
ที่มา : สำนักข่าว Bernama วันที่ 15 เมษายน 2569
บริษัท CGS International Malaysia Sdn. Bhd. ประเมินว่า ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลที่ส่งผลให้อุปสงค์ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นทั่วโลก เช่น การประกาศเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา (EPA) และมาตรการ B50 ของอินโดนีเซียที่มีกำหนดเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
CGS International แนะนำให้ลงทุนเชิงรุกสำหรับหุ้นกลุ่มปาล์มน้ำมัน โดยให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการในภาคการผลิตขั้นต้น เช่น Ta Ann Holdings Bhd. และ Hap Seng Plantations Holdings Bhd. ซึ่งคาดว่า จะมีราคาขายน้ำมันปาล์มดิบสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่งจากอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ประเมินว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายลง
อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบมีความผันผวนในระยะสั้น ๆ ได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น
ความเป็นไปได้ของปรากฏการณ์เอลนีโญ และภาวะอุปทานตึงตัวของน้ำมันปาล์มดิบ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงขาลง เช่น การเพิ่มขึ้นของผลผลิตปาล์มน้ำมันและพืชน้ำมันชนิดอื่น และต้นทุนปัจจัยการผลิตที่อาจมีแนวโน้มสูงขึ้น
ทั้งนี้ คณะกรรมการน้ำมันปาล์มมาเลเซีย (MPOB) รายงานเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ว่า
สต็อกน้ำมันปาล์ม ณ เดือนมีนาคม 2569 ลดลงร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ 2.3 ล้านตัน
ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ขณะที่การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบของมาเลเซียในช่วงเดียวกันเติบโตถึง
ร้อยละ 41 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และร้อยละ 54 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีแรงหนุน
จากการปรับภาษีส่งออกของอินโดนีเซียขึ้นเป็นร้อยละ 12.5 ส่งผลให้น้ำมันปาล์มของมาเลเซีย
มีความได้เปรียบด้านราคา ประกอบกับจีนมีการเร่งสต็อกสินค้าไว้ล่วงหน้าก่อนที่ราคาจะปรับสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี CGS International คาดว่า การส่งออกการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบในเดือนเมษายน 2569 จะชะลอตัว หลังราคาน้ำมันปาล์มดิบพุ่งสูงขึ้นถึงกว่าร้อยละ 18.8 ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้นำเข้ารายใหญ่จากจีนและอินเดียชะลอการสั่งซื้อออกไป จนกว่าตลาดจะมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ ผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบที่คาดว่าจะออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายนตามฤดูกาล อาจส่งผลให้สต็อกสะสมปรับเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
บทวิเคราะห์ผลกระทบ
ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากแรงหนุน
ด้านอุปสงค์ไบโอดีเซลจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและนักลงทุนในห่วงโซ่อุปทาน
น้ำมันปาล์ม โดยเฉพาะผู้ประกอบการต้นน้ำที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ อย่างไรก็ดี ความผันผวนของราคา
ในระยะสั้นอาจสร้างความไม่แน่นอนในการวางแผนการผลิตและการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ด้านนโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อม มาตรการ B50 ของอินโดนีเซียและการเพิ่มสัดส่วนการผสม
ไบโอดีเซลของสหรัฐฯ สะท้อนถึงทิศทางและนโยบายพลังงานทางเลือกในระดับโลกที่มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างฐานอุปสงค์น้ำมันปาล์มในระยะยาว และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคา
มีเสถียรภาพมากขึ้น
ด้านการแข่งขันระหว่างผู้ผลิต การปรับขึ้นภาษีส่งออกน้ำมันปาล์มดิบของอินโดนีเซีย ส่งผลให้มาเลเซียมีความได้เปรียบด้านราคา โดยเฉพาะในตลาดผู้นำเข้ารายสำคัญ เช่น จีน และอินเดีย อย่างไรก็ดี ความได้เปรียบนี้อาจเป็นเพียงระยะสั้น ๆ หากอินโดนีเซียมีการปรับลดภาษีในอนาคต
ด้านความเสี่ยงจากปัจจัยความไม่แน่นอน ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และต้นทุนปัจจัยการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เป็นตัวแปรสำคัญที่อาจ
ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาน้ำมันปาล์มในระยะสั้น ผู้ประกอบการจึงควรติดตามสถานการณ์
อย่างใกล้ชิดและพิจารณาใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านราคาอย่างเหมาะสม
ความเห็น สคต.
สคต. กัวลาลัมเปอร์ เห็นว่า แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบาย
ไบโอดีเซลในระดับโลก มีนัยสำคัญต่อทิศทางตลาดน้ำมันพืชและพลังงานทดแทนในภูมิภาค โดยเฉพาะ
มาตรการ B50 ของอินโดนีเซียที่จะเริ่มบังคับใช้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งอาจส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันปาล์มเพื่อการผลิตไบโอดีเซลขยายตัว และส่งผลให้ราคาปรับตัวอยู่ในระดับสูง
ในบริบทของประเทศไทย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรม
ที่ใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบ และกระทบต่อความสามารถทางการแข่งขันด้านราคาของสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามทิศทางนโยบายของประเทศผู้ผลิตหลัก โดยเฉพาะอินโดนีเซีย
และมาเลเซีย รวมถึงแนวโน้มอุปสงค์ในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ การบริหารความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ การกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ และการติดตามสัญญาณตลาดอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์