fb
ผู้บริโภคเวียดนามมีแนวโน้มนิยมเลือกซื้ออุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับใช้ภายในบ้านมากขึ้น

ผู้บริโภคเวียดนามมีแนวโน้มนิยมเลือกซื้ออุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับใช้ภายในบ้านมากขึ้น

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 04 กันยายน 2569 17:45
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
1

จากรายงานการวิจัยตลาดของบริษัท NIQ GfK ระบุว่า ในปี 2565 มูลค่าตลาด อุปกรณ์ทำความสะอาดอัจฉริยะ ในเวียดนามอยู่ที่เพียง 2.04 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 8.55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าภายในระยะเวลาเพียง ปี สำหรับในช่วงเดือนแรกของปี 2569 มูลค่าตลาดอุปกรณ์ทำ ความสะอาดอัจฉริยะในเวียดนามอยู่ที่ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 263 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการของผู้บริโภคเวียดนามต่อการทำความสะอาดและดูแลพื้นที่อยู่อาศัยกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของรายได้ยังมาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของ จำนวนผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในตลาดด้วย

รายงานระบุว่า ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ยอดขายอุปกรณ์ทำความสะอาดอัจฉริยะในตลาดเวียดนามมีจำนวน 5,430 รายการ และในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 16,000 รายการ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 194 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผู้บริโภคเวียดนามมีแนวโน้มเปลี่ยนไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมมากขึ้น โดยราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อเครื่องเพิ่มขึ้นจาก 158 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 373 เหรียญสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 23.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความพร้อมที่จะลงทุนมากขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและมอบความสะดวกสบายผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของตลาดมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งทำให้อุปกรณ์เหล่านี้มีประโยชน์และตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันแนวโน้มตลาดมุ่งไปสู่ผลิตภัณฑ์แบบอเนกประสงค์” (All-in-One) ที่ผสานเทคโนโลยีหลายรูปแบบไว้ในอุปกรณ์เดียว เพื่อช่วยลดความยุ่งยากและขั้นตอนในการทำความสะอาด เมื่อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น การแข่งขันระหว่างแบรนด์ต่างๆ ก็เปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้าน เทคโนโลยีและประสบการณ์การใช้งานมากขึ้น ปัจจุบันผู้ผลิตให้ความสำคัญกับความสามารถในการจดจำและทำความเข้าใจพื้นที่ การหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง การวางแผนเส้นทางการทำงานให้มีประสิทธิภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพในการถูพื้น ตลอดจนการลดขั้นตอนที่ผู้ใช้งานต้องดำเนินการด้วยตนเอง

Ecovacs เป็นแบรนด์รายใหญ่ในตลาดอุปกรณ์ทำความสะอาดอัจฉริยะเวียดนาม โดยครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 34 ของมูลค่าตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั้งหมด และคิดเป็นร้อยละ 31.8 ของจำนวนผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในเวียดนาม ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทยังมียอดจำหน่ายหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นอัจฉริยะระดับพรีเมียม รุ่น Deebot T90 Pro Omni จำนวนกว่า 15,000 รายการ คาดการณ์ว่าในปี 2569 Ecovacs จะมียอดจำหน่ายอุปกรณ์ทำความสะอาดอัจฉริยะทุกประเภทที่ 120,000 รายการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1,200 พันล้านเวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 45.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Xiaomi เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีศักยภาพในตลาดเวียดนาม โดยล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้านรุ่นใหม่ ได้แก่ Xiaomi Robot Vacuum 6 Series และเครื่องฟอกอากาศ Mijia Smart Air Purifier 6 Plus ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ดูดฝุ่นมี รุ่น Vacuum 6 Max เป็นต้น ส่วน บริษัท LG Electronics เวียดนาม ได้เปิดตัวสินค้า LG PuriCare WallFit อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พื้นที่อยู่อาศัยที่ต้องการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าเช่นเดียวกัน

นาย Shim Seongbo ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชันด้านอากาศของ LG Electronics Việt Nam ให้ความเห็นว่า ผู้บริโภคเวียดนามมีความคาดหวังเพิ่มขึ้นต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยต้องการให้ผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองทั้งด้านประสิทธิภาพการทำงาน การออกแบบ และประสบการณ์การใช้งานได้พร้อมกัน

สำหรับบริษัท Dreame Technology ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้าน ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายประเภท ทั้งเครื่องดูดฝุ่นและถูพื้น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น เครื่องฟอกอากาศ และอุปกรณ์ทำความสะอาดและดูแลที่นอน

ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้าน กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดูดฝุ่นและถูพื้นแบบเปียกและแห้ง ถือเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในเวียดนามและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นาง Nguyen Ha ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัท Hop Long E-commerce เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยอดขายเครื่องดูดฝุ่นและถูพื้นแบบเปียกและแห้งอัจฉริยะในตลาดเวียดนาม ได้บรรลุเท่ากับยอดขายรวมตลอดทั้งปี 2568 แล้ว การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคชาวเวียดนามเห็นได้อย่างชัดเจนจากแนวโน้มการเลือกซื้ออุปกรณ์อัจฉริยะแบบผสานฟังก์ชัน ซึ่งสามารถจัดการได้ทั้ง คราบสกปรกแบบแห้งและแบบเปียกในเวลาเดียวกัน ในกลุ่มตลาดทั่วไป ระดับราคาที่มีจำนวนธุรกรรมสูงที่สุดอยู่ที่ประมาณ 7–8 ล้านเวียดนามด่อง หรือเท่ากับประมาณ 268-307 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่กลุ่มตลาดพรีเมียม ซึ่งมีราคาอยู่ที่ประมาณ 10–11 ล้านดองเวียดนาม หรือเท่ากับประมาณ 384-422 เหรียญสหรัฐ เป็นกลุ่มที่มีอัตราการขยายส่วนแบ่งตลาดรวดเร็วที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ผู้บริโภคเวียดนาม มีความเต็มใจที่จะใช้จ่ายมากขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

สำหรับตลาดเครื่องกรองน้ำในเวียดนามยังคงรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) ที่ร้อยละ 10.7 และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1,180 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2575 กล่าวคือความพร้อมของผู้บริโภคเวียดนามในการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุปกรณ์ดูแลพื้นที่ทำความสะอาดเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึง เครื่องกรองน้ำและเครื่องฟอกอากาศด้วย ดังนั้น ผู้ประกอบการค้าปลีกจึงเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดจำหน่าย เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคและเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า การผสานระหว่าง แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและเครือข่ายร้านค้าสำหรับทดลองและสัมผัสผลิตภัณฑ์โดยตรง ถือเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคปลายทางอย่างมีประสิทธิภาพ นาย Nguyen Minh Tan ผู้อำนวยการบริษัทค้าปลีก Giga Digital กล่าวว่า เวียดนามไม่ได้เป็นเพียงตลาดที่มีศักยภาพด้านการบริโภคเท่านั้น แต่กำลังยืนยันสถานะ ผู้นำของภูมิภาคในด้านความเร็วของการเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งกำลังเปิดทางไปสู่มาตรฐานใหม่ของการบริโภคที่ ชาญฉลาดและยั่งยืน

(จาก https://vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

จากข้อมูลสถิติของบริษัท NIQ GfK แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้านจากจีนครองส่วนแบ่งตลาดในเวียดนามมากกว่า ร้อยละ 90 ได้แก่ Ecovacs, Xiaomi, Roborock, Dreame Technology,Narwal เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเวียดนามได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเริ่มหันมาให้ความสนใจกับอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านอัจฉริยะที่รวมฟังก์ชันการทำความสะอาดไว้อย่างครบครันในอุปกรณ์เดียว (All-in-One)

ดังนั้น เครื่องฟอกอากาศ เครื่องซักผ้า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น เครื่องล้างจาน เป็นต้น จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังจัดอยู่ในกลุ่ม อุปกรณ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต โดยระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะของเครื่องฟอกอากาศอยู่ที่ร้อยละ 63 เครื่องซักผ้าร้อยละ 51 หุ่นยนต์ดูดฝุ่นร้อยละ 48 และเครื่องล้างจานร้อยละ 32 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า        เมื่อสังคมเวียดนามมีการพัฒนามากขึ้น และเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศดีขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคเวียดนามที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนความต้องการบริโภคจะยกระดับให้สูงขึ้นตามไปด้วย เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านไม่ได้มีหน้าที่เพียงตอบสนองความต้องการพื้นฐานอีกต่อไป แต่ผู้บริโภคยังต้องการเข้าถึง เทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถช่วยยกระดับและอำนวยความสะดวกให้กับพื้นที่อยู่อาศัยได้มากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภค Gen Z ที่ต้องการแสดงออกถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์ผ่านอุปกรณ์ที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้งาน

ผู้บริโภคเวียดนามมีแนวโน้มนิยมเลือกซื้ออุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับใช้ภายในบ้านมากขึ้น TH-V0.pdf
Share :
Instagram