
ตลาด AI ในสหรัฐอเมริกา: การเติบโตและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ในปี 2024 มูลค่าตลาด AI ในสหรัฐอเมริกามีประมาณ 50,160 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 28.52% ระหว่างปี 2024-2030 ทำให้มูลค่าตลาด AI คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 223,700 ล้านเหรียญในปี 2030 สหรัฐอเมริกาคาดว่าจะเป็นตลาด AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Gallup องค์กรวิจัยสำรวจความคิดเห็นสาธารณะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้ร่วมมือกับ Telescope บริษัทด้านนวัตกรรมที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และแนวคิดในการรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อเข้าใจผลกระทบจากเทคโนโลยีต่อสังคม โดยผลการวิจัยพบว่าชาวอเมริกันเกือบ 99% ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฟีเจอร์ AI อย่างน้อย 1 ชิ้นใน 1 สัปดาห์ โดยส่วนใหญ่ใช้หลายผลิตภัณฑ์พร้อมกัน และ 62% ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฟีเจอร์ AI 5-6 ชิ้นใน 1 สัปดาห์ ขณะที่มีเพียง 1% ที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ AI เลยใน 1 สัปดาห์ ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมและการใช้ชีวิตประจำวันของชาวอเมริกันอย่างกว้างขวาง
ผลิตภัณฑ์ AI ที่ได้รับความนิยม ได้แก่:
ผู้ช่วยส่วนตัวเสมือนจริง อาทิ Amazon Alexa/ Google Assistant/ Apple Siri/ Microsoft Cortana
แอปหรือเว็บไซต์นำทาง
แอปพยากรณ์อากาศ
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
บริการสตรีมมิ่ง
เว็บไซต์หรือแอปช็อปปิ้งออนไลน์
ผลการสำรวจพบว่า ในหนึ่งสัปดาห์ 80% ของชาวอเมริกันส่วนใหญ่ใช้ผลิตภัณฑ์ AI 5 ชนิด ได้แก่ แอปพยากรณ์อากาศ (87%) บริการสตรีมมิ่ง (83%) ช็อปปิ้งออนไลน์ (82%) โซเชียลมีเดีย (81%) และแอปนำทาง (81%) และเป็นที่น่าสนใจว่า กลุ่มตัวอย่างที่ระบุว่าไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ AI กลับพบว่ามีถึง 50% ของกลุ่มนี้ ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ AI จำนวน 5-6 ชิ้น ในขณะที่ กลุ่มตัวอย่างที่ระบุว่าไม่แน่ใจว่าตนเองใช้หรือไม่ พบว่ามีถึง 58% ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ AI จำนวน 5-6 ชิ้นเช่นกัน
ความแตกต่างตามช่วงอายุ การศึกษา และรายได้
กลุ่มตัวอย่างหนุ่มสาวอายุ 18–29 ปี มีอัตราการใช้งาน AI เป็นประจำสูงถึง 46% ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปมีอัตราการใช้งานเพียง 23% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่มีความคุ้นเคยและเปิดรับเทคโนโลยีมากกว่า ในด้านการศึกษา ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปมีอัตราการใช้ AI อยู่ที่ 47% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีวุฒิปริญญาซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 31% ซึ่งสะท้อนถึงความเกี่ยวข้องระหว่างระดับการศึกษาและการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่
นอกจากนี้ รายได้ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยครัวเรือนที่มีรายได้ 120,000 เหรียญสหรัฐขึ้นไปต่อปี มีการใช้งาน AI สูงถึง 45% ขณะที่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยกว่า 60,000 เหรียญสหรัฐ มีการใช้งานอยู่ที่เพียง 30% เท่านั้น ด้านพื้นที่อยู่อาศัยก็มีผลเช่นกัน โดยชาวเมืองมีอัตราการใช้ AI สูงที่สุดที่ 44% รองลงมาคือชานเมืองที่ 38% และต่ำที่สุดคือในพื้นที่ชนบทที่ 31% จากข้อมูลทั้งหมดนี้ สะท้อนได้ชัดเจนว่าโอกาสในการเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยี AI ยังมีความเหลื่อมล้ำในหลายมิติของสังคมอเมริกัน
ทัศนคติต่อ AI: ความกังวลและความคาดหวัง
ประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีทัศนคติในเชิงลบต่อผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในประเด็นทางสังคมที่สำคัญหลายด้าน โดย 72%ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่า AI จะส่งผลเสียอย่างมากต่อการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จ ขณะที่ 64%กังวลว่า AI จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์ทางสังคม และ 60% แสดงความกังวลว่า โอกาสในการหางานที่ดีของชาวอเมริกันจะลดลง นอกจากนี้ 56%ยังมองว่า AI อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
ในด้านของการตรวจจับอาชญากรรมที่ไม่ใช้ความรุนแรง ความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างใกล้เคียงทั้งในด้านบวกและด้านลบ โดย 33% เห็นว่า AI อาจส่งผลเสีย อย่างไรก็ตาม สำหรับด้านที่ประชาชนมองในแง่บวกไปในทางเดียวกันมากที่สุดในการใช้ AI คือ การวินิจฉัยและรักษาทางการแพทย์ ซึ่ง 26% เชื่อว่า AI จะส่งผลดี
สำหรับกลุ่มผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ AI เป็นประจำ มักมอง AI ในแง่บวกมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการแพทย์ แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มนี้ก็แสดงความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการแพร่ข้อมูลเท็จเช่นกัน นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการใช้ AI สูงสุด กลับมีความกังวลอย่างมากว่า AI จะส่งผลกระทบต่อ โอกาสในการได้งาน ของตนในอนาคต มากกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ
ความรับผิดชอบของรัฐบาลและภาคธุรกิจ
ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่ารัฐบาลควรมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและลดผลกระทบด้านลบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและการแพร่กระจายของข้อมูลผิด ๆ จากผลสำรวจ พบว่า 96% ของประชาชนเชื่อว่ารัฐบาลควรมีความรับผิดชอบไม่มากก็น้อยในการจัดการภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะเดียวกัน 88% เห็นว่ารัฐบาลควรเป็นผู้รับผิดชอบหลักต่อปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ นอกจากนี้ ประชาชนอีก 82% คาดหวังให้รัฐมีบทบาทในการจัดการกรณีการละเมิดความเป็นส่วนตัว และ 81% เชื่อว่ารัฐต้องรับผิดชอบเมื่อมีการนำภาพลักษณ์ของบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนประเด็นการทดแทนแรงงานด้วย AI มีประชาชน 68% ที่เห็นว่ารัฐบาลควรเข้ามาแก้ไขปัญหานี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการเลิกจ้างงานจากการนำ AI เข้ามาใช้ ประชาชนกลับมองว่า ภาคธุรกิจ ควรมีความรับผิดชอบมากกว่าหรืออย่างน้อยก็เท่าเทียมกับรัฐบาล โดย 84% ของผู้ตอบแบบสำรวจเห็นว่าภาคธุรกิจต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลักในประเด็นนี้ ไม่ใช่ผลักภาระให้กับภาครัฐฝ่ายเดียว
ความรับผิดชอบส่วนบุคคลในการใช้ AI
ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เชื่อว่าตนเองควรมีความรับผิดชอบในการใช้ AI อย่างเหมาะสม โดย 55% ระบุว่าควรรับผิดชอบในระดับ “มาก” และอีก 32% เห็นว่าควรรับผิดชอบ “ในระดับหนึ่ง” อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มที่ใช้ผลิตภัณฑ์ AI หลายชิ้น (ประมาณ 5–6 ชิ้น) มีจำนวน 54% ที่รู้สึกว่าตนควรรับผิดชอบมาก ขณะที่ 14% รู้สึกว่าควรรับผิดชอบน้อยมากหรือแทบไม่ต้องรับผิดชอบเลย
กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุ 18–29 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้ AI มากที่สุด กลับมีความรู้สึกเรื่องความรับผิดชอบส่วนบุคคลต่ำที่สุด โดยเกือบ 23% เชื่อว่าควรรับผิดชอบน้อยหรือแทบไม่ต้องรับผิดชอบเลย ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงกว่ากลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปถึงสองเท่า
ความคิดเห็นของ สคต. นิวยอร์ก
จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมและทัศนคติของชาวอเมริกันต่อ AI ผู้ประกอบการไทยสามารถนำมาปรับใช้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและต่อยอดโอกาสในยุคที่ AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว แม้หลายคนจะยังไม่รู้ตัวว่ากำลังใช้งาน AI อยู่ก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการควรตระหนัก คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ผสานเทคโนโลยี AI อย่างเข้าใจง่าย และตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวอเมริกัน นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความปลอดภัยของข้อมูล และจริยธรรมในการใช้ AI ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทั่วโลก เริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น เช่นเดียวกับในสหรัฐฯ ที่ประชาชนคาดหวังให้ทั้งรัฐบาลและภาคธุรกิจร่วมกันรับผิดชอบต่อผลกระทบของ AI ผู้ประกอบการไทยจึงควรมองหาโอกาสทางเทคโนโลยี AI เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับทางธุรกิจมากขึ้น รวมทั้ง ต้องสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องต่อ AI ในสายตาของลูกค้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในอนาคต
ข้อมูลอ้างอิงจาก:
https://news.gallup.com/poll/654905/americans-everyday-products-without-realizing.aspx