
สำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ได้ออกประกาศมาตรการสุ่มตรวจสอบสินค้านำเข้าและส่งออกบางประเภทนอกเหนือการตรวจสอบตามกฎหมาย การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถือเป็นนโยบายเชิงรุกของจีนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความปลอดภัยด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งการประกาศครั้งนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่าจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการควบคุมคุณภาพสินค้าเชิงรุกที่เข้มงวดขึ้นในทุกมิติ
สำหรับกลุ่มสินค้าที่อยู่ในข่ายการสุ่มตรวจตามประกาศฉบับใหม่นี้ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ การใช้ชีวิตประจำวันและสุขอนามัยอย่างกว้างขวาง แบ่งเป็น (1) สินค้านำเข้า ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กและทารก ผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร ของใช้และเครื่องประดับในชีวิตประจำวัน รองเท้าและบูทสำหรับผู้ใหญ่ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าแรงดันต่ำ เป็นต้น และ (2) สินค้าส่งออก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กและทารก และเครื่องใช้ไฟฟ้าแรงดันต่ำ เป็นต้น
ถึงแม้มาตรการนี้จะเพิ่มแรงกดดันให้ผู้ส่งออกไทย แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับเป็นโอกาสสำคัญให้ผู้ประกอบการไทยยกระดับมาตรฐานสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นในตลาดจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยในหลายกลุ่มสินค้า เนื่องจากภาพลักษณ์ของสินค้าไทยในสายตาชาวจีนนั้นมีความโดดเด่นเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพที่เชื่อถือได้อยู่เดิมแล้ว หากผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและปฏิบัติตามเกณฑ์การสุ่มตรวจนี้ได้อย่างไร้รอยต่อจะเป็นการสร้างแต้มต่อทางการแข่งขันที่สำคัญเหนือคู่แข่งจากประเทศอื่นที่อาจยังประสบปัญหาเรื่องมาตรฐานการผลิต โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มแม่และเด็กของไทย ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากในแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Cross-Border E-Commerce : CBEC) ของจีน การมีใบรับรองมาตรฐานที่สอดคล้องกับระเบียบใหม่ของ GACC จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกกักกันสินค้า ณ ด่านศุลกากร และลดต้นทุนแฝงที่เกิดจากการตรวจสอบที่ล่าช้า
อย่างไรก็ดี การดำเนินมาตรการของจีนครั้งนี้ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยยกระดับโครงสร้างภาคการผลิตของไทยไปสู่ “การผลิตเชิงคุณภาพ” (Value-Based Manufacturing) มากกว่าการเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกที่ผลิตสินค้าสัมผัสอาหาร หรือโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก จำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสารตกค้างและมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อศักยภาพการแข่งขันของไทยในเวทีโลกในระยะยาว
ทั้งนี้ ผู้ส่งออกไทยเร่งดำเนินการตรวจสอบรายการสินค้าของตนเองว่าอยู่ในพิกัดศุลกากรที่ระบุไว้ในภาคผนวกหรือไม่ และควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับดัชนีชี้วัดที่ใช้ในการสุ่มตรวจ (Specific Technical Indicators) เนื่องจากการสุ่มตรวจของศุลกากรจีนมักมุ่งเน้นไปที่ปริมาณสารโลหะหนัก สารเรืองแสง ความคงทน ของสี และความปลอดภัยของระบบวงจรไฟฟ้า การเตรียมความพร้อมด้านเอกสารรับรองจากหน่วยงานมาตรฐานสากลจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สินค้าไทยผ่านการตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
การประกาศของศุลกากรจีนครั้งนี้ ถือเป็นการปรับมาตรฐานเพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพสินค้า ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกไทยที่มีความพร้อมสามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในตลาดจีน การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านตั้งแต่เอกสารรับรองคุณภาพ การปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และการสื่อสารข้อมูลสินค้าอย่างชัดเจน จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจแก่ผู้บริโภคจีนได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจไทยผ่านการขยายตลาดและการเพิ่มรายได้จากการส่งออกสินค้าไปจีน ในขณะเดียวกัน สินค้าผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กและทารก รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าแรงดันต่ำที่ไทยนำเข้าจากจีน ก็จะมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อผู้บริโภคในการได้รับสินค้าที่มีมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น
----------------------------------------
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว
แหล่งข้อมูล: http://qgjcs.customs.gov.cn/customs/2026-05/08/article_2026050820254669719.html