สำหรับธุรกรรมทางออนไลน์ต่าง ๆ ด้วย ส่วน Alipay เป็นแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้ในด้านอีคอมเมิร์ซมากที่สุด ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการมากกว่า 1,000 ล้านคน อีกทั้งคนจีนยังชอบที่จะเอาเงินสดเข้าบัญชีใน Alipay มากกว่าฝากไว้กับธนาคาร เนื่องจากให้ดอกเบี้ยดีกว่า และมีความสะดวกในการจับจ่ายสินค้า/บริการต่าง ๆ ในประเทศจีน

- แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีนมีความหลากหลาย และแต่ละแพลตฟอร์มมีความโดดเด่นที่ไม่เหมือนกัน ประกอบกับปัจจุบันผู้ใช้งานมีความคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทำให้นิยมใช้แพลตฟอร์ม    อีคอมเมิร์ซมากกว่า 3-4 ตัว 

Weixin Image_20260309095102_1507_6.png
Weixin Image_20260309095118_1508_6.png

image.png7. สินค้าที่เป็นที่นิยมบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

          ในช่วงปี 2569 – 2573 โครสร้างหมวดหมู่สินค้าของตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนมีแนวโน้มที่จะมีความหลากหลายมากขึ้นและมีการแบ่งกลุ่มสินค้าอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น จากข้อมูลการวิจัยตลาดล่าสุด สามารถแบ่งหมวดสินค้าใหญ่ ๆ ได้เป็น 5 หมวดสินค้าหลัก ได้แก่ สินค้าเสื้อผ้าและรองเท้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเครื่องใช้ในบ้าน สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม และสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนทั้งหมด 

          1) สินค้าเสื้อผ้าและรองเท้ายังคงได้รับความนิยมสูงสุดบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ลักษณะเด่นของสินค้าประเภทนี้ คือ การสั่งซื้อแบบปริมาณน้อย แต่หลายรอบและสั่งซื้อบ่อย ทำให้ห่วงโซ่อุปทานต้องตอบสนองได้รวดเร็วมากขึ้น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจึงได้นำระบบแนะนำสินค้าอัจฉริยะด้วย AI มาใช้ โดยผสานกับการวิเคราะห์ของ Big Data เพื่อวิเคราะห์ความชอบสไตล์ของผู้บริโภค ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการจับคู่สินค้าและอัตราการซื้อ ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์ม Amazon และ AliExpress ได้เปิดตัวเทคโนโลยี     ลองสวมใส่เสมือนจริงด้วยคลิกเดียว (Virtual Try-On)” ซึ่งช่วยเพิ่มประสบการณ์การช้อปปิงออนไลน์ให้สมจริงมากยิ่งขึ้น

          2) สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์เป็นหลัก เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยี 5G และอุปกรณ์อินเทอร์เน็ต ทำให้มีการใช้งานสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสินค้าประเภทสมาร์ทโฮมก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน เช่น ลำโพงอัจฉริยะ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น อย่างไรก็ตาม สินค้าประเภทนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางการค้าและความท้าทายด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

          3) สินค้าเครื่องใช้ในบ้าน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว และเครื่องนอน คาดว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ความต้องการวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่และเครื่องครัวพลาสติกที่ย่อยสลายได้เติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บนแพลตฟอร์ม    อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนยังมีบริการหลังการขายหลายรูปแบบที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อความเสียหายของสินค้าในระหว่างการขนส่งอีกด้วย

          4)  สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ในปี 2568 มูลค่าการค้าสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนอยู่ที่ 57,832 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีการใช้งานเทคโนโลยี AR สำหรับทดลองสินค้าช่วยลดอุปสรรคในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เช่น ทดลองสีลิปสติกแบบเสมือนจริง ทำให้อัตรา   การซื้อสินค้าเครื่องสำอางเพิ่มขึ้นร้อยละ 40

          5) สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ปัจจุบันมูลค่าการค้าสินค้าอาหารและเครื่องดื่มบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมากกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ระบบโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นยังเป็นข้อจำกัดที่สำคัญ ปัจจุบันมีเพียงประมาณร้อยละ 30 ของคำสั่งซื้ออาหารและเครื่องดื่มข้ามพรมแดนที่ใช้บริการขนส่งควบคุมอุณหภูมิ  

          รัฐบาลจีนได้ส่งเสริมการปรับนโยบายด้านการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงพาณิชย์จีนได้ประกาศ แผนปฏิบัติการ 3 ปีเพื่อการพัฒนาคุณภาพสูงของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนซึ่งกำหนดให้ลดเงื่อนไขการสนับสนุนเงินอุดหนุนสำหรับการสร้างคลังสินค้าในต่างประเทศ (คาดว่ารัฐบาลจะส่งเสริมงบอุดหนุนประมาณ 10,000 ล้านหยวนต่อปี

8.กลยุทธ์การทำประชาสัมพันธ์

8.1 การทำ Search Engine Optimization (SEO) คือการเลือกใช้คำคีย์เวิร์ดให้สามารถครอบคลุมกับการค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย

8.2 การสร้างเนื้อหาของการประชาสัมพันธ์ให้มีเอกลักษณ์ เนื้อหาที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์นั้นจะต้องมีความโดดเด่นและมีเรื่องราวในการนำเสนอ เพื่อสร้างความสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายในการเข้าถึง

          8.3 การประชาสัมพันธ์ผ่าน Key Opinion Leader (KOL) ในจีน จะเห็นได้ว่าการ Live Streaming หรือการทำคลิปสั้นผ่านผู้มีชื่อเสียงหรือยอดผู้ติดตามเป็นจำนวนมากจะสามารถกระตุ้นยอดขายสินค้าได้

8.4 การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเซีลมีเดียที่เป็นที่นิยม เช่น Wechat Weibo Douyin และ Xiaohongshu เป็นต้น โดยเฉพาะการสร้าง Offical Account บน Wechat เพื่อทำการประชาสัมพันธ์สินค้าถือเป็นช่องทางในการที่จะสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรง

8.5 การประชาสัมพันธ์ด้วยกลยุทธ์ด้านราคา ในจีนมีการจัดเทศกาลลดราคาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ได้รับความนิยม เช่น เทศกาลคนโสด (11.11) เทศกาล 618 เป็นต้น

9. ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าแบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

การนำเข้าสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในจีนนั้น ทางการจีนกำหนดให้นำเข้าผ่านบริษัทที่ได้รับอนุญาต ในการทำการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน ตัวอย่างเช่น บริษัท Tmall Global และ บริษัท Netease       โดยรูปแบบการนำเข้าสินค้าในรูปแบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน มี 2 แนวทาง ได้แก่

          9.1 การนำเข้าในรูปแบบ Direct Import คือ การที่ผู้ขายส่งสินค้าจากประเทศต้นทางไปยังประเทศจีน หลังจากที่ลูกค้ามีการออกคำสั่งซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ในจีน เป็นโมเดล B2C ทั้งการแยกส่งเป็นชิ้น ๆ แบบพัสดุไปรษณีย์ และใช้โกดังในประเทศต้นทางเพื่อรวมส่งทีเดียว ซึ่งวิธีการนำเข้าแบบนี้จะต้องรอสินค้านาน การบริหารจัดการคลังสินค้าในต่างประเทศอาจมีต้นทุนที่สูงกว่า จึงเหมาะสำหรับการค้าปริมาณไม่มาก ธุรกิจที่กำลังเริ่มต้นหรือต้องการทดลองสินค้า

Weixin Image_20260309095212_1509_6.png

9.2 การนำเข้าในรูปแบบ Bonded Warehouse คือ การที่ผู้ขายส่งสินค้าไปจัดเก็บไว้ใน Bonded Warehouse ที่ตั้งอยู่ใน China Cross-border E-Commerce Comprehensive Pilot Zone ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับการชะลอการเก็บภาษี โดยที่สินค้าจะออกจาก Bonded Warehouse หลังจากที่ผู้ซื้อในประเทศจีนได้ออกคำสั่งซื้อบนเว็บไซต์ในจีน โมเดลนี้มีต้นทุนการขนส่งต่ำ การขนส่งมีความรวดเร็ว เหมาะสำหรับสินค้าแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในตลาดจีนแล้ว 

Weixin Image_20260309095243_1510_6.png

10. กฎระเบียบ

10.1 ผู้บริโภคสั่งซื้อผ่านผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน และนำเข้ามาผ่านคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Import) ที่ตั้งอยู่ในเขตนำร่องอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีน (Cross border E-Commerce Comprehensive Zone) หรือนำเข้าจากต่างประเทศหรือภูมิภาคที่อยู่นอกดินแดนจีนโดยตรง (Direct Import)

10.2 เป็นสินค้าที่อยู่ในบัญชีชื่อรายการสินค้าที่อนุญาตให้นำเข้าปลีกผ่านช่องทาง Cross Border           E-Commerce โดยเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัว บางรายการไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนขออนุญาตนำเข้าเหมือนการนำเข้ารูปแบบทั่วไป เช่น เครื่องสำอาง นมผงสำหรับทารก อาหารเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์การแพทย์ เป็นต้น

10.3 ภาษีที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยอัตราภาษี 4 รายการ ได้แก่ 

1) ภาษีไปรษณีย์ (Postal Tax) มี 3 อัตรา คือ ร้อยละ 13 ร้อยละ 20 และร้อยละ 50 

2) ภาษีนำเข้า หรือ Import Tariff (มีหลายอัตราขึ้นอยู่กับพิกัดสินค้า HS Code) 

3) ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ Value Added Tax (มี อัตรา ได้แก่ ร้อยละ และร้อยละ 13 ขึ้นอยู่

  กับพิกัดสินค้า HS Code) และ 

4) ภาษีเพื่อการบริโภค Consumption Tax (มีหลายอัตราขึ้นอยู่กับพิกัดสินค้า HS Code ราคา   

   น้ำหนัก และปริมาณ) 

ปัจจุบันจีนได้กำหนดว่าผู้บริโภคชาวจีนสามารถสั่งซื้อสินค้านำเข้าผ่านทางอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศมีมูลค่าไม่เกิน 5,000 หยวนต่อครั้งและมีมูลค่าไม่เกิน 26,000 หยวนต่อปีและได้รับการยกเว้นอัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวเหลือร้อยละ 0 และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเพื่อการบริโภคร้อยละ 70 ของอัตราปกติ 

ทั้งนี้ กรณีสั่งซื้อสินค้าเพียงรายการเดียว และมีมูลค่าเกิน 5,000 หยวน แต่ไม่เกิน 26,000 หยวน จะเก็บภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเพื่อการบริโภคเต็มจำนวนตามปกติ และมูลค่านี้จะรวมในมูลค่าสั่งซื้อของทั้งปีด้วย 

 

ความคิดเห็น สคต.

การนำเข้าสินค้าไทยผ่านรูปแบบการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเป็นหนึ่งช่องทางการนำเข้าสินค้าที่มีศักยภาพ สามารถนำเข้าสินค้าในปริมาณน้อยก่อน เพื่อทดสอบความนิยมของสินค้าในตลาด เหมาะสำหรับ      การทดลองตลาด ทำให้ลดความเสี่ยงของการลงทุนและสินค้าค้างสต็อก และสามารถนำเข้าได้ง่ายกว่าการค้าปกติ เนื่องจากการนำเข้าสินค้าด้วยรูปแบบดังกล่าวช่วยลดขั้นตอนการนำเข้าที่ซับซ้อน ปัจจุบันสินค้าไทยที่ได้รับ     ความนิยมบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน เช่น ผลไม้อบแห้ง ยาดม เครื่องสำอาง สินค้าสปา          หมอนยางพาราและอาหารแปรรูป เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการสนใจขยายตลาดสินค้าไทยสู่จีนด้วยรูปแบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนควรศึกษากฎระเบียบและแพลตฟอร์มออนไลน์ให้เหมาะสมกับสินค้าของตน รวมถึงข้อกำหนดในการจัดการด้านบริการหลังการขาย และที่สำคัญควรพิจารณาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจีนด้วย เพื่อป้องกันปัญหาการลอกเลียนแบบหรือการชิงจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจีน 

*****************************************

สคต.คุนหมิง

แหล่งที่มาhttp://www.gov.cn/zhengce/2022-11/26/content_5728874.htm

http://m.ce.cn/bwzg/202301/13/t20230113_38345278.shtml

https://mp.weixin.qq.com/s?__biz=MjM5NzY5MDUwNA==&mid=2651765259&idx=6&sn=3e45e3496b7480886e97d8e0273ff417&chksm=bd2c37ec8a5bbefab2beeda7a5e8e6d360ecf78aa53df02b010e7828e79410b793785d8a425b&scene=27

https://m.gmw.cn/baijia/2021-01/14/34543698.html

https://baijiahao.baidu.com/s?id=1754874716735097623&=spider&for=pc

https://www.niuxuan.cn/redian/81365.html

https://chuhaiyi.baidu.com/news/detail/32416181

https://mp.weixin.qq.com/s?__biz=MzA3NzMwOTczNw==&mid=2650677547&idx=1&sn=0f6fb3171b10b6818bfaf08b7e045374&chksm=8759736db02efa7b4356823c37987d367aaf36daf05b9f3e1751b76f8b94c7cf92524bc683ea&scene=27

https://baijiahao.baidu.com/s?id=1713397574398919382&wfr=spider&for=pc

https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/999352

https://mp.weixin.qq.com/s?__biz=MzIwNzQyNTY1Nw==&mid=2247541563&idx=4&sn=ead78fdd59465b8d645cdee5593ef81b&chksm=9710fa2da067733bc749f4eb37f0f73257ed6c42e4e403ef52f453a4cc4d9ace702bcf702ce9&scene=27

http://www.rexuecn.com/i1336.html

https://baijiahao.baidu.com/s?id=1711862054388287025&wfr=spider&for=pc

https://thaibizchina.com/article/cross-border-e-commerce-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3/

https://www.jiemian.com/article/7405907.html

บริษัท เลเวลอัพ โฮลดิ้ง จำกัด

https://content-static.cctvnews.cctv.com/snow-book/index.html?item_id=5096661813048082062&track_id=15fb2e0a-f03d-4aee-95f3-d79f0c5404a6

https://www.bangkokbanksme.com/sme-knowledge/sme-go-inter/cross-border-e-commerce-china

https://baijiahao.baidu.com/s?id=1854261027293191699&wfr=spider&for=pc

https://baijiahao.baidu.com/s?id=1837334583960701755&wfr=spider&for=pc

https://www.docin.com/p-4935061022.html

https://www.docin.com/p-4927033025.html

https://shfengxian043087.11467.com/news/2614658.asp

https://www.docin.com/p-4938033176.html

https://www.docin.com/p-4932730848.html

https://www.docin.com/p-4935024077.html

https://baijiahao.baidu.com/s?id=1838341684145396652&wfr=spider&for=pc

รายงานเชิงลึก ข้อมูลตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (สคต.คุนหมิง).pdf
Share :
Instagram