fb
อาร์เจนตินาเร่งส่งออกสินค้าเกษตร หลังผลผลิตสูง ข้าวโพด–ข้าวสาลีหนุนตลาด

อาร์เจนตินาเร่งส่งออกสินค้าเกษตร หลังผลผลิตสูง ข้าวโพด–ข้าวสาลีหนุนตลาด

โดย
Apichaya
ลงเมื่อ 27 กรกฎาคม 2569 07:31
สคต. ณ กรุงบัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา) (TTC, Buenos Aires (Argentina))
4

ภาพรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 การส่งออกธัญพืช พืชน้ำมัน และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชน้ำมัน (grains and industrial by-products) ของอาร์เจนตินาอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีปริมาณส่งออกรวมกว่า 60.7 ล้านตัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่อาร์เจนตินาเคยส่งออกในช่วงครึ่งปีแรก ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขยายตัวของการส่งออก ได้แก่ ปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ความต้องการสินค้าเกษตรในตลาดโลกในระดับสูง และความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าเกษตรอาร์เจนตินา โดยมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ข้าวโพด ปริมาณส่งออกประมาณ 21 ล้านตัน ถั่วเหลือง 20.1 ล้านตัน ข้าวสาลี 11.1 ล้านตัน และเมล็ดทานตะวันรวมผลิตภัณฑ์แปรรูปในรูปเทียบเท่าเมล็ดดิบมีปริมาณส่งออก 4.4 ล้านตัน สำหรับแนวโน้มการค้าในระยะต่อไป ข้าวโพดและข้าวสาลียังคงเป็นสินค้าหลักที่ช่วยสนับสนุนการส่งออกของอาร์เจนตินา โดยมีปริมาณสัญญาส่งออกล่วงหน้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับปีที่แล้วประมาณร้อยละ 9–25 สะท้อนว่าความต้องการซื้อจากตลาดต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ขณะที่ถั่วเหลืองมีปัจจัยสนับสนุนมากขึ้นในระยะยาว เนื่องจากราคาถั่วเหลืองเมื่อเทียบกับธัญพืชชนิดอื่นเริ่มอยู่ในระดับที่จูงใจต่อการซื้อขาย ประกอบกับความต้องการผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง โดยเฉพาะกากถั่วเหลืองซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Secretariat of Agriculture, Livestock and Fisheries ระบุว่า ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2026 การส่งออกสินค้าเกษตรของอาร์เจนตินาเริ่มชะลอตัวเล็กน้อย เนื่องจากข้อจำกัดด้านอุปทานในระยะสั้น โดยการเก็บเกี่ยวข้าวโพดมีความล่าช้าจากสภาพอากาศที่ฝนตกอย่างต่อเนื่อง และความชื้นของเมล็ดที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ผลผลิตบางส่วนไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการซื้อขายและส่งออกได้ตามปกติ โดยเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวข้าวโพดได้เพียงร้อยละ 65 ของพื้นที่เพาะปลูก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในด้านราคา ข้าวโพดมีราคาเฉลี่ยอยู่ประมาณ 265,000 เปโซต่อตัน และราคาส่งออกแบบ Free on Board (FOB) อยู่ที่ประมาณ 200 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ขณะที่เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองก็ชะลอการจำหน่ายผลผลิต เพื่อรอระดับราคาที่เหมาะสมมากขึ้น สำหรับฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ (2026/27) ภาคเกษตรของอาร์เจนตินามีแนวโน้มได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสภาพอากาศ โดย Guía Estratégica para el Agro (GEA) ของ BCR คาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการเจริญเติบโตของข้าวโพดและถั่วเหลืองและมีโอกาสได้รับผลผลิตเพิ่มขึ้นจากฤดูกาลที่ผ่านมา

โดยสรุป แม้ว่าการส่งออกสินค้าเกษตรของอาร์เจนตินาจะเริ่มชะลอตัวในระยะสั้นจากข้อจำกัดด้านการเก็บเกี่ยวและอุปทาน แต่ภาพรวมในปี 2026 ยังคงอยู่ในทิศทางที่ดีจากผลผลิตที่อยู่ในระดับสูงและความต้องการจากตลาดโลก โดยเฉพาะข้าวโพดและข้าวสาลีที่ยังเป็นสินค้าหลักในการขับเคลื่อนการส่งออก และถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ 

ความคิดเห็นของสำนักงาน

          อาร์เจนตินาเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะข้าวโพด ถั่วเหลือง และกากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอุตสาหกรรมแปรรูปหลายประเภท ขณะที่ประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านการแปรรูปสินค้าเกษตรและเป็นฐานการผลิตอาหารสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าเพิ่มที่สำคัญของภูมิภาคเอเชีย ด้วยศักยภาพที่แตกต่างแต่สามารถเกื้อหนุนกันได้ จึงมีโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ โดยอาศัยจุดแข็งของอาร์เจนตินาในฐานะผู้ผลิตวัตถุดิบ และจุดแข็งของไทยในฐานะผู้แปรรูปและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยประเทศไทยมีความต้องการวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ และอาหารสัตว์เลี้ยง แม้ว่าประเทศไทยจะสามารถผลิตวัตถุดิบได้ภายในประเทศ แต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ในขณะที่อาร์เจนตินามีความได้เปรียบด้านพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยีการเกษตร และต้นทุนการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ ส่งผลให้เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวโพดและกากถั่วเหลืองรายใหญ่ของโลก การนำเข้าวัตถุดิบจากอาร์เจนตินาจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และรองรับความต้องการใช้วัตถุดิบของอุตสาหกรรมไทย 

นอกจากอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ไทยยังสามารถต่อยอดสู่การผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมอื่นได้อีกหลายประเภท อาทิ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมโปรตีนจากพืช ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ตลอดจนส่วนผสมอาหารแปรรูป ซึ่งประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการแปรรูป การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ และการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างไทยและอาร์เจนตินาสามารถพัฒนาไปสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การทำสัญญาซื้อขายระยะยาว การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ การบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การพัฒนามาตรฐานคุณภาพสินค้า ตลอดจนความร่วมมือในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ เพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตร พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย และขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ภาพและแหล่งที่มา

  1. https://www.argusmedia.com/en/news-and-insights/latest-market-news/2848498-slipping-corn-soy-pull-argentina-exports-lower

  2. https://www.bcr.com.ar/es/mercados/investigacion-y-desarrollo/informativo-semanal/noticias-informativo-semanal-109

  3. https://www.argentina.gob.ar/noticias/record-historico-de-exportaciones-agroindustriales-53-millones-de-toneladas-exportadas

     

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงบัวโนสไอเรส สาธารณรัฐอาร์เจนตินา

Share :
Instagram