fb
รายงานตลาดนมและผลิตภัณฑ์นมในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
โดย
Suthida
ลงเมื่อ 24 กันยายน 2569 13:30
สคต. ณ เมืองดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) (TTC, Dubai (United Arab Emirates))
3

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เป็นหนึ่งในตลาดผู้บริโภคนมและผลิตภัณฑ์นมที่มีกำลังซื้อสูง และพึ่งพาการนำเข้ามากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยประชากรราว 11.2 ล้านคน ซึ่งกว่าร้อยละ 88 เป็นชาวต่างชาติจากหลากหลายภูมิภาค ทำให้ความต้องการบริโภคนมมีความหลากหลายสูงทั้งนมพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์แปรรูป และนมทางเลือกจากพืช

มูลค่าตลาดนมและผลิตภัณฑ์นมของยูเออี ประเมินไว้ในช่วงประมาณ 2.5 - 5.0 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขึ้นอยู่กับขอบเขตของแต่ละสำนักวิจัย) และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยราวร้อยละ 4 - 4.5 ต่อปี โดยกลุ่มนมเหลวเป็นหมวดใหญ่ที่สุด (ราวร้อยละ 40 ของตลาด) ตามด้วยโยเกิร์ตและชีส ขณะที่นมจากพืชและผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม/ปราศจากแลคโตส เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ย

ยูเออีนำเข้าผลิตภัณฑ์นมเกือบทั้งหมดที่บริโภค แหล่งนำเข้าหลัก คือ นิวซีแลนด์ (นมผง) กลุ่มสหภาพยุโรป (ชีส เนย) และประเทศเพื่อนบ้าน GCC ขณะที่ไทยยังมีส่วนแบ่งน้อยมาก (ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี)

สินค้าที่มีโอกาส ได้แก่ นมยูเอชที ครองสัดส่วนตลาดนมพร้อมดื่มมากที่สุด เนื่องจากสามารถเก็บรักษาได้นาน 6 - 12 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็นก่อนเปิดใช้ จึงเหมาะกับสภาพภูมิอากาศร้อน ระบบโลจิสติกส์ และโครงสร้างการค้าของประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นหลัก นมปรุงแต่งพร้อมดื่ม โยเกิร์ตพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์ปราศจากแลคโตส ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูง และเครื่องดื่มจากพืช อย่างไรก็ดี สินค้าไทยต้องแข่งขันกับผู้ผลิตท้องถิ่น และสินค้าจากซาอุดีอาระเบีย นิวซีแลนด์ ยุโรป และออสเตรเลีย ซึ่งได้เปรียบด้านต้นทุน เครือข่ายกระจายสินค้า และการรับรู้แบรนด์

แนวโน้มความต้องการบริโภค

image.png

1. นมโคสดพาสเจอไรซ์ : ความต้องการอยู่ในระดับสูงและค่อนข้างสม่ำเสมอ โดยผู้ผลิตในยูเออีและประเทศ GCC มีความได้เปรียบด้านความสด อายุสินค้า และระบบห่วงโซ่ความเย็น แบรนด์สำคัญ ได้แก่ Al Rawabi, Al Ain Farms, Marmum และ Almarai    ผู้บริโภคนิยมทั้งนมเต็มมันเนย ไขมันต่ำ ปราศจากไขมัน และนมปราศจากแลคโตส อย่างไรก็ตาม นมสดจากไทยมีข้อจำกัดจากอายุสินค้าสั้นและค่าขนส่งทางอากาศสูง จึงไม่ใช่กลุ่มที่เหมาะแก่การเริ่มเข้าสู่ตลาด

2. นมยูเอชที : เป็นกลุ่มที่เหมาะกับการนำเข้ามากกว่านมสด เนื่องจากเก็บรักษาได้นาน ไม่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิตลอดเส้นทางก่อนเปิดบรรจุภัณฑ์ และเหมาะกับครัวเรือน ร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจ    จัดเลี้ยง ตลาดมีการแข่งขันด้านราคาสูง โดยเฉพาะนมยูเอชที ขนาด 1 ลิตร และแพ็กครอบครัว ผู้บริโภคคุ้นเคยกับสินค้าจากซาอุดีอาระเบีย ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

3. โยเกิร์ต : โยเกิร์ต โยเกิร์ตพร้อมดื่ม laban และผลิตภัณฑ์ Greek-style yoghurt มีการบริโภคแพร่หลาย สินค้ากลุ่มน้ำตาลต่ำ โปรตีนสูง โพรไบโอติก และบรรจุภัณฑ์รับประทานครั้งเดียวมีแนวโน้มเติบโตดี โยเกิร์ตพร้อมดื่มรสผลไม้ของไทยมีโอกาสในกลุ่มครอบครัวชาวเอเชีย เด็ก และผู้บริโภคที่ต้องการสินค้ารสชาติแปลกใหม่ แต่ต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลและรักษาห่วงโซ่ความเย็นอย่างเคร่งครัด 

4. นมปรุงแต่งและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม : นมช็อกโกแลต นมรสผลไม้ นมโปรตีนสูง และผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินเหมาะกับตลาดเด็ก วัยรุ่น และผู้บริโภคที่ออกกำลังกาย ตลาดมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับข้อความ “No Added Sugar”, “High Protein”, “Lactose Free” และ “Fortified with Vitamins”

5. เครื่องดื่มจากพืช : นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ นมข้าวโอ๊ต และนมมะพร้าวกำลังเข้าสู่ตลาดกระแสหลัก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผู้บริโภคที่แพ้แลคโตส กลุ่มมังสวิรัติ และผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นช่องทางสำคัญในการแนะนำสินค้าใหม่ให้ผู้บริโภค อย่างไรก็ดี ราคาขายยังสูงกว่านมโคทั่วไปอย่างชัดเจน 

สถานการณ์ตลาด

ตลาดประกอบด้วยผู้ผลิตภายในประเทศ ผู้ผลิตรายใหญ่จาก GCC และสินค้านำเข้า โดยมีลักษณะสำคัญดังนี้

  • ผู้ผลิตท้องถิ่นครองตลาดนมสด โยเกิร์ต laban และผลิตภัณฑ์ที่มีอายุสั้น 

  • สินค้านำเข้ามีบทบาทสูงในตลาดนมผง ชีส เนย เวย์ วัตถุดิบอุตสาหกรรม นมยูเอชที และผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม 

  • ตลาดค้าปลีกมีการแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นสูง โดยเฉพาะแพ็กหลายหน่วยและสินค้า Private Label 

  • Dubai และ Abu Dhabi เป็นตลาดหลักสำหรับสินค้าพรีเมียม ออร์แกนิก โปรตีนสูง และ Plant-based 

  • ภาค HoReCa เป็นผู้ซื้อสำคัญของนมยูเอชที ครีม เนย ชีส นมผง และวัตถุดิบสำหรับเบเกอรี่ 

  • ร้านค้าออนไลน์และบริการ Quick - Commerce ช่วยให้ผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น 

ภาพรวมการนำเข้า 

ผลิตภัณฑ์อื่นในพิกัด HS. 04 รายงานนี้ใช้ขอบเขต “นมและผลิตภัณฑ์นม” ตามฐาน FAOSTAT ซึ่งครอบคลุมนม ครีม นมผง เวย์ เนย เนยใส และผลิตภัณฑ์นมแปรรูปบางประเภท ปี 2566 มูลค่า 1,964.00   ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน ปี 2567 มูลค่า 1,697.20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 13.6% สะท้อนว่าตลาดยังพึ่งพาการนำเข้าอย่างมีนัยสำคัญ  

 

แหล่งนำเข้าสำคัญ ประเทศผู้จัดหาจะแตกต่างกันตามชนิดสินค้า แต่โดยภาพรวมประกอบด้วย

กลุ่มผลิตภัณฑ์

ประเทศผู้จัดหาสำคัญ

นมและครีม

ซาอุดีอาระเบีย โอมาน ประเทศในสหภาพยุโรป

นมผงและวัตถุดิบนม

นิวซีแลนด์ สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย โอมาน ซาอุดีอาระเบีย

เนยและไขมันนม

นิวซีแลนด์ ยุโรป ออสเตรเลีย

ชีส

ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก อิตาลี

โยเกิร์ตและLaban

ซาอุดีอาระเบีย ประเทศ GCC และยุโรป

ตัวอย่างเช่น เฉพาะนมผงที่มีไขมันเกิน 1.5% ตาม HS. 040221 ในปี 2566 นิวซีแลนด์ส่งออกมายังยูเออีประมาณ 306.20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รองลงมา ได้แก่ โอมาน 21.10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สหภาพยุโรป 16.40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สิงคโปร์ 8.60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย 8.30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  

ข้อควรระวัง: ตัวเลขประเทศคู่ค้าในแต่ละพิกัดไม่ควรนำมารวมกันโดยตรงโดยไม่ตรวจสอบการนับซ้ำ และข้อมูล Mirror Data อาจแตกต่างจากข้อมูลที่ยูเออีรายงาน

สินค้าของไทย

ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่มสุขภาพไปยูเออี ในชวง 3 ปี สรุปได้ดังนี้

ปี 2567 มูลค่า 388.00 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+21.30%) ปี 2568 มูลค่า 375.14 (-3.33%)         ปี 2569 (ม.ค. - ก.ค.) 197.50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-12.81%) สินค้าไทยที่จำหน่ายในยูเออี ได้แก่ 

-  Vitamilk: แบรนด์นมถั่วเหลืองพร้อมดื่มของไทยที่เป็นที่รู้จักมายาวนาน และมีจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในยูเออี 

- V-Soy: แบรนด์นมถั่วเหลืองจากไทยที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะสูตรดั้งเดิม (Original) และ มัลติเกรน (Multi-Grain) ซึ่งมีส่วนผสมของธัญพืช เช่น งา ข้าวบาร์เลย์ และมอลต์ และมีการนำเข้าจากประเทศไทยโดยตรง 

- Dutch Mill: แบรนด์ผลิตภัณฑ์นมจากประเทศไทย เป็นที่รู้จักจาก เครื่องดื่มโยเกิร์ตรสผลไม้และผลิตภัณฑ์นมยูเอชที โดยมักพบในแผนกสินค้าเอเชียหรือซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในยูเออี

ยูเออี เป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับผู้ส่งออกนม เนื่องจากประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารมากกว่า 85% ของการบริโภคทั้งหมด มีกลุ่มผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงและนิยมสินค้านำเข้าคุณภาพดี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น นมออร์แกนิก นมปราศจากแลคโตส นมโปรตีนสูง นมไขมันต่ำ นม A2 และนมเสริมวิตามิน แต่ทั้งนี้สินค้าจะต้องมีราคาแข่งขันกับสินค้าในประเทศ และสินค้าที่นำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย ที่มีอุตสาหกรรมนม เนย ขนาดใหญ่ ในตะวันออกกลาง

กฎระเบียบ มาตรฐาน และฮาลาล

  1. กฎหมายและมาตรฐานสำคัญ

สินค้าต้องสอดคล้องกับ Federal Law No. 10 of 2015 on Food Safety ตลอดจนมาตรฐานของ Ministry of Industry and Advanced Technology (MoIAT) และข้อกำหนดของหน่วยงานควบคุมอาหารในแต่ละรัฐ เช่น Dubai Municipality หรือ Abu Dhabi Agriculture and Food Safety Authority (ADAFSA)

ข้อกำหนดหลักประกอบด้วย

  • ความปลอดภัยทางจุลชีววิทยาและสารปนเปื้อน 

  • การพาสเจอไรซ์หรือการฆ่าเชื้อตามประเภทสินค้า 

  • องค์ประกอบของไขมัน โปรตีน และของแข็งในนม 

  • การใช้วัตถุเจือปนอาหารตามรายการและปริมาณที่อนุญาต 

  • บรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารที่ปลอดภัย 

  • อายุสินค้าและสภาวะการเก็บรักษา 

  • ฉลากภาษาอาหรับ หรือฉลากภาษาอาหรับร่วมกับภาษาอังกฤษ 

  • การแสดงสารก่อภูมิแพ้ โดยระบุว่าสินค้า “มีนม” สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 

ผลิตภัณฑ์นมที่อยู่ภายใต้ระบบ Emirates Quality Mark (EQM) อาจต้องมีรายงานผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ระบบ QMS/FSMS ใบรับรองสุขอนามัยจากประเทศต้นทาง และฉลากที่เป็นไปตามข้อกำหนด MoIAT Regulation Card

2. มาตรฐานฮาลาล

หลักเกณฑ์ทั่วไปอ้างอิง UAE.S/GSO 2055-1:2015: Halal Food – General Requirements GSO ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • นมบริสุทธิ์จากสัตว์ที่อนุญาต เช่น โค แพะ และอูฐ ถือเป็นวัตถุดิบที่ฮาลาลโดยธรรมชาติ 

  • ไม่ได้หมายความว่านมทุกชนิดต้องแสดงเครื่องหมาย Halal National Mark บนบรรจุภัณฑ์ 

  • หากผู้ประกอบการประสงค์จะแสดงเครื่องหมายฮาลาลของยูเออีหรือกล่าวอ้างว่าได้รับการรับรอง ต้องขออนุญาตและใช้ใบรับรองจากหน่วยรับรองที่ MoIAT ยอมรับ(สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย) 

  • ผลิตภัณฑ์แปรรูปต้องตรวจสอบเจลาติน เอนไซม์ Emulsifier Stabilizer กลิ่นรส และ วัตถุเจือปนที่อาจมาจากสัตว์ 

  • หากมีส่วนประกอบจากสัตว์หรือกระบวนการผลิตที่มีความเสี่ยง ผู้นำเข้าหรือหน่วยงานอาจขอใบรับรองฮาลาลเพิ่มเติม 

  • กรณีระบุคำว่า “Halal” หรือใช้ตราฮาลาลบนฉลากโดยไม่มีหลักฐานรองรับ อาจถูกปฏิเสธการจดทะเบียนหรือระงับการนำเข้า 

ดังนั้น นม UHT หรือนมสดที่เป็นนมโคล้วนไม่จำเป็นต้องติดเครื่องหมายฮาลาลโดยอัตโนมัติ แต่ผู้ส่งออกควรให้ผู้นำเข้าตรวจสอบข้อกำหนดของสินค้าแต่ละสูตรก่อนพิมพ์ฉลาก

ขั้นตอนการนำเข้า

  1. แต่งตั้งผู้นำเข้าในยูเออี : ผู้นำเข้าต้องมี Trade License ครอบคลุมกิจกรรมนำเข้าและจำหน่ายอาหาร และมีรหัสผู้นำเข้ากับศุลกากร 

  2. ตรวจสอบพิกัด HS และข้อกำหนดสินค้า : จำแนกสินค้าให้ถูกต้อง เช่น HS 0401–0406 หรือ HS 2202 สำหรับเครื่องดื่มจากพืชบางประเภท 

  3. ตรวจสอบโรงงานและแหล่งผลิต : สำหรับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ อาจต้องตรวจสอบสถานะประเทศ โรงงาน และใบรับรองสุขอนามัยที่หน่วยงานยูเออียอมรับ 

  4. ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และฉลาก : ให้ผู้นำเข้าจดทะเบียนในระบบของหน่วยงานท้องถิ่น เช่น ระบบอาหารของ Dubai Municipality หรือระบบของ ADAFSA ก่อนนำเข้าสินค้าเชิงพาณิชย์ 

  5. จัดทำฉลากภาษาอาหรับ : ต้องระบุชื่อสินค้า ส่วนประกอบ สารก่อภูมิแพ้ โภชนาการ น้ำหนักสุทธิ ประเทศต้นกำเนิด ผู้ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุ เลขรุ่นผลิต และวิธีเก็บรักษา ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง 

  6. เตรียมเอกสารการส่งออก : Commercial Invoice, Packing List, Bill of Lading หรือ    Air Waybill, Certificate of Origin, Health/Sanitary Certificate, Halal Certificate กรณีจำเป็นหรือมีการกล่าวอ้างฮาลาล Certificate of Analysis ตามที่หน่วยงานหรือผู้นำเข้ากำหนด เอกสารการขึ้นทะเบียนสินค้าและฉลาก ใบรับรองออร์แกนิก หากกล่าวอ้างว่าเป็นสินค้าออร์แกนิก 

  7. ภาษี : โดยทั่วไปสินค้าอาหารจากประเทศนอก GCC เสียอากรขาเข้า 5% ของราคา CIF และ VAT 5% 

  8. ตรวจปล่อย ณ จุดนำเข้า : เจ้าหน้าที่อาจตรวจเอกสาร ฉลาก สภาพตู้สินค้า อุณหภูมิ อายุสินค้าคงเหลือ และสุ่มเก็บตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการ 

  9. รักษาห่วงโซ่ความเย็น : นมสด โยเกิร์ต และสินค้าแช่เย็นต้องควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่ต้นทางถึงคลังและร้านค้าปลีก 

 

ตัวอย่างราคาสินค้าแต่ละประเภท (เหรียญสหรัฐฯ)

ตารางด้านล่างเป็นราคาขายปลีกโดยประมาณในไฮเปอร์มาร์เก็ตยูเออี คำนวณด้วยอัตรา ตรึงค่าเงิน 3.6725 ดีร์แฮม (AED) ต่อ 1 เหรียญสหรัฐฯ (USD) ราคาที่ทำเครื่องหมาย* เป็นราคายืนยันจากแหล่งสำรวจราคา ส่วนรายการอื่นเป็นราคาโดยประมาณจากราคาตลาดทั่วไป ควรตรวจสอบ ราคาจริงบนเว็บไซต์ค้าปลีก (Carrefour UAE, Lulu, noon) ก่อนใช้อ้างอิง

ประเภทสินค้า

ขนาดบรรจุ

ราคา (AED)

ราคา (USD)

หมายเหตุ

นมโคสด (ตราท้องถิ่น) *

1 ลิตร

6.5–7.0

1.75–1.90

Al Ain, Al Rawabi, Marmum

นม UHT / นมอายุยาว

1 ลิตร

5.5–8.0

1.50–2.18

Almarai, Rainbow, Lacnor

นมจากพืช (อัลมอนด์ / โอ๊ต / ถั่วเหลือง)

1 ลิตร

14–22

3.80–6.00

Alpro, Almond Breeze

นมนำเข้า/พรีเมียม

1 ลิตร

12–20

3.30–5.40

ออร์แกนิก/ยุโรป

ชีส (ท้องถิ่น/ทั่วไป) *

1 กก.

36–39

9.80–10.60

ช่วงกว้างถึง ~100 AED/กก.

ชีสเชดดาร์ (บล็อก)

~200 ก.

12–20

3.30–5.40

Kraft, Puck, President

ชีสแผ่นแปรรูป

~200 ก.

9–15

2.50–4.10

-

ฮัลลูมิ

~250 ก.

12–20

3.30–5.40

นิยมในภูมิภาค

เนย

200–500 ก.

12–28

3.30–7.60

Lurpak, Anchor, President

โยเกิร์ต (ธรรมดา)

400 ก.–1 กก.

6–12

1.60–3.30

Almarai, Al Ain

Laban / Labneh (ท้องถิ่น)

500 ก.–1 ลิตร

5–12

1.40–3.30

สินค้าจำเป็น

นมข้นหวาน / นมข้นจืด (กระป๋อง)

170–400 ก.

4–9

1.10–2.50

Rainbow, Carnation

นมผง (เต็มมันเนย / ขาดมันเนย)

900 ก.–1 กก.

30–55

8.20–15.00

Nido, Anchor

* ราคายืนยันจาก Numbeo (ก.ย. 2026) และ Expatistan (มิ.ย. 2026) | รายการอื่นเป็นราคาโดยประมาณ  

ช่องทางกระจายสินค้า

1. โครงสร้างช่องทางค้าปลีก

  • ไฮเปอร์มาร์เก็ต: Carrefour (บริหารโดย Majid Al Futtaim), Lulu Hypermarket, Union Coop, Nesto — เป็นช่องทางหลักของสินค้านมบรรจุภัณฑ์

  • ซูเปอร์มาร์เก็ต: Spinneys (พรีเมียม), Choithrams, Géant, Al Maya, West Zone, Abu Dhabi Co-op

  • ร้านสะดวกซื้อ/ร้านชุมชน: Zoom, ADNOC Oasis, Grandiose และร้านชำ (Baqala)

  • ออนไลน์/Quick-commerce: Kibsons, InstaShop, Amazon.ae, Noon Minutes, Talabat Mart, Careem — เติบโตสูงและสำคัญต่อสินค้าแช่เย็น/นม

  • บริการอาหาร (HoReCa): โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง (จากภาคท่องเที่ยวขนาดใหญ่) ป้อนสินค้าผ่านผู้จัดจำหน่าย B2B เฉพาะทาง เป็นช่องทางสำคัญสำหรับชีส เนย และครีมนำเข้า

 

 

  1. Supermarket / เชนค้าปลีกชั้นนำ

 

เชนค้าปลีก

ข้อมูลสำคัญ

Carrefour 

(Majid Al Futtaim : MAF)

เปิดสาขาแรกในยูเออี ปี 1995 (City Centre Deira) MAF 

บริหาร Carrefour กว่า 320 สาขาใน 16 ประเทศ 

ถือเป็นผู้นำค้าปลีกสมัยใหม่ของยูเออี

Lulu Hypermarket 

(Lulu Group)

ไฮเปอร์มาร์เก็ตกว่า 200 แห่งใน GCC (~259 สาขา) หนึ่งในผู้ค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง

Union Coop

สหกรณ์ผู้บริโภคเมืองดูไบ 28 ไฮเปอร์มาร์เก็ต + 7 มอลล์ 

รายได้ปี 2024 ราว 2,490.93 ล้านดีร์แฮม (AED)

Nesto Hypermarket

กว่า 140 สาขาใน GCC และอินเดีย โดดเด่นในตลาดรัฐชาร์จาห์และอัจมาน

Spinneys

วางตำแหน่งพรีเมียม ~56 สาขาในยูเออี 

เข้าตลาดหลักทรัพย์ดูไบ (IPO) ปี 2024

Choithrams / Géant / 

Al Maya

ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีเครือข่ายกว้าง โดย Choithrams และ Al Maya ทำหน้าที่เป็น

ทั้งผู้นำเข้าผ่าน Consolidator และผู้จัดจำหน่ายด้วย 

* Consolidator คือ ผู้รวบรวมสินค้าจากผู้ส่งออกหลายรายมารวมเป็นเที่ยวใหญ่

หรือตู้เดียวกันเพื่อส่งออก) 

ที่มา: ข้อมูลบริษัท และแหล่งข้อมูลสาธารณะ

รายชื่อผู้นำเข้าและผู้กระจายสินค้า

รายชื่อต่อไปนี้เป็นผู้ประกอบการอาหารหรือวัตถุดิบอาหารรายใหญ่ที่มีเครือข่ายในยูเออี มิได้หมายความว่าทุกบริษัทจะรับผลิตภัณฑ์นมทุกประเภท ผู้ส่งออกควรส่งรายละเอียดสินค้า อายุสินค้า ราคา และใบรับรองเพื่อสอบถามฝ่ายจัดซื้อโดยตรง

บริษัท

โทรศัพท์

อีเมล

เว็บไซต์

ลักษณะธุรกิจ

Truebell Marketing & Trading LLC

+971 4 870 8300

truebell@truebell.org

truebell.org

นำเข้าและกระจาย

อาหาร ค้าปลีก และ HoReCa

Transmed Overseas Incorporated SA

+971 4 334 9993

tm.uae@transmed.com

transmed.com

ผู้กระจายสินค้า FMCG ครอบคลุมร้านค้าปลีก

Al Seer Group LLC

+971 4 372 5300

info@alseer.com

alseer.com

ผู้กระจายสินค้า FMCG แบบหลายช่องทาง

Chef Middle East LLC

+971 4 815 9888

ติดต่อผ่านแบบฟอร์มบริษัท

chefmiddleeast.com

ผู้นำเข้าและกระจาย

สินค้าสำหรับ HoReCa

Bidfood Middle East

ติดต่อสำนักงาน Dubai ผ่านเว็บไซต์

ติดต่อผ่านแบบฟอร์มบริษัท

bidfoodme.com

ผู้จัดจำหน่ายอาหาร

สำหรับโรงแรม 

ร้านอาหาร และ

ธุรกิจจัดเลี้ยง

Food Specialities Limited (FSL)

971 4 806 9600

fsl@foodspecialities.com

foodspecialities.com

ผู้นำเข้าวัตถุดิบนม 

นมผง ไขมันนม เวย์ 

และส่วนผสมอาหาร

* ควรยืนยันข้อมูลผู้ติดต่อและขอบเขตสินค้าที่บริษัทรับจัดจำหน่ายอีกครั้งก่อนส่งตัวอย่างหรือข้อเสนอทางการค้า เนื่องจากฝ่ายจัดซื้อและพอร์ตสินค้าอาจเปลี่ยนแปลง

ข้อเสนอแนะและอุปสรรคสำหรับสินค้าไทย

โอกาสและข้อเสนอแนะ

  1. เริ่มจากสินค้าที่มีอายุเก็บรักษานาน : ควรให้ความสำคัญกับนมยูเอชที นมถั่วเหลือง          นมมะพร้าว นมปรุงแต่ง และผลิตภัณฑ์แบบ ambient มากกว่านมสด 

  2. สร้างความแตกต่างจากสินค้าราคาประหยัด : สินค้าไทยควรแข่งขันด้วยรสชาติ วัตถุดิบเขตร้อน คุณประโยชน์ด้านสุขภาพ น้ำตาลต่ำ โปรตีนสูง หรือสูตรปราศจากแลคโตส แทนการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว 

  3. พัฒนาเครื่องดื่มจากพืช : ไทยมีความได้เปรียบด้านถั่วเหลือง มะพร้าว ข้าว และวัตถุดิบจากพืช จึงควรพัฒนาสูตรที่มีน้ำตาลต่ำ ให้โปรตีนหรือแคลเซียมสูง และไม่มีวัตถุเจือปนเกินความจำเป็น 

  4. เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม : ขนาด 180–250 มิลลิลิตรเหมาะสำหรับเด็กและการบริโภคระหว่างเดินทาง ขณะที่ขนาด 1 ลิตรและแพ็กหลายหน่วยเหมาะกับครัวเรือน 

  5. จัดทำฉลากและเอกสารก่อนเจรจาการค้า : ควรมีร่างฉลากภาษาอาหรับ Product Specification, Certificate of Analysis, Health Certificate, HACCP/ISO 22000 และหลักฐานฮาลาลของวัตถุดิบที่มีความเสี่ยง 

  6. เริ่มจากช่องทางเฉพาะกลุ่ม : สามารถทดลองตลาดผ่านร้านสินค้าเอเชีย ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม ช่องทางออนไลน์ และ HoReCa ก่อนขยายเข้าสู่ไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ 

  7. แต่งตั้งผู้นำเข้าที่มีห่วงโซ่ความเย็น : สำหรับโยเกิร์ตและนมพร้อมดื่มแช่เย็น ต้องประเมินคลังสินค้า รถขนส่ง ความถี่ในการส่งสินค้า และความสามารถในการกระจายสินค้าคืนจากร้านค้า 

อุปสรรคสำคัญ

  • การแข่งขันรุนแรงจากผู้ผลิตท้องถิ่นและประเทศ GCC 

  • ค่าระวางขนส่งและต้นทุนห่วงโซ่ความเย็นสูง 

  • อายุสินค้าเหลือเมื่อถึงยูเออีอาจไม่เพียงพอต่อเกณฑ์ของผู้นำเข้าและร้านค้าปลีก 

  • ค่า Listing Fee ค่าจัดโปรโมชั่น และส่วนลดทางการค้าของห้างค่อนข้างสูง 

  • กระบวนการอนุมัติฉลากและขึ้นทะเบียนอาจล่าช้าหากข้อมูลภาษาอาหรับไม่ครบถ้วน 

  • ความเสี่ยงจากส่วนผสมที่ต้องตรวจสอบฮาลาล เช่น เจลาติน เอนไซม์ และกลิ่นรส 

  • ผู้บริโภคมีความภักดีต่อแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ GCC สูง 

  • เครื่องดื่มจากพืชอาจไม่ได้จัดอยู่ใน HS 04 และอาจมีอัตราภาษีหรือข้อกำหนดต่างจากนมโค 

  • ผู้ค้าปลีกรายใหญ่มักกำหนดเงื่อนไขเครดิต การคืนสินค้า และงบส่งเสริมการขาย ซึ่งเพิ่มภาระเงินทุนหมุนเวียน 

ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ : 

ตลาดยูเออียังมีโอกาสสำหรับผลิตภัณฑ์นมไทยที่มีอายุเก็บรักษานานและมีจุดขายชัดเจน โดยเฉพาะนม UHT รสชาติใหม่ โยเกิร์ตพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มจากถั่วเหลืองหรือมะพร้าว ผู้ส่งออกควรหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับนมสดท้องถิ่นโดยตรง พร้อมให้ความสำคัญกับการขึ้นทะเบียน ฉลากภาษาอาหรับ มาตรฐานฮาลาลของส่วนประกอบ และการคัดเลือกผู้นำเข้าที่มีเครือข่ายกระจายสินค้าครอบคลุมก่อนเริ่มส่งออกเชิงพาณิชย์  

 

---------------------------------------------------------------

 

สรุป/เรียบเรียง และจัดทำโดย

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์

กันยายน 2569

 

 

 

2026 sept รายงานตลาดสินค้านมในยูเออี (ก.ย. 69)(ผอ.).pdf
Share :
Instagram