fb
รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนมีนาคม 2569

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนมีนาคม 2569

โดย
Yin
ลงเมื่อ 03 เมษายน 2569 15:55
สคต. ณ กรุงย่างกุ้ง (เมียนมา) (TTC, Yangon (Myanmar))
5

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ประจำเดือนมีนาคม 2569

***************************************

  1. ภาพรวมเศรษฐกิจ/ สถานการณ์สำคัญ

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ ณ เดือน กุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,937.689 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,467.514 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 104 โครงการ

1.1 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานล่าสุด (ข้อมูล ต.. 68) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 67 ขยายตัวร้อยละ 1.1 อัตราเงินเฟ้อ ปี 67 อยู่ที่ร้อยละ 26.50 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 67 อยู่ที่ระดับ 1,179 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งคาดการณ์ ปี 68 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 68 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 2.7 อัตราเงินเฟ้อ ปี 68 คาดว่าร้อยละ 31 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 68 คาดว่า 1,100 เหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมียนมา

ตัวชี้วัดทาง

เศรษฐกิจที่สำคัญ

ปี 2561

ปี 2562

ปี 2563

ปี 2564

ปี 2565

ปี 2566

ปี 2567

 

ปี 2568

(คาดการณ์)

GDP Growth (%)

6.3

6.6

-9

-11.99

4.01

0.99

-1.1

-2.7

GDP (billions of US$)

66.7

68.8

81.26

68.05

61.77

64.51

64.28

65.01

GDP per Capita (US$)

1,270

1,300

1,530

1,271

1,146

1,190

1,179

1,100

Inflation (%)

7.3

9.1

2.2

9.60

28.00

25.48

26.50

31.00

ที่มา: IMF https://www.imf.org/en/Publications/WEO/Issues/2025/10/14/world-economic-outlook-october-2025

1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อสกุลเงินสำคัญ มี.ค. 68 และ มี.ค. 69

ประเทศ/สหภาพ

สกุลเงิน

อัตราทางการ

สิ้นเดือน มี.ค. 68

อัตราทางการ

สิ้นเดือน มี.ค. 69

อัตราตลาดออนไลน์

สิ้นเดือน มี.ค. 69

อัตราตลาด

สิ้นเดือน มี.ค. 69

USA 

USD

2,100.00 MMK

2,100.0 MMK

3,658.00 MMK

4,355.00MMK

Euro

EUR

2,271.68 MMK

 2,413.37 MMK

4,205.6MMK

5,010.00 MMK

Singapore 

SGD

1,565.00 MMK

1,628.73 MMK

2,837.09 MMK

3,350.00 MMK

Thailand

THB

61.92 MMK

63.90 MMK

111.30 MMK

132.45 MMK

                    ข้อมูลจากธนาคารกลางเมียนมา https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrateMyanmar Market Price Application

1.3 ภาวะการลงทุน

1.3.1 มูลค่าการลงทุนตามรายประเทศนักลงทุนสำคัญ

ภาพรวมด้านการลงทุนทางตรงของต่างประเทศในเมียนมา (FDI) ในเดือน กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) อนุมัติโครงการไปแล้ว คิดเป็นมูลค่า 417.042 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

 

ประเทศที่มีการลงทุนทางตรง FDI ในเมียนมา เดือนกุมภาพันธ์ 2569

อันดับ

ประเทศ

มูลค่าการลงทุน 

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ก.พ.69

สัดส่วน (%)

1

สิงคโปร์

151.298

36.28 %

2

จีน

158.206

37.94 %

3

ฮ่องกง

48.291

11.58 %

4

ไทย

31.589

7.57 %

5

เกาหลีใต้

14.823

 3.55 %

6

ไต้หวัน

2.295

 0.55 %

7

ญี่ปุ่น

0.500

0.12 %

 

รวม

417.042  

100%

                                                https://www.dica.gov.mm

image.png

 

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสม จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

image.png

                                                https://www.dica.gov.mm

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสมจนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน กุมภาพันธ์ 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 96,328.662 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ไทย 4) ฮ่องกง และ 5) สหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 3 มูลค่า 11,716.148 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 12.46 โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 160 โครงการ

 

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

­­image.png

                                                                                  https://www.dica.gov.mm 

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน กุมภาพันธ์ 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,937.689 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,467.514 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 104 โครงการ

1.3.2 มูลค่าการลงทุนตามประเภทสาขาการลงทุนที่สำคัญ

     ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนในเมียนมาของปีงบประมาณ 2026 - 2027 ในเดือน กุมภาพันธ์2569 รายละเอียดดังตาราง 

อุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมียนมา

ปีงบประมาณ 2026-2027 (ก.พ. 69)

อันดับ

ประเภทธุรกิจมูลค่า(ล้านเรียญสหรัฐ) ก.พ. 69สัดส่วน

1

Manufacturing  

223.111

53.49 %

2

Power  

35.303

8.47 %

3

Services  

3.688

0.89 %

4

Livestock&Fisheries

2.500

0.59 %

5

Agriculture  

0.525

0.1%

 

รวม

417.042

100%

 

 

  สาขาการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

                                                        image.png

                                                                 https://www.dica.gov.mm

 

 

2. สถานการณ์การค้า (การนำเข้า-ส่งออก) ของเมียนมา 

การค้าระหว่างประเทศเมียนมา (ข้อมูล GTA)

1. เมียนมามีการค้ารวมประมาณ 4-5 หมื่นล้านเหรียญ

2. เมียนมานำเข้าประมาณ 2.1-2.5 หมื่นล้านเหรียญ

3. เมียนมาส่งออกประมาณ 2.1-2.3 หมื่นล้านเหรียญ

อันดับของไทยกับการค้าเมียนมา

 1. ไทย เป็นคู่ค้า ลำดับ 2 ของเมียนมา (รองจากจีน)

 2. ไทย เป็นแหล่งนำเข้า ลำดับ 2 ของเมียนมา

    (รองจากจีน) ไทยประมาณ 20% จีนประมาณ 50%

 3. ไทย เป็นตลาดส่งออก ลำดับ 2 ของเมียนมา

    (รองจากจีน) ไทยประมาณ 15% จีนประมาณ 40%

 

image.png

 

 

image.png

 

 

image.png

 

 

สถิติการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ข้อมูล GTA: .. – ธ.ค. 68)

 

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ม.. – ธ.ค. 68)

                                                                                                                      หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Export

Import

Trade Volume

2025

2024

%

2025

2024

%

2025

2024

%

Jan-Dec

Jan-Dec

change

Jan-Dec

Jan-Dec

change

Jan-Dec

Jan-Dec

change

20,670

21,418

-3%

22,217

20,509

8%

42,888

41,928

2%

GTA:GlobalTradeAtalas

ในเดือนมกราคม  ธันวาคม 2568 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 42,888 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 %  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 20,670 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 3 % การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 22,217 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 %

 ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม  ธันวาคม 2568 เมียนมาได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,547 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องแต่งกาย ก๊าซธรรมชาติ พืชพันธุ์ ผักต่างๆ  สินแร่ รองเท้า ยางพารา  ปลา สัตว์น้ำ ไม้ เมล็ดน้ำมัน อัญมณี เป็นต้น 

สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกล ผ้าทอ เส้นด้าย ยานพาหนะ พลาสติก เหล็ก ปุ๋ย เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น

 

 สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมา (ข้อมูลกรมศุลกากรไทย: .. - ก.พ. 69)

ตารางที่ 11 สรุปมูลค่าการค้าระหว่างไทย – เมียนมา

รายการ

มูลค่า: ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อัตราขยายตัว (%)

สัดส่วน (%) / โลก

2568

ม.ค.-ก.พ

2569

ม.ค.-ก.พ

2568

ม.ค.-ก.พ 

2569

ม.ค.-ก.พ

2568

ม.ค.-ก.พ

2569

ม.ค.-ก.พ 

มูลค่าการค้า

1,305.68

1194.33

9.66

8.53

1.26

0.93

การส่งออกของไทย

792.63

788.84

10.59

0.48

1.52

1.29

 

การนำเข้าของไทย

513.05

 

405.49

8.27

20.96

1.00

 

0.60

 

ดุลการค้าของไทย

279.59

383.35

15.11

37.11

 

 

       ที่มา : Thailand’s Trade Statistic (moc.go.th) 

ปี 2569 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและเมียนมาระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์  มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น  1194.33     ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 8.53 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไทยมีการส่งออกไปยังเมียนมาเป็นมูลค่า 788.84 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 0.48 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากการขอใบอนุญาตนำเข้าสินค้าของประเทศเมียนมาใช้เวลานาน สำหรับการนำเข้าสินค้าจากเมียนมามายังประเทศไทยมีมูลค่า 405.49 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 20.96 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 383.35 ล้านเหรียญสหรัฐ 

สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอืนๆ เม็ดพลาสติก เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปูนซิเมนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นต้น

image.png

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น  แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ ลวดและสายเคเบิล ไม้ซูง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ  กล้อง เสนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป    ถ่ายภาพยนตร์ เสื่อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

                              image.png

 

 

3. สถานการณ์สำคัญ 

3.1 เมียนมาจะเลือกตั้งประธานาธิบดีต้นเดือน เม.ย. 69 และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต่อไป

เมียนมาจะเลือกตั้งประธานาธิบดีต้นเดือน เม.ย. 69 และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต่อไป หลังจากการเลือกตั้งในเมียนมาแล้วเสร็จเมื่อปลายเดือน ม.ค. 69 ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 13.14 ล้านคน (คิดเป็นร้อยละ 54.22 จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 24 ล้านคน) โดยพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง ได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่และเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล คือ พรรค USDP (The Union Solidarity and Development Party) และมีกำหนดประชุมรัฐสภาในเดือน มี.ค. 69 รวมทั้ง  จะเลือกตั้งประธานาธิบดีเมียนมาช่วงต้นเดือน เม.ย. 69 และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต่อไป สำหรับเรื่องความมั่นคง กองทัพเมียนมาต้องปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศต่อไป ไม่ว่ารัฐบาลทางการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เนื่องจากกองทัพมีหน้าที่ในการปกป้องประเทศและประชาชนให้มีความมั่นคงและสันติสุข เมียนมาจึงจำเป็นต้องมุ่งมั่นสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบ/โอกาส การเลือกตั้งประธานาธิบดีเมียนมาและจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต้นเดือน เม.ย. 69 หลังการเลือกตั้งดังกล่าว เป็น “สัญญาณที่ดี” สะท้อนการเมืองเมียนมาที่มีการเลือกตั้งและเป็นระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น (จากเดิมรัฐประหาร)ส่งผลดีต่อประเทศเมียนมา ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ความสัมพันธ์และการยอมรับกับประเทศต่างๆ ที่ดีมากขึ้น  โดยหวังว่าประธานาธิบดีและรัฐบาลใหม่ที่จะบริหารประเทศ จะมีการปรับนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ผ่อนคลายมากขึ้น ให้เป็นกลไกตลาดมากขึ้นตามลำดับหรือตามความเหมาะสมต่อไป สำหรับเรื่องความมั่นคงของเมียนมา กองทัพเมียนมายังคงมีบทบาทสำคัญไม่ว่ารัฐบาลเมียนมาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร 

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และผลการเลือกตั้งเมียนมา รวมทั้งเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งหากการเมืองเมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย มีเสถียรภาพ และได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมทั้งหากผ่อนคลายนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า    การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ ต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.2  ผู้ว่าการธนาคารกลางเมียนมา ร่วมประชุมการเงินนานาชาติ ประชุม FATF (Financial Action Task Force) และ ICRG (International Cooperation Review Group)

ผู้ว่าการธนาคารกลางเมียนมา ร่วมประชุมการเงินนานาชาติ ได้แก่ การประชุม FATF (Financial Action Task Force) และ ICRG (International Cooperation Review Group) ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก วันที่ 9-13 ก.พ. 69 ในการประชุมดังกล่าว ผู้ว่าการธนาคารกลางเมียนมากล่าวว่า “เมียนมาได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและครบถ้วนในการต่อต้านการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่กระจายอาวุธทำลายล้างสูง” โดยได้ดำเนินการและบรรลุเป้าหมายแล้ว 10 ข้อ ขณะที่กำลังดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอีก 5 ข้อ ที่คาดว่าจะบรรลุได้ภายใน 2569 โดยเมียนมามุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ รวมถึง FATF และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุมได้รับทราบถึงความคืบหน้าและความพยายามอย่างต่อเนื่องของเมียนมา และจะสนับสนุนเรื่องต่างๆ เพื่อ่ให้เมียนมาดำเนินการตามแผนที่เหลืออยู่ให้บรรลุผลสำเร็จต่อไป

ผลกระทบ/โอกาส การเข้าร่วมประชุมการเงินนานาชาติของเมียนมาดังกล่าว เป็น “ทิศทางที่ดี” สะท้อนนโยบายการเงินของเมียนมาที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเงินระหว่างประเทศ รวมทั้งการดำเนินการทางการเงินเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการฟอกเงินและการสนับสนุนการเงินแก่การก่อการร้าย ส่งผลดีต่อการจัดอันดับด้านการเงินและความน่าเชื่อถือของเมียนมา

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปรับใช้ประโยชน์ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การขนส่ง และการเงิน รวมทั้งพิจารณาใช้บริการทางการเงินและการชำระเงินผ่านระบบธนาคาร ซึ่งธนาคารเมียนมาและธนาคารไทยให้บริการทางการเงินและตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการฟอกเงินหรือธุรกรรมผิดกฎหมาย เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจไทยและธุรกิจเมียนมาที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.3 เมียนมาประสบความสำเร็จ Digital Payment ยอดสแกน QR Code 30 ล้านรายการ ใน 1 ปีที่ผ่านมา

เมียนมาประสบความสำเร็จ Digital Payment ยอดสแกน QR Code 30 ล้านรายการ ใน 1 ปีที่ผ่านมา (ช่วง ก.พ. 68 ถึง ม.ค. 69) เมียนมามีการใช้งาน QR Code (Standard QR Code ของเมีนยมา หรือ MMQR) มีจำนวนมากกว่า 30 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 12.7 ล้านล้านจ๊าต โดยมีร้านค้ากว่า 420,000 แห่ง และผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคน ภายใต้แนวคิด “ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เชื่อถือได้” สนับสนุนการชำระเงินแบบไร้เงินสด (Cashless Payment) รองรับการจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ (QR Payment) การใช้บริการธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Banking) หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet, E-Payment) ส่งเสริมการหมุนเวียนเงินในระบบที่รวดเร็วขึ้น โปร่งใสตรวจสอบได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสทางการเงินและการชำระเงินของประชาชน ร้านค้าและธุรกิจทุกขนาด

ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมการชำระเงินแบบไร้เงินสด การโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ และการชำระเงินผ่าน QR Code  เป็น “โอกาสอันดี” เนื่องจากช่วยยกระดับการชำระเงินและการเงินเมียนมา อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าผู้ใช้งาน จากเดิมชำระด้วยเงินสด เป็นการชำระเงินออนไลน์และสแกน QR Code ซึ่ง “ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เชื่อถือได้” ทำให้เกิดการใช้อย่างแพร่หลาย มากกว่า 30 ล้านรายการในปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า การชำระเงินด้วยการสแกน QR Code ดังกล่าว ช่วยส่งเสริมให้เมียนมาลดการใช้เงินสด เป็นสังคมดิจิทัลมากขึ้น ช่วยให้เงินเข้าระบบ สามารถตรวจสอบทางการเงินได้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยยกระดับการเงินทั้งในเมียนมาและการเงินระหว่างประเทศ

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนพิจารณาใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับระบบการเงินเมียนมาที่มีแนวโน้มเป็นการเงินอิเล็กทรอนิกส์และการชำระเงินออนไลน์หรือ QR Code มากขึ้น เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภค ร้านค้าและช่องทางจัดจำหน่ายต่างๆ ในเมียนมา นิยมการชำระเงินออนไลน์มากขึ้น ด้วยการสแกน QR Code ที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อถือได้

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.4 เมียนมาตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและภาคเอกชน เรื่องใบรับรองข้าวโพดปลอดเผา สนับสนุนการส่งออกไปไทย

เมียนมา (กระทรวงพาณิชย์เมียนมา) ตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Task Force) เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องการออกใบรับรองข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดเผา (Burn-free Certification) รองรับมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดเผาของไทย โดยการนำเข้า            ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยต้องเป็นข้าวโพดปลอดการเผาจากทุกประเทศ (รวมทั้งเมียนมา) ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 นอกจากเรื่องข้าวโพดปลอดเผาแล้ว เรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อาเซียน (รวมทั้งเมียนมา) ปี 69 ไทยสามารถนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากอาเซียน แล้วได้สิทธิลดภาษีนำเข้าเป็น 0 (ใช้ Form D) ในช่วงเวลา 1 ก.พ. - 30 มิ.ย. 69 

ผลกระทบ/โอกาส การที่หน่วยงานเมียนมา (กระทรวงพาณิชย์เมียนมา) มีการตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและภาคเอกชน เรื่องการออกใบรับรอง   ข้าวโพดเมียนมาปลอดเผา รองรับมาตรการนำเข้าข้าวโพดปลอดเผาของไทย เป็น “สัญญาณที่ดียิ่ง” สะท้อนว่าหน่วยงานเมียนมาให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมกับการออกใบรับรองข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมาปลอดเผามากขึ้น โดยมีสมาคมพืชไร่เมียนมาหรือสมาคม MPBMSMA (Myanmar Pulses, Beans, Maize and Sesame Seeds Merchants Association) เป็นกลไกสนับสนุนคณะทำงานร่วมภาครัฐและภาคเอกชนดังกล่าว (เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ภาคเอกชนเมียนมา โดยสมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมาหรือ MCIA : Myanmar Corn Industrial Association ออกใบรับรองการใช้งานระบบตรวจสอบย้อนกลับ ว่าเป็นข้าวโพดปลอดเผาให้ผู้ส่งออกเมียนมาประกอบการส่งออกข้าวโพดเมียนมาปลอดเผา)

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนพิจารณาใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมา ควรมีเอกสารรับรอง   ข้าวโพดปลอดการเผา ทั้งการออกใบรับรองโดยสมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา (สมาคม MCIA) ที่ออกให้กับผู้ส่งออกที่ใช้ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ หรือใบรับรองออกโดยคณะทำงานร่วมดังกล่าว (ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการ) เพื่อเป็นเอกสารประกอบการนำเข้า     ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย ซึ่งผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ไทยต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้ากับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ไทย โดยในระยะแรกผู้นำเข้าที่ไทยสามารถรับรองตนเอง (Self Certification) และใช้ใบรับรองข้าวโพดปลอดเผาจากผู้ส่งออกเป็นเอกสารประกอบการนำเข้าที่ไทยได้

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

 

3.5 เมียนมาและไทยหารือเรื่องการส่งตัว ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์กลับประเทศ

เมียนมาและไทยหารือเรื่องการส่งตัวเหยื่อค้ามนุษย์ รวมทั้งหารือเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสวัสดิการสังคม บรรเทาทุกข์ และการตั้งถิ่นฐานใหม่ (Deputy Minister for Social Welfare, Relief and Resettlement) เป็นประธานการประชุมหารือระหว่างเมียนมาและไทย เรื่องการส่งตัวผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์กลับประเทศ และการฟื้นฟูผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ณ โรงแรม Park Royal กรุงย่างกุ้ง เมียนมา ซึ่งเมียนมาได้ร่วมมืออย่างแข็งขันกับไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค โดยไทยและเมียนมาได้ทำงานร่วมกันในทุกด้าน ได้แก่ การป้องกัน การคุ้มครอง และการดูแลผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

ผลกระทบ/โอกาส การส่งตัวผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์กลับประเทศ รวมทั้งการป้องกัน คุ้มครอง และดูแลผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เป็น “สัญญาณที่ดี” สะท้อนว่าเมียนมาและไทยให้ความสำคัญและมีความร่วมมือด้านต่างๆ ร่วมกัน ทั้งนี้ นอกจากการดูแลฟื้นฟูผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์แล้ว สิ่งสำคัญคือการป้องกันและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ แก๊ง Scammer หลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาและส่งผลกระทบต่อเมียนมา ไทย และประเทศต่างๆ ซึ่งไทย เมียนมา และประเทศต่างๆ อยู่ระหว่างป้องกันและแก้ไขเรื่องดังกล่าวร่วมกัน

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการค้ามนุษย์ แก๊ง Scammer หลอกลวงออนไลน์ เป็นปัญหาและส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอื่นไปด้วย เช่น มาตรการ 3 ตัดของไทย (ตัดไฟฟ้า ตัดอินเตอร์เน็ต ตัดน้ำมันเชื้อเพลิง) ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 68 ในพื้นที่ชายแดนเมียนมา-ไทย   ที่มีปัญหาแก๊ง Scammer หลอกลวงออนไลน์ และขบวนการค้ามนุษย์ ได้แก่ ท่าขี้เหล็ก (ตรงข้ามด่านแม่สาย จ.เชียงราย)   เมียวดี (ตรงข้ามด่านแม่สอด จ.ตาก) และพญาตองซู (ตรงข้ามด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี) 

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.6 เมียนมาเปิดถนนสายเอเชีย (AH1) ช่วงผาอัน-กอกอเร็ก-เมียวดี

เมียนมาเปิดถนนสายเอเชีย (AH1) ช่วงผาอัน - กอกาเร็ก - เมียวดี เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 69 ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง รวมทั้งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในรัฐกะเหรี่ยง และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา (แห่งที่ 2 รถบรรทุก ขนส่งสินค้า) ด้านตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ทั้งนี้ ที่ผ่านมาถนนสายนี้เคยถูกปิดใช้งาน เนื่องจากสถานการณ์การปะทะกัน และเส้นทางเสียหาย โดยปัจจุบันได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งแล้ว หลังจากที่ฝ่ายทหารเมียนมาร่วมกับชุมชนท้องถิ่นได้ฟื้นฟูเสถียรภาพ ความมั่นคงปลอดภัย ซ่อมแซมเส้นทางทั้งถนนและสะพานที่เสียหาย รองรับการใช้งานของประชาชนและ ภาคธุรกิจ ทั้งการค้า การขนส่ง และการเดินทางในเส้นทางดังกล่าว

ผลกระทบ/โอกาส การกลับมาเปิดถนนสายเอเชีย (AH 1) นับว่าเป็น "สัญญาณที่ดี" ส่งผลดี ต่อการค้า การขนส่ง และการเดินทางในเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมโยง จากแม่สอดและเมียวดี ผ่านเส้นทางดังกล่าวสู่กรุงย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของเมียนมา รวมทั้ง การเปิดถนนสายเอเชีย (AH 1) ดังกล่าว ส่งผลดีและช่วยสนับสนุนการเปิดด่านเมียวดี (สะพาน 2 รถขนส่งสินค้า) ที่ปิดชั่วคราวตั้งแต่ 18 ส.ค. 68 ในอนาคตต่อไป ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันด่านเมียวดียังไม่กลับมาเปิดให้บริการ แต่มีแนวโน้มและสัญญาณที่ดีที่จะกลับมาเปิดเร็วๆ นี้ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความมั่นคงและปลอดภัยในพื้นที่ด้วย ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ระหว่างนี้ที่ด่านเมียวดี (สะพาน 2 รถขนส่งสินค้า) ยังปิดชั่วคราว ขอให้ผู้ประกอบการพิจารณาปรับใช้ด่านการค้าและเส้นทางการขนส่งไทย-เมียนมา ที่สามารถใช้ขนส่งสินค้าได้ ได้แก่ ท่าเรือระนอง-ย่างกุ้ง ท่าเรือแหลมฉบัง-ย่างกุ้ง ด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก โดยทุกด่านทุกเส้นทางการค้าต้องมี Import License สินค้านำเข้าเมียนมา

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

 

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง

                                                                       เมษายน 2569

 

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา เดือน มี.ค. 69.pdf
Share :
Instagram