fb
ญี่ปุ่นชูนโยบายผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถ การแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม

ญี่ปุ่นชูนโยบายผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถ การแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม

โดย
Wattanachai
ลงเมื่อ 30 ตุลาคม 2569 12:05
สคต. ณ กรุงโตเกียว (ญี่ปุ่น) (TTC, Tokyo (Japan))
1

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Ministry of Economy, Trade and Industry : METI) และกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น (Ministry of the Environment : MOE) กำลังเร่งดำเนินมาตรการเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน 2.jpg


ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงาน TOKYO PACK 2026 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ผู้แทนจากทั้งสองกระทรวงได้ชี้แจงแนวทางการดำเนินนโยบายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การหมุนเวียนทรัพยากร และความก้าวหน้าของกรอบกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรีไซเคิลขั้นสูง
ผู้แทนจาก METI เน้นย้ำว่า การหมุนเวียนทรัพยากรจำเป็นต้องขยายขอบเขตให้มากกว่าหลักการ 3Rs ได้แก่ การลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยต้องเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมการเติบโตของภาคธุรกิจ และกระตุ้นการลงทุนใหม่
มาตรการสำคัญประกอบด้วย การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และภาครัฐ การให้เงินอุดหนุนสำหรับการลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี ตลอดจนการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Eco-design) และการใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิต
ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านการหมุนเวียนทรัพยากรของ MOE ได้ชี้แจงสาระสำคัญของกฎหมายส่งเสริมธุรกิจรีไซเคิลทรัพยากรขั้นสูง (Act on Promotion of Advanced Resource Recycling Business) ซึ่งกำหนดกรอบการดำเนินงานเพื่อพัฒนาระบบคัดแยก การรวบรวม และการรีไซเคิลวัสดุให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นโยบายของทั้งสองกระทรวงมีเป้าหมายร่วมกันในการเสริมสร้างศักยภาพด้านการรีไซเคิลในฝั่งการผลิตและการจัดหาวัสดุ ควบคู่กับการขยายความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์และวัสดุรีไซเคิลในตลาด ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไป คือ การใช้ประโยชน์จากการหมุนเวียนทรัพยากรให้เป็นมากกว่ามาตรการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เป็นเครื่องมือสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากร และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมโดยรวม

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ/ผู้ประกอบการไทย 
          การให้ความสำคัญกับการหมุนเวียนทรัพยากรของญี่ปุ่นส่งผลให้ตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลวิจัยตลาดจาก IMARC Group ระบุว่า ตลาดบรรจุภัณฑ์สีเขียวของญี่ปุ่นมีมูลค่า 15,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 24,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2577 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ร้อยละ 5.20
          แนวโน้มดังกล่าวเป็นโอกาสเชิงพาณิชย์สำหรับอุตสาหกรรมไทยที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG) โดยเฉพาะผู้ผลิตที่สามารถนำวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรกรรม เช่น ชานอ้อย แป้งมันสำปะหลัง และแกลบ มาเพิ่มมูลค่าเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
         นอกจากนี้ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุชนิดเดียว (Mono-material) ซึ่งเอื้อต่อการคัดแยกและการรีไซเคิล ยังเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น การเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานและการรับรองที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าญี่ปุ่น


ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการไทย 
ผู้ผลิตและส่งออกบรรจุภัณฑ์ของไทยที่ประสงค์จะขยายตลาดไปยังญี่ปุ่น ควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการจัดให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ได้รับการรับรองตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านอาหาร การออกแบบบรรจุภัณฑ์ชนิดวัสดุเดียวที่สามารถรีไซเคิลได้ และการแสดงสัดส่วนวัสดุชีวมวลอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้
นอกจากนี้ จากผลตอบรับที่ดีของผู้ซื้อและโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากงาน TOKYO PACK 2026 ผู้ประกอบการไทยควรติดตามและสานต่อการเจรจาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมพิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่สำคัญในญี่ปุ่น เช่น TOKYO PACK, JAPAN PACK และ Highly-functional Material Week เพื่อประชาสัมพันธ์ทั้งผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมสำเร็จรูปและวัตถุดิบยั่งยืนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงแก่คู่ค้าญี่ปุ่น
การพัฒนานวัตกรรม การยกระดับมาตรฐาน การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากโอกาสในตลาดบรรจุภัณฑ์
สีเขียวของญี่ปุ่น และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมไทยตามแนวทาง BCG ในระยะยาว


สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
แปลและเรียบเรียงจาก
หนังสือพิมพ์ The Japan Food Journal วันที่ 21 ตุลาคม 2569

TH-ฉบับที่ 2.1 วันที่ 16 - 31 ตุลาคม 2569.pdf
Share :
Instagram