fb
แนวโน้มการขายอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2026 จาก UNFI

แนวโน้มการขายอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2026 จาก UNFI

โดย
Suwaparb
ลงเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569 12:15
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
9

แนวโน้มการขายอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2026 จาก UNFI

                                                                                        image.png 

          United Natural Foods Inc. (UNFI) เป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายสินค้าอาหารและของชำรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เป็นตัวกลางกระจายสินค้าให้กับซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีก และร้านเพื่อสุขภาพทั่วอเมริกาเหนือ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านสินค้าออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายหลักให้กับ Whole Foods Market และมีทั้งการกระจายสินค้าแบรนด์ชั้นนำรวมถึงการพัฒนาแบรนด์ของร้าน (private label) ของตนเอง UNFI จึงถือเป็นบริษัทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานค้าปลีกอาหาร แม้จะไม่ได้ขายตรงให้ผู้บริโภคก็ตาม

          บริษัทได้จัดแสดงสินค้า Spring and Summer Selling Show 2026 เมื่อวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569 ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา โดยมีผู้ค้าปลีกและซัพพลายเออร์มากกว่า 3,400 รายเข้าร่วม พร้อมนำเสนอแนวโน้มที่คาดว่าจะมีผลกับการขายสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนนี้

           UNFI ระบุแนวโน้ม 5 ด้าน ที่กำลังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคดังนี้ 

            1.Perimeter shopping คือ รูปแบบการช็อปปิงที่ผู้บริโภคเดินเลือกซื้อสินค้าตามรอบด้านนอกของซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายของชำ แทนที่จะเดินไปตามชั้นวางสินค้า ผู้ซื้อให้ความสนใจกับอาหารสดและอาหารมีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากการใช้ยาควบคุมน้ำหนัก GLP-1 และแนวทางโภชนาการใหม่จาก USDA ทำให้ผู้บริโภคสนใจโซนรอบนอกที่ขายของสด เช่น ผลไม้ ผัก เนื้อสด มากขึ้น

image.png

              2. การเติบโตของแบรนด์ของร้าน (Private-label growth)
                ตามข้อมูลของบริษัท แบรนด์ของร้านเอง หรือที่เรียกว่า private brands ปัจจุบันมีการเข้าถึงครัวเรือนประมาณ 90% ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าที่ร้านค้าพัฒนาขึ้นเอง แบรนด์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่แข่งขันได้เท่านั้น แต่ยังสร้างโอกาสให้ร้านค้าสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ความชอบ และแนวโน้มสุขภาพของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

                 การเติบโตของ private label ยังส่งผลให้การแข่งขันกับแบรนด์ระดับชาติ (national brands) เข้มข้นขึ้น ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นและสามารถเปรียบเทียบคุณภาพกับราคาของแต่ละสินค้า ทำให้แบรนด์ระดับชาติจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การพัฒนาสินค้าใหม่ ปรับสูตร เพิ่มคุณค่า หรือสร้างโปรโมชั่นเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

                นอกจากนี้ แบรนด์ของร้านยังช่วยให้ผู้ค้าปลีกมีความยืดหยุ่นในเรื่องการจัดจำหน่ายและการตลาด เพราะสามารถกำหนดกลยุทธ์ด้านราคา การจัดโปรโมชั่น และการวางสินค้าได้อย่างตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ private label กลายเป็น หนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน และมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกอาหารทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

image.png

              3. โปรตีนในรูปแบบใหม่
                  ในปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่ได้จำกัดการบริโภคโปรตีนแค่จากแหล่งดั้งเดิมอย่างเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ไข่ และไก่เท่านั้น แต่ยังเริ่มมองหา แหล่งโปรตีนทางเลือกและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการด้านสุขภาพที่หลากหลายมากขึ้น ตัวอย่างเช่น โปรตีนเชคสำเร็จรูปที่สะดวกต่อการดื่มระหว่างวัน ผงโปรตีนที่สามารถเติมลงในเครื่องดื่มหรืออาหารต่างๆ บาร์โปรตีนสำหรับว่างหรือหลังออกกำลังกาย และอาหารที่เสริมโปรตีนในชีวิตประจำวัน เช่น ขนมปังเสริมโปรตีน ซีเรียลโปรตีน หรือผลิตภัณฑ์เบเกอรีที่มีโปรตีนสูง

                  แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ โภชนาการเชิงฟังก์ชัน (functional nutrition) มากขึ้น คือไม่เพียงแค่การอิ่มท้อง แต่ยังต้องการคุณค่าทางโภชนาการที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สนับสนุนการฟื้นฟูร่างกาย และช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเติบโตของสินค้ากลุ่มนี้ยังได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้บริโภคสนใจสุขภาพ การควบคุมน้ำหนัก และการมองหาอาหารที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้ ตลาดโปรตีนรูปแบบใหม่ มีความหลากหลายและน่าจับตามองทั้งในร้านค้าปลีกทั่วไปและภายใต้แบรนด์ private label ของบริษัทจัดจำหน่ายรายใหญ่ เช่น UNFI

image.png

              4. การให้ความสำคัญกับสุขภาพลำไส้ (Gut health focus)

image.png                 ตามข้อมูลของบริษัท ผู้บริโภคมากกว่า 80% ระบุว่าการดูแลสุขภาพลำไส้เป็นสิ่งสำคัญต่อการเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของตนเอง และมากกว่าครึ่งของผู้บริโภคคาดว่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวที่เพิ่มขึ้นต่อบทบาทของ ระบบทางเดินอาหารและจุลชีพในลำไส้ (gut microbiome) ต่อสุขภาพโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน หรือแม้แต่การควบคุมน้ำหนัก

                 ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มปรับตัว โดยเฉพาะสินค้า ที่อุดมด้วยใยอาหาร (fiber-rich products) เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ผลไม้ ผัก พรีไบโอติกส์ และอาหารเสริมโปรไบโอติกส์ สินค้าเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะสามารถช่วยสนับสนุนสุขภาพลำไส้และสร้างความสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร

                 นอกจากนี้ เทรนด์สุขภาพลำไส้ยังเชื่อมโยงกับแนวโน้มการเลือกอาหารที่ ผ่านการแปรรูปน้อย มีวัตถุดิบน้อย และเป็นธรรมชาติ ผู้บริโภคเริ่มใส่ใจในคุณค่าทางโภชนาการและผลกระทบต่อร่างกายมากขึ้น ทำให้ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่อง สุขภาพลำไส้และความสะดวกสบายในการบริโภค การมุ่งเน้นด้านนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการตลาดในอุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพ

             5. ส่วนผสมที่เรียบง่าย (Simpler ingredients)

                 บริษัทรายงานว่าผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้นกับอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุด และมีรายการส่วนผสมที่สั้นและเข้าใจง่าย ผลิตภัณฑ์ที่มีรายการส่วนผสมน้อยมักจะประกอบด้วยวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติที่ผู้บริโภครู้จัก และไม่มีสารเติมแต่งที่ซับซ้อนหรือไม่จำเป็น เช่น สารกันบูด สี กลิ่น หรือรสสังเคราะห์ ต่างจากสินค้าที่มีรายการส่วนผสมยาวๆ ที่มักประกอบด้วยสารเพิ่มรสและสารเคมีที่ผู้บริโภคอ่านแล้วไม่รู้จักหรือออกเสียงยาก

               การเลือกสินค้าเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจสิ่งที่ตัวเองกำลังกินมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับแนวคิด “clean label” ที่ผู้คนอยากเห็นฉลากอาหารที่ชัดเจนและโปร่งใสยิ่งขึ้น เพราะอาหารที่มีส่วนผสมน้อยและเข้าใจได้ง่าย มักใกล้เคียงกับอาหารธรรมชาติหรือใกล้เคียงสภาพดั้งเดิมของวัตถุดิบมากกว่า ซึ่งสามารถช่วยลดการบริโภคสารเติมแต่งที่ไม่จำเป็นและอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ด้วย

              เมื่อผู้บริโภคอ่านรายการส่วนผสมบนฉลากและพบส่วนประกอบที่คุ้นเคย ก็ทำให้พวกเขาสามารถตัดสินใจเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีโภชนาการที่สูงกว่า โดยไม่ถูกล่อลวงด้วยชื่อสารเคมีหรือเทคนิคการตลาดที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่แนวโน้มอาหารที่มี “ส่วนผสมเรียบง่าย” กำลังได้รับความนิยมในตลาดอาหารปัจจุบัน

ความคิดเห็นของ สคต. นิวยอร์ก 

           แนวโน้มการขายอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2026 จากUNFIชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับอาหารสด คุณค่าทางโภชนาการ และส่วนผสมที่เรียบง่ายมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถใช้เป็นแนวทางพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกได้ ต่อยอดแบรนด์ของตนเอง และแข่งขันกับสินค้านำเข้า รวมถึงปรับกลยุทธ์การจัดวางสินค้าในร้านให้ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพเพื่อเพิ่มยอดขายช่วงฤดูกาลนี้ได้

ข้อมูลอ้างอิงจาก: https://www.supermarketnews.com/grocery-trends-data                                                                     

                                                                        สคต. นิวยอร์ก เดือนกุมภาพันธ์ 2569

แนวโน้มการขายอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงฤดูใบไม้ผลิ.pdf
Share :
Instagram