fb
เจาะลึกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงจีนสู่เทรนด์และโอกาสการเติบโต
โดย
Saibhorn
ลงเมื่อ 29 กันยายน 2568 08:38
สคต. ณ เมืองเซี่ยเหมิน (จีน) (TTC, Xiamen (China))
131

ในปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงได้กลายเป็นสมาชิกอันเป็นที่รักของครอบครัวจำนวนมาก ตามข้อมูลระบุว่า ในปี 2567 ตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยงในจีนมีมูลค่า 3 แสนล้านหยวน (1.34 ล้านล้านบาท) โดยเฉพาะ “อาหารสัตว์เลี้ยง” ซึ่งถือเป็นหมวดสินค้าหลัก ยังคงครองสัดส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2568 ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของจีนอาจมีมูลค่าเกิน 1.5 แสนล้านหยวน (6.74 แสนล้านบาท) และในช่วง 5 ปีข้างหน้าอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) มีแนวโน้มทรงตัวที่ 18%

 

eb7a8e15-73e0-49c0-a89b-ba6bbf7bad8e.png

 

จากข้อมูลตัวเลขข้างต้น พบว่ามูลค่าการส่งออกของจีนเติบโตต่อเนื่องจาก 12.44 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ ( 44.8 พันล้านบาท) ในปี 2022 และ 12.26 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ (44 พันล้านบาท)  ในปี 2023 เพิ่มขึ้นเป็น 14.79 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ (53.2 พันล้านบาท) ในปี 2024 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20.69% ตลาดหลัก 5 อันดับแรกได้แก่ สหรัฐฯ เยอรมนี อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยสหรัฐฯ ยังคงครองสัดส่วนสูงสุด แม้จะลดลงจาก 21.47% ในปี 2022 เหลือ 17.58% ในปี 2024 แต่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 21.63% ขณะที่เยอรมนีมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 18.93% อังกฤษโดดเด่นด้วยอัตราการเติบโตสูงสุด 23.66% แม้ในปี2024 สัดส่วนจะอยู่เพียง 8.37% โดยรวมสะท้อนให้เห็นอย่างมีนัยสำคัญว่า จีนยังคงขยายตลาดอาหารสัตว์สำหรับสุนัขและแมวในเวทีโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีสหรัฐฯ เยอรมนี และอังกฤษเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพเติบโตสูง

ในด้านจำนวนสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันสุนัขและแมวในจีนมีมากกว่า 120 ล้านตัว จำนวนของผู้เลี้ยงสัตว์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องนี้เป็นปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งต่อการเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง โดยผู้เลี้ยงเหล่านี้ใช้จ่ายค่าอาหารต่อสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัวเฉลี่ยเกิน 2,000 หยวนต่อปี (9,000 บาทและมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นในอนาคต กระแสการยกระดับการบริโภค (consumption upgrade) เห็นได้ชัดเจน เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่เพียงต้องการให้อิ่มท้อง แต่ยังใส่ใจในเรื่องโภชนาการและคุณภาพอาหารที่ดี ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการขยายตัวของตลาด

กลุ่มผู้ซื้อที่เป็นคนรุ่นใหม่ของจีนกำลังกลายเป็นกำลังหลักในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง โดยข้อมูลระบุว่า สัดส่วนการใช้จ่ายในตลาดนี้รวมกันเกิน 60% และกำลังขยายตัวมาเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลัก คนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองการบริโภคที่เปิดกว้างและหลากหลายมากขึ้น คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารสัตว์ พร้อมยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่มีคุณภาพสูง ส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติและปราศจากสารปรุงแต่ง ทั้งนี้ ข้อมูลยังชี้ว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงกลุ่มนี้มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนเกิน 500 หยวน (2,200 บาท) และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีถึง 15% สะท้อนศักยภาพการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นคนรุ่นใหม่ของจีน

image.png

                     ที่มา: https://st-th-1.byteark.com/assets.punpro.com/

 

ทั้งนี้ ในปัจจุบันสัดส่วนยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงผ่านช่องทางออนไลน์ของจีนสูงกว่า 60% และถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซได้กลายเป็นพลังสำคัญในการเติบโตของตลาด จุดเด่นของช่องทางออนไลน์คือ ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบสินค้า เข้าถึงข้อมูลและสามารถดูรีวิวได้อีกด้วย พร้อมมีบริการจัดส่งถึงบ้านที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่

293e525e-3089-4043-a349-e570cb5fd324.png

ที่มา: https://apps.fas.usda.gov/newgainapi/api/Report/ ATO

 

ออฟไลน์ประกอบด้วย ร้านจำหน่ายสัตว์เลี้ยง 13%, โรงพยาบาลสัตว์เลี้ยง 7% และ ช่องทางอื่น ๆ 5% สะท้อนให้เห็นถึง ความหลากหลายและการแข่งขันสูงของภาคอีคอมเมิร์ซในจีน ซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน โดย Tmall และ JD.com ถือเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซดั้งเดิมที่เน้นสินค้าแบรนด์และคุณภาพสูง เจาะตลาดผู้บริโภคในกลุ่มที่มีกำลังซื้อ อีกด้านTikTok (Douyin) และ Pinduoduo โดดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่ายและเหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคที่คำนึงถึงความคุ้มค่า

ภาพจำหน่ายสินค้าจากแอพพลิเคชั่น Tmall

                

image.png

ที่มา:https://www.tmall.com/

 

ภาพจำหน่ายสินค้าจากแอพพลิเคชั่น Jingdong

image.png

ที่มา:www.jingdong.com

 

 

 

ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน: ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของจีนยังคงมีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2567 และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในอนาคตต่อไป ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น การยกระดับการบริโภคของเจ้าของสัตว์เลี้ยง และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและโภชนาการของอาหารสัตว์เลี้ยง พร้อมยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น อีกทั้งช่องทางอีคอมเมิร์ซยังมีบทบาทสำคัญโดยครองสัดส่วนยอดขายกว่า 60% ผ่านแพลตฟอร์ม Tmall, Taobao, Pinduoduo, Douyin และ JD.com 

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาตลาดด้วยจุดแข็งด้านวัตถุดิบคุณภาพสูง เช่น โปรตีนจากปลาทะเล ไก่ หรือสูตรอาหารที่ผสมสมุนไพร ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารกันบูด โปรตีนสูง และใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญต่อคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมระบุข้อมูลสำคัญ เช่น ส่วนผสมหลัก ค่าทางโภชนาการ วันผลิต–วันหมดอายุ และรายละเอียดผู้ผลิตเป็นภาษาจีนอย่างชัดเจน เสริมด้วยสัญลักษณ์สื่อสารคุณสมบัติ อาทิ “High Protein” หรือ “Grain Free”  นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ควรมีการใช้งานที่สะดวก เช่น ถุงซิปล็อกหรือฝาปิดสูญญากาศ และมีหลายขนาด เพื่อเพิ่มทางเลือกแก่ผู้บริโภค ควรเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานและความปลอดภัยอาหารสัตว์ของจีน ซึ่งจีนมีมาตรการด้านมาตรฐานและความปลอดภัยอาหารสัตว์เลี้ยงที่เข้มงวดและครอบคลุม ตั้งแต่การกำกับดูแลการผลิต การควบคุมส่วนประกอบและสารเติมแต่ง ไปจนถึงการตรวจสอบและกักกันสินค้านำเข้า ผลิตภัณฑ์ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานระดับชาติและข้อกำหนดด้านฉลากอย่างละเอียด พร้อมทั้งผ่านการจดทะเบียนและตรวจสอบจากกรมศุลกากรจีน (GACC) และกระทรวงเกษตรฯ (MARA) ก่อนเข้าสู่ตลาด ขณะเดียวกัน จีนยังเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบ โดยอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรฐานสุขอนามัยอาหารสัตว์ฉบับใหม่ที่เข้มงวดกว่าเดิม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีนในการคุ้มครองผู้บริโภคและยกระดับคุณภาพสินค้า ซึ่งผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องเตรียมปฏิบัติตามอย่างรอบคอบเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีน

 

นอกจากนี้ ผู้ส่งออกไทยอาจพิจารณาใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ร่วมกับ Key Opinion Leader (KOL) หรืออินฟลูเอนเซอร์ และพิจารณาการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า เช่น China International Pet Show (CIPS) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–16 พฤศจิกายน 2568 ณ China Import and Export Fair Complex เมืองกวางโจว ประเทศจีน ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงแบบ B2B (Business to Business) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และได้รับการยกให้เป็นเวทีสำคัญของวงการสัตว์เลี้ยงทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายและขยายช่องทางจัดจำหน่ายและความร่วมมือในธุรกิจ ตลาดยังมีแนวโน้มพัฒนาสินค้าใหม่ เช่น อาหารสัตว์ออร์แกนิกและผลิตภัณฑ์เพื่อสัตว์เลี้ยงสูงอายุหรือแพ้ง่าย ซึ่งเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยสามารถต่อยอดและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

 

https://apps.fas.usda.gov/newgainapi/api/Report/ ATO

https://www.tmall.com/

www.baidu.com

www.jingdong.com

https://mp.weixin.qq.com/s/caSyMrOtJ2r7N1x4UQFs4A

https://st-th-1.byteark.com/assets.punpro.com/

          เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน

 25 กันยายน 2568

Share :
Instagram