
พฤติกรรมการบริโภคอาหารของชาวดัตช์เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โดยอาหารซื้อกลับบ้านและบริการอาหาร Delivery ได้พัฒนาจากทางเลือกเพื่อความสะดวกในบางโอกาส มาเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายประจำของครัวเรือน ผู้บริโภคสามารถสั่งอาหารได้ง่ายผ่านแพลตฟอร์มหลัก เช่น Thuisbezorgd.nl และ Uber Eats รวมถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของร้านอาหารโดยตรง โดย Thuisbezorgd.nl มีร้านอาหารบนแพลตฟอร์มมากกว่า 15,000 แห่ง ขณะที่ร้านอาหารจำนวนมากให้บริการหลายช่องทางควบคู่กัน ทั้งการรับประทานภายในร้าน การซื้อกลับบ้าน และการจัดส่งถึงที่พัก
ความนิยมของอาหารซื้อกลับบ้านและบริการอาหาร Delivery สะท้อนว่า ผู้บริโภคเนเธอร์แลนด์ให้ความสำคัญกับความสะดวกมากขึ้น การสั่งอาหารผ่านเว็บไซต์และแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยให้เข้าถึงร้านอาหารได้ง่าย มีทางเลือกหลากหลาย และประหยัดเวลา ขณะที่ร้านอาหารสามารถให้บริการหลายช่องทาง ทั้งการรับประทานภายในร้าน การซื้อกลับบ้าน และการจัดส่งถึงที่พัก เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน
การทำงานจากบ้านอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ (DNB) ให้ข้อสังเกตว่า เนื่องจากการเดินทางไปสำนักงานน้อยลง ส่งผลให้มีการรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านบ่อยขึ้น และอาจใช้บริการอาหารซื้อกลับบ้านหรือบริการอาหาร Delivery มากขึ้น
ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ (DNB) ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงไม่เพียงสะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของความสะดวกและช่องทางออนไลน์เท่านั้น แต่ยังมีผลต่อโครงสร้างรายจ่ายของครัวเรือนและตัวเลขเงินเฟ้อของเนเธอร์แลนด์อย่างชัดเจนด้วย โดยอาหารซื้อกลับบ้านและบริการอาหาร Delivery มีสัดส่วนในรายจ่ายของครัวเรือนเนเธอร์แลนด์เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า จากประมาณร้อยละ 1.6 ของรายจ่ายเพื่อการบริโภคทั้งหมดในปี 2558 เป็นมากกว่าร้อยละ 3 ในปัจจุบัน ดังนั้น เมื่อผู้บริโภคมีการใช้จ่ายให้กับอาหารกลุ่มนี้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงราคาจึงส่งผลต่อค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อของประเทศมากกว่าในอดีต
อาหารซื้อกลับบ้านและบริการอาหาร Delivery มีผลต่อเงินเฟ้อมากขึ้นจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ผู้บริโภคใช้จ่ายกับอาหารกลุ่มนี้ในสัดส่วนที่สูงขึ้น และราคาอาหารปรับเพิ่มขึ้น โดยก่อนปี 2563 อาหารซื้อกลับบ้านและบริการอาหาร Delivery มีส่วนต่ออัตราเงินเฟ้อรวมโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ แต่ในปี 2566 ผลต่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็น 0.35 จุดเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากราคาอาหารซื้อกลับบ้านและบริการอาหาร Delivery ปรับขึ้นอย่างมาก ประกอบกับอาหารกลุ่มนี้มีสัดส่วนในรายจ่ายของครัวเรือนสูงกว่าในอดีต
ข้อมูลพฤติกรรมการชำระเงินของ ABN AMRO ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของช่องทางการบริโภคอย่างชัดเจน ในไตรมาสแรกของปี 2569 จำนวนธุรกรรมภายในร้านอาหารลดลงร้อยละ 3.5 ในทางกลับกัน จำนวนคำสั่งซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกันที่ร้อยละ 3.5 สะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มหันกลับมาเลือกความสะดวกจากการสั่งอาหารออนไลน์มากขึ้น
ขณะเดียวกัน CBS รายงานว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 มูลค่ารายได้ของธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยร้านอาหารจานด่วนมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 ธุรกิจโรงอาหารและจัดเลี้ยงเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 ร้านอาหารทั่วไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 และคาเฟ่เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3
บทวิเคราะห์และความเห็น สคต.
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของอาหารซื้อกลับบ้านและบริการอาหาร Delivery สะท้อนว่า ความสะดวกได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในโครงสร้างตลาดอาหารเนเธอร์แลนด์ ผู้บริโภคสามารถเลือกรูปแบบการรับประทานอาหารให้เหมาะกับเวลา งบประมาณ และโอกาส ตั้งแต่การประกอบอาหารเอง การซื้ออาหารพร้อมรับประทาน การซื้อกลับบ้าน การสั่งให้จัดส่ง ไปจนถึงการรับประทานภายในร้าน ส่งผลให้ร้านอาหารและผู้ค้าปลีกต้องปรับรูปแบบสินค้าและช่องทางบริการให้รองรับพฤติกรรมการบริโภคที่หลากหลายมากขึ้น
สำหรับผู้ส่งออกสินค้าอาหารไทย แนวโน้มดังกล่าวสร้างโอกาสให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ร้านอาหารเตรียมอาหารได้รวดเร็ว สามารถนำไปใช้ได้หลายเมนู ลดเวลาและขั้นตอนการเตรียม ตลอดจนควบคุมรสชาติ คุณภาพ และต้นทุนต่อจานได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น ซอสและเครื่องปรุงรส เครื่องแกง กะทิ เส้น ข้าว อาหารพร้อมปรุง และอาหารแช่แข็ง สินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ความคุ้มค่า คุณภาพที่สม่ำเสมอ และความยืดหยุ่นในการใช้งาน จะมีโอกาสได้รับการพิจารณาจากผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการร้านอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่ธุรกิจต้องควบคุมต้นทุน ขณะที่ยังต้องรักษาคุณภาพและตอบสนองความต้องการด้านความสะดวกของผู้บริโภค
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก
สิงหาคม 2569