fb
ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กของสหรัฐอเมริกา
โดย
Suwaparb
ลงเมื่อ 20 สิงหาคม 2568 11:00
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
44

ภาพรวมตลาด

      ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กของสหรัฐฯ ในปี 2024 มีมูลค่าประมาณ 5.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าระหว่างปี 2025–2030 จะเติบโตในอัตราเฉลี่ย (CAGR) ที่ 4.3% ต่อปี เนื่องจากผู้บริโภคต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กที่ช่วยให้การเตรียมอาหารสะดวกและรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถใช้งานได้หลายฟังก์ชันและมีระบบอัตโนมัติได้รับความนิยมสูง นอกจากนี้ จำนวนครัวเรือนที่อยู่อาศัยคนเดียวและอยู่อาศัยในพื้นที่ขนาดเล็กมีเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับครัวที่มีพื้นที่จำกัดมีความต้องการเพิ่มขึ้น

image.png

ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต

     ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กของสหรัฐฯ เติบโตอย่างมากเนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ชาวอเมริกันใช้ชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้น ความต้องการเครื่องครัวที่สะดวกและประหยัดเวลาจึงเพิ่มสูงขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องชงกาแฟ และหม้อหุงข้าวอเนกประสงค์ กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมอาหารอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผู้บริโภคทำอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องใช้เวลาในครัวมากนัก ความสะดวกสบายนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ผลักดันการขยายตัวของตลาด

     อีกปัจจัยสำคัญคือเทรนด์การทำอาหารทานเองที่บ้านและเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรง หลายครัวเรือนในสหรัฐฯ เลือกทำอาหารเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทานอาหารนอกบ้านและสามารถควบคุมโภชนาการได้ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น เครื่องปั่นอเนกประลงค์ เครื่องคั้นน้ำผลไม้ สามารถอำนวยความสะดวกในการทำเมนูที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งความนิยมอาหารจากพืช (plant-based) และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่น สมูทตี้และน้ำผลไม้คั้นสด ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้เพิ่มขึ้น

     เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาด เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ควบคุมผ่านแอป หรือสั่งงานด้วยเสียงได้ ช่วยดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจในเทคโนโลยี เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น เครื่องชงกาแฟอัจฉริยะ และหม้ออัดแรงดันที่ตั้งโปรแกรมทำอาหารได้ ช่วยให้ผู้บริโภคตั้งเวลาทำอาหารหรือเครื่องดื่มได้อย่างแม่นยำ เครื่องใช้ไฟฟ้าอเนกประสงค์อื่นๆ ที่มีขนาดกะทัดรัดและใช้งานได้หลากหลาย เช่น เตาอบที่มีฟังก์ชันหม้อทอดไร้น้ำมันในตัว ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านพักอาศัยในเมืองที่มีห้องครัวขนาดเล็ก

      เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กอีกประเภทที่ได้รับความนิยมคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบไร้สายซึ่งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แทนการเสียบปลั๊กตลอดเวลา เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก คล่องตัว และความปลอดภัยในการทำอาหาร ผู้ผลิตจึงออกสินค้าตามกระแสดังกล่าว เช่น ในเดือนมกราคม 2024 แบรนด์ Beautiful ของนักแสดงชื่อดัง Drew Barrymore เปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาประหยัดที่เน้นดีไซน์สวยงามและมีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายและราคาไม่แพง ได้แก่ เครื่องชงกาแฟแบบเสิร์ฟครั้งเดียวพร้อมเครื่องบดเมล็ดกาแฟในตัว (ราคา 99 ดอลลาร์สหรัฐ), เครื่องปั่นน้ําผลไม้ขนาดพกพา (ราคา 30 ดอลลาร์สหรัฐ), และหม้อทอดไร้น้ำมันขนาดเล็ก (ราคา 30 ดอลลาร์สหรัฐ) รวมทั้งยังมีสินค้าอื่นๆ เช่น กาต้มน้ำไฟฟ้า เครื่องผสมแป้ง ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและสวยงาม

image.png

     การเติบโตของอีคอมเมิร์ซและการช้อปปิ้งแบบ Subscription ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กได้ง่ายขึ้น แพลตฟอร์มออนไลน์ขายเครื่องใช้ในราคาที่ไม่แพง มีรีวิวจากผู้ใช้จริง และมีบริการจัดส่งที่รวดเร็ว ทำให้ชาวอเมริกันสามารถสั่งซื้อได้สะดวกจากที่บ้าน นอกจากนี้ กระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมก็มีผลต่อการเลือกซื้อ โดยผู้บริโภคมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานและยั่งยืนเพื่อลดการใช้ไฟและลดขยะ

      จากผลสำรวจของ Adtaxi E-commerce Consumer Survey ในปี 2024 โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างเป็นชาวอเมริกัน 1,096 คน ครอบคลุมทุกภูมิภาคต่างๆ รายได้ เพศ และกลุ่มอายุ ผลสำรวจพบว่า 78% ของชาวอเมริกันรู้สึกมั่นใจที่จะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 73% ในปี 2023 และผลสำรวจพบว่า 93% ของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ช้อปออนไลน์เป็นประจำ ช่องทางออนไลน์จึงกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับเครื่องครัว รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กเช่นกัน เช่น ในเดือนพฤศจิกายน 2024 บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า PowerXL เปิดตัวStirmax Multi-Cooker ที่มีระบบคนและฉีกอาหารอัตโนมัติ โดยวางจำหน่ายทั้งที่ Walmart และ Walmart.com เพื่อยกระดับความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้า 

ข้อมูลเชิงลึกด้านผู้บริโภค

     ผู้บริโภคทั่วโลกต้องการความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพ และความหลากหลายในการทำอาหาร วิถีชีวิตที่เร่งรีบทำให้ความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่ช่วยประหยัดเวลามีเพิ่มมากขึ้น เช่น การมีเครื่องชงกาแฟที่บ้านช่วยลดความจำเป็นในการไปร้านกาแฟและรอคิวซื้อ

     นอกจากนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดและอเนกประสงค์ เช่น หม้อทอดไร้น้ำมัน หม้อตุ๋นไฟฟ้า และหม้ออัดแรงดันไฟฟ้า กลายเป็นอุปกรณ์จำเป็นในครัวเรือน อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้การเตรียมอาหารรวดเร็วและง่ายดาย สอดคล้องกับตารางงานที่ยุ่งของผู้บริโภค ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพก็ต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยทำอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น เครื่องปั่น เครื่องคั้นน้ำผลไม้ และเครื่องทำโยเกิร์ต ซึ่งเอื้อต่อการใส่ผักหรือผลไม้ที่สดใหม่และมีคุณค่าทางโภชนาการ

image.png

     ผู้บริโภคชาวอเมริกันนิยมทำอาหารที่บ้านเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กมีแนวโน้มเติบโตต่อไป จากผลสำรวจพบว่า 44% ของชาวอเมริกันเตรียมอาหารล่วงหน้าที่บ้านเป็นประจำ เหตุผลหลักคือ เพื่อประหยัดเวลา (26.9%) เพื่อรักษาสุขภาพ (22.2%) และลดค่าใช้จ่าย (19.1%) โดยไมโครเวฟเป็นอุปกรณ์ทำอาหารที่ใช้มากที่สุด และอาหารเม็กซิกันเป็นเมนูทำที่บ้านอันดับต้นๆ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการซื้อกับข้าวของแต่ละครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 148 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์ ลดลงจากช่วงโควิดที่ 161 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์ และชาวอเมริกันใช้เวลาทำอาหารเฉลี่ยปีละ 400 ชั่วโมง หรือวันละ 67 นาที โดยผู้หญิงใช้เวลามากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้พฤติกรรมการทำอาหารก็แตกต่างกันตามแต่ละช่วงวัย โดย 70% ของ กลุ่ม Baby Boomers ทำอาหารเย็นเองจากวัตถุดิบสด ตามมาด้วยกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล 

ข้อมูลเชิงลึกด้านสินค้า

เครื่องชงกาแฟ ครองสัดส่วนรายได้ 21.07% ในปี 2024 เนื่องจากกาแฟยังเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในสหรัฐฯ การบริโภคกาแฟที่เพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการเครื่องชงกาแฟเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากผู้บริโภคต้องการชงกาแฟเองที่บ้าน เครื่องชงกาแฟรุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงในตัว เช่น การตั้งโปรแกรม หน้าจอสัมผัส และการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน นวัตกรรมเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคสามารถชงกาแฟตามสไตล์ที่ต้องการได้ง่ายขึ้นที่บ้าน ในเดือนเมษายน 2024 แบรนด์ Fellow เปิดตัวเครื่องชงกาแฟดริปอัตโนมัติรุ่นแรก ในราคา 365 ดอลลาร์สหรัฐ มาพร้อมเทคโนโลยีระบบควบคุมอุณหภูมิขั้นสูง สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi และตั้งค่าการชงได้ทั้งแบบเสิร์ฟแก้วเดียวและแบบหลายแก้ว

อีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กที่ได้รับความนิยม คือ หม้อทอดไร้น้ำมัน ซึ่งคาดว่าจะเติบโตในอัตราเฉลี่ยที่ 7.2% ต่อปี ระหว่างปี 2025–2030 เนื่องจากผู้บริโภคกำลังมองหาวิธีการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพและใช้น้ำมันน้อยลง ซึ่งยังสามารถทำให้อาหารยังกรอบอร่อยแต่มีไขมันต่ำลงอย่างมาก โดยนอกจากการทอดแล้ว หม้อทอดไร้น้ำมันยังสามารถอบและย่างได้ ทำให้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่ใช้งานได้หลากหลาย ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถทดลองสูตรอาหารได้หลากหลาย

ช่องทางการจัดจำหน่าย

     ยอดขายผ่านร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าครองสัดส่วนรายได้ 45.46% ในปี 2024 เพราะมีสินค้าหลากหลายให้เลือก เช่น เครื่องชงกาแฟ เครื่องปั่น หม้อทอดไร้น้ำมัน และเตาอบขนมปัง ช่วยให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบ

แบรนด์ คุณสมบัติ และราคาได้อย่างสะดวกในที่เดียว และมักมีสินค้าระดับพรีเมียม มีการสาธิตสินค้า และการสอนการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มากับเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ก่อนซื้ออีกด้วย

image.png

     ยอดขายออนไลน์คาดว่าจะเติบโตในอัตราเฉลี่ยที่ 5.1% ต่อปี ระหว่างปี 2025–2030 เพราะผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์หลักของแต่ละแบรนด์และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากขึ้นเนื่องจากความสะดวกสบาย โปรโมชั่นพิเศษ และนโยบายการคืนสินค้าที่ยืดหยุ่น

บริษัทชั้นนำในตลาดสหรัฐฯ

  • Ninja (SharkNinja, LLC)

  • Hamilton Beach

  • GE Appliances (Haier)

  • Panasonic

  • Cuisinart

  • SMEG USA, Inc

  • Tefal S.A.S. (T-fal)

การพัฒนาและนวัตกรรมล่าสุด

  • มี.ค. 2024: KitchenAid เปิดตัวหม้อหุงข้าวและธัญพืชอัตโนมัติ พร้อม 21 โปรแกรมทำอาหาร

  • มี.ค. 2024: Midea เปิดตัวหม้อทอดไร้น้ำมัน Double Decker, เครื่องชงกาแฟ Barista Brew Smart และหม้อมัลติฟังก์ชัน Easy Sauté

  • พ.ค. 2024: Bosch เปิดตัวเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ 800 Series Fully Automatic พร้อมฟีเจอร์ Aroma Max System และการเชื่อมต่อ Home Connect

ข้อเสนอแนะจากสคต.นิวยอร์ก

     การเข้ามาเจาะตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวของสหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญกับการออกแบบสินค้าที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบและพื้นที่ครัวขนาดเล็กของผู้บริโภค เน้นฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย ประหยัดเวลา และง่ายต่อการบำรุงรักษา การผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น การเชื่อมต่อ Wi-Fi และการควบคุมผ่านแอป จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงเทรนด์สุขภาพและความยั่งยืน โดยใช้วัสดุปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคสหรัฐฯ คุ้นเคยกับการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าทางออนไลน์อยู่แล้ว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับรีวิวและภาพลักษณ์แบรนด์ที่น่าเชื่อถือ การสร้างดีไซน์ที่โดดเด่นและสอดคล้องกับรสนิยมผู้บริโภคจะช่วยให้สินค้ามีโอกาสโดดเด่นและประสบความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูงนี้ได้

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก

ข้อมูลอ้างอิง Grand View Research

Share :
Instagram