fb
เวียดนามปรับปรุงกฎระเบียบ เปิดทางนำเข้าอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์มือสอง

เวียดนามปรับปรุงกฎระเบียบ เปิดทางนำเข้าอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์มือสอง

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 06 กุมภาพันธ์ 2569 10:45
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
14

เวียดนามปรับปรุงกฎระเบียบ เปิดทางนำเข้าอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์มือสอง

image.png

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Ministry of Science and Technology: MOST) ของเวียดนามได้ออกหนังสือเวียน     เพื่อขยายเงื่อนไขการอนุญาตให้นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยกำหนดให้อุปกรณ์มือสองที่สามารถนำเข้าได้มีอายุการใช้งานไม่เกิน 20 ปี

โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ออกหนังสือเวียนเลขที่ 30/2025 กำหนดแนวทางเกี่ยวกับการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์มือสองสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and DevelopmentR&D) ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีดิจิทัล

ภายใต้หนังสือเวียนดังกล่าว ภาคธุรกิจได้รับอนุญาตให้นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์มือสองสำหรับการผลิต             เซมิคอนดักเตอร์ โดยเป็นอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 20 ปี ซึ่งถือเป็นการเพิ่มอายุขึ้นเป็นสองเท่าจากข้อกำหนดเดิม ในขณะเดียวกัน สถาบันฝึกอบรมและสถาบันวิจัยจะได้รับการยกเว้นจากข้อจำกัดด้านอายุของอุปกรณ์

นาย Nguyen Anh Tuan ผู้แทนจากกรมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศระบุว่า การปรับเพิ่มอายุของอุปกรณ์   มือสองดังกล่าว เป็นผลมาจากการสำรวจสภาพการใช้งานจริงและการหารือร่วมกับบริษัทด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงสถาบันภายในประเทศ โดยเห็นว่า กรอบระยะเวลา 20 ปีถือว่าเหมาะสมกับความต้องการและขีดความสามารถ   ทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จะนำเข้าสู่เวียดนามต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด      โดยต้องไม่เป็นเทคโนโลยีล้าสมัย ไม่มีคุณภาพต่ำ หรือก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อเทคโนโลยีที่ถูกห้ามหรือจำกัดการนำเข้า และต้องสอดคล้องกับมาตรฐานทางเทคนิคและข้อบังคับของเวียดนาม 

โดยเฉพาะในด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับสายการผลิต นอกเหนือจากเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว ยังมีการกำหนดข้อกำหนดเพิ่มเติมด้านกำลังการผลิต โดยสายการผลิตมือสองต้องมีประสิทธิภาพ     ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตตามการออกแบบเดิม ในขณะเดียวกัน การใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน           และพลังงานต้องไม่เกินร้อยละ 115 ของระดับที่กำหนดไว้ในการออกแบบเดิม ทั้งนี้ กรมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศระบุว่า เงื่อนไขดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการนำเข้าสายการผลิตที่มีอายุการใช้งานสูงเกินไป มีประสิทธิภาพต่ำ     หรือใช้พลังงานมากเกินความจำเป็น

ระเบียบการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์มือสองยังแยกความแตกต่างระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์และอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการฝึกอบรมและการวิจัย โดยอุปกรณ์ที่นำเข้าเพื่อการฝึกอบรมและการวิจัยจะไม่ถูกจำกัดอายุ      การใช้งาน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ด้านประสิทธิภาพ ระดับการใช้พลังงาน และการใช้วัสดุตามที่กฎหมายกำหนด หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยลงทุนและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการเรียนการสอนและการวิจัย ท่ามกลางข้อจำกัดด้านต้นทุนของอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ โดยนโยบายใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งภาคธุรกิจและมหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับขีดความสามารถในการลงทุนของตนได้ ในขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐานทางเทคนิคที่ จำเป็นไว้ 

ในด้านกระบวนการบริหารจัดการ การนำเข้าสายการผลิตและอุปกรณ์มือสองได้มีการปรับเปลี่ยนจากระบบการตรวจสอบก่อนนำเข้า มาเป็นการตรวจสอบหลังการนำเข้า โดยธุรกิจและองค์กรผู้นำเข้าเพียงจัดเตรียมเอกสารและหนังสือรับรองเพื่อยืนยันการปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับการดำเนินพิธีการศุลกากร ทั้งนี้ แม้จะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการนำเข้า แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเน้นย้ำถึงการบังคับใช้บทลงโทษอย่างเคร่งครัดต่อผู้ฝ่าฝืน โดยธุรกิจที่นำเข้าอุปกรณ์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น แจ้งว่านำเข้าเพื่อการวิจัยแต่กลับนำไปใช้ในการผลิตเชิงพาณิชย์ หรือให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง      อาจถูกบังคับให้ส่งออกอุปกรณ์ทั้งหมดกลับคืน และต้องเผชิญกับบทลงโทษเพิ่มเติมตามกฎหมาย

นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางพัฒนาการเชิงบวกของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในเวียดนาม โดยในช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา กลุ่ม Viettel ได้เริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งแรกในพื้นที่ 27 เฮกตาร์ (168.75 ไร่)     ในอุทยานเทคโนโลยีชั้นสูง Hoa Lac ณ กรุงฮานอย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตในระดับทดลองได้ในปี 2571 และเมื่อ        สิ้นเดือนมกราคม 2569  บริษัท FPT ได้เปิดโรงงานบรรจุและทดสอบชิปในจังหวัดบั๊กนิญ (Bac Ninh) และคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569 

เวียดนามกำลังสร้างความสมบูรณ์ให้กับห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยปัจจุบันมีทั้งบริษัทออกแบบ โรงงานผลิตชิป รวมถึงโรงงานบรรจุภัณฑ์และทดสอบที่เป็นของผู้ประกอบการเวียดนามเอง เซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญเป็นพิเศษต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคของประเทศ องค์ประกอบเหล่านี้คือฐานสำคัญในการสร้างความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ของเวียดนามในอนาคต

(จาก https://vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

ปัจจุบัน เวียดนามมีบริษัทออกแบบวงจรรวม (IC) มากกว่า 60 แห่ง พร้อมวิศวกรออกแบบราว 7,000 คน สะท้อนให้เห็นว่าเวียดนามกำลังอยู่ในช่วงวางรากฐานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การปรับกฎระเบียบให้นำเข้าอุปกรณ์  เซมิคอนดักเตอร์มือสองจึงไม่ใช่เพียงมาตรการเชิงเทคนิค แต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก โดยนโยบายดังกล่าวช่วยลดอุปสรรคสำคัญของอุตสาหกรรมไฮเทค คือต้นทุนการลงทุนเริ่มต้น แทนที่ผู้ประกอบการจะต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อซื้ออุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด การเข้าถึงเครื่องจักรและสายการผลิตมือสองที่ยังได้มาตรฐาน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกลงทุนได้สอดคล้องกับศักยภาพทางการเงินและระยะการพัฒนาของตน นอกจากนี้ ยังช่วยลดระยะเวลาเตรียมโครงการ เปิดโอกาสให้เวียดนามเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่คุณค่าเซมิคอนดักเตอร์ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในขั้นตอนบรรจุภัณฑ์ การทดสอบ และการวิจัย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเวียดนามสามารถต่อยอดได้ทันที สำหรับธุรกิจไทย นโยบายดังกล่าวเปิดโอกาสใหม่ทั้งใน     ด้านการส่งออกเครื่องจักรและสายการผลิตเซมิคอนดักเตอร์มือสองที่ยังมีมูลค่าหลังการอัปเกรดเทคโนโลยี รวมถึงการขยายการลงทุน การตั้งโรงงาน หรือการร่วมทุนในเวียดนามในภาคอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้สภาพแวดล้อมการลงทุนที่เอื้ออำนวยมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจกลายเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศในห่วงโซ่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

เวียดนามปรับปรุงกฎระเบียบ เปิดทางนำเข้าอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์มือสอง.pdf
Share :
Instagram