
สัญญานการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของบังกลาเทศ:
Star Business Report,26 August 2026, https://www.thedailystar.net/business/economy/news/economy-shows-signs-gradual-stabilisation-4256901

รายงาน “Bangladesh’s Economy Shows Signs of Gradual Stabilisation” ซึ่งอ้างอิงบทวิเคราะห์ของ Metropolitan Chamber of Commerce and Industry (MCCI) ได้ดังนี้
เศรษฐกิจบังกลาเทศในช่วงปลายปีงบประมาณ 2568/69 (FY26) เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวและมีเสถียรภาพมากขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังค่อนข้างซบเซา โดย GDP ปี FY26 เบื้องต้นขยายตัว 4.14% ดีขึ้นจาก 3.49% ใน FY25 อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงและเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากกระทบกำลังซื้อและค่าครองชีพของประชาชน
ปัจจัยบวกสำคัญมาจากภาคต่างประเทศ โดยรายได้จากแรงงานบังกลาเทศในต่างประเทศ (Remittances) ปี FY26 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 35.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17% และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศปรับตัวดีขึ้น ช่วยเสริมเสถียรภาพของดุลการชำระเงินและตลาดเงินตราต่างประเทศ
ในด้าน การส่งออก แม้เดือนมิถุนายน 2569 จะฟื้นตัวถึง 25% YoY เป็น 4.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ตลอด FY26 การส่งออกมีมูลค่า 48.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเพียง 0.17% และต่ำกว่าเป้าหมายรัฐบาลที่ 55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐประมาณ 12% สาเหตุสำคัญมาจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ ต้นทุนพลังงานสูง และแรงกดดันจากเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน ภาคการผลิตและการลงทุนยังเป็นจุดอ่อน โดยภาคอุตสาหกรรมในไตรมาส ม.ค.–มี.ค. FY26 หดตัว 0.28% และภาคการผลิต (manufacturing) หดตัว 0.34% เนื่องจากสภาพคล่องตึงตัว ต้นทุนการกู้ยืมสูง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ด้าน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ลดลงถึง 15% เหลือ 1.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน แม้บังกลาเทศจะได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงาน แต่ยังมีอุปสรรคเชิงโครงสร้างหลายประการ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ การขาดแคลนพลังงาน ระบบส่งพลังงานที่อ่อนแอ ความไม่แน่นอนของนโยบายและกฎระเบียบ การขาดแคลนพื้นที่อุตสาหกรรม ปัญหาคอร์รัปชัน และการบังคับใช้กฎระเบียบที่ไม่โปร่งใสหรือไม่สม่ำเสมอ
MCCI คาดว่าในช่วง ก.ค.–ก.ย. FY27 การส่งออก นำเข้า และ Remittances มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ทุนสำรองระหว่างประเทศอาจลดลงจากการชำระค่านำเข้าผ่าน Asian Clearing Union (ACU) ส่วนเงินเฟ้อคาดว่าอยู่ที่ 8.65% ในเดือนสิงหาคม และลดลงเป็น 8.45% ในเดือนกันยายน
สรุปในมุมมองเชิงนโยบาย: เศรษฐกิจบังกลาเทศกำลังเปลี่ยนจากช่วง “macroeconomic adjustment” ไปสู่ “gradual recovery” แต่การฟื้นตัวยังไม่แข็งแรงและไม่ทั่วถึง โดยโจทย์สำคัญคือ ลดเงินเฟ้อ ฟื้นการลงทุนภาคเอกชน แก้ปัญหาภาคธนาคาร กระตุ้นการส่งออก และรักษาเสถียรภาพภาคต่างประเทศ ซึ่ง MCCI เห็นว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
สำหรับไทย ผมมองว่าประเด็นที่ควรจับตาเป็นพิเศษคือ แม้เศรษฐกิจบังกลาเทศเริ่มฟื้น แต่เงินเฟ้อกว่า 8% ดอกเบี้ยสูง และการลงทุนเอกชนอ่อนแอ ยังจำกัดกำลังซื้อและความต้องการนำเข้า ดังนั้น การส่งออกสินค้าไทยในระยะสั้นอาจยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่การเพิ่มขึ้นของ remittances และเสถียรภาพเงินตราต่างประเทศถือเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการนำเข้าสินค้าจากไทยในระยะถัดไป.
----------------------------------------------------------------------- สคต. ณ กรุงธากา