fb
รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนกรกฎาคม 2569

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนกรกฎาคม 2569

โดย
Yin
ลงเมื่อ 05 สิงหาคม 2569 11:24
สคต. ณ กรุงย่างกุ้ง (เมียนมา) (TTC, Yangon (Myanmar))

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ประจำเดือนกรกฎาคม 2569

***************************************

  1. ภาพรวมเศรษฐกิจ/ สถานการณ์สำคัญ

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ ณ เดือน เมษายน 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,977.754 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,465.914 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 103 โครงการ

1.1 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานล่าสุด (ข้อมูล เม.ย. 69) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 68 หดตัวร้อยละ 2.7 อัตราเงินเฟ้อ ปี 68 อยู่ที่ร้อยละ 31.00 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 68 อยู่ที่ระดับ 1,100 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งคาดการณ์ ปี 69 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศของ เมียนมา (GDP) ปี 69 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 3 อัตราเงินเฟ้อ ปี 69 คาดว่าร้อยละ 19 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 69 คาดว่า 1,520 เหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมียนมา

ตัวชี้วัดทาง

เศรษฐกิจที่สำคัญ

ปี

2561

ปี

2562

ปี

2563

ปี

2564

ปี

2565

ปี 2566

ปี 2567

 

ปี
 2568

 

ปี 2569

(คาดการณ์)

GDP Growth (%)

6.3

6.6

-9

-11.99

4.01

0.99

-1.1

-2.7

3

GDP (billions of US$)

66.7

68.8

81.26

68.05

61.77

64.51

64.28

65.01

83.83

GDP per Capita (US$)

1,270

1,300

1,530

1,271

1,146

1,190

1,179

1,100

1,520

Inflation (%)

7.3

9.1

2.2

9.60

28.00

25.48

26.50

31.00

19.00

ที่มา: IMF https://www.imf.org/en/countries/mmr

1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อสกุลเงินสำคัญ ก.ค. 68 และ ก.ค. 69

ประเทศ/สหภาพ

สกุลเงิน

อัตราทางการ

สิ้นเดือน ก.ค. 68

อัตราทางการ

สิ้นเดือน ก.ค. 69

อัตราตลาดออนไลน์

สิ้นเดือน ก.ค. 69

อัตราตลาด

สิ้นเดือน ก.ค. 69

USA 

USD

2,100.00 MMK

2,100.0 MMK

3,658.00 MMK

4,340.00 MMK

Euro

EUR

2,417.94 MMK

 2,417.94 MMK

4,211.82 MMK

4,945.00 MMK

Singapore 

SGD

1,627.02 MMK

1,637.43 MMK

2,852.24 MMK

3,340.00 MMK

Thailand

THB

62.43 MMK

62.8MMK

109.5MMK

129.03 MMK

                    ข้อมูลจากธนาคารกลางเมียนมา https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrate,Myanmar Market Price Application

1.3 ภาวะการลงทุน

1.3.1 มูลค่าการลงทุนตามรายประเทศนักลงทุนสำคัญ

ภาพรวมด้านการลงทุนทางตรงของต่างประเทศในเมียนมา (FDI) ในเดือน เมษายน 2569 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) อนุมัติโครงการไปแล้ว คิดเป็นมูลค่า 472.627 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

 

ประเทศที่มีการลงทุนทางตรง FDI ในเมียนมา เดือนเมษายน 2569

อันดับ

ประเทศ

มูลค่าการลงทุน 

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

เม.ย.69

สัดส่วน (%)

1

สิงคโปร์

155.004

32.79 %

2

จีน

201.129

42.55%

3

ฮ่องกง

54.891

11.61 %

4

ไทย

31.589

6.68 %

5

เกาหลีใต้

14.823

 3.14 %

6

ไต้หวัน

2.295

 0.49 %

7

ญี่ปุ่น

1.500

0.32 %

 

รวม

472.627  

100%

                                                https://www.dica.gov.mm

image.png

 

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสม จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

image.png

https://www.dica.gov.mm

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสมจนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน เมษายน 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 96,388.942 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ไทย 4) ฮ่องกง และ 5) สหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 3 มูลค่า 11,716.148 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 12.45 โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 160 โครงการ

 

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

­­image.png

                     https://www.dica.gov.mm 

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน เมษายน 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,977.754 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,465.914 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 103 โครงการ

 

 

 

1.3.2 มูลค่าการลงทุนตามประเภทสาขาการลงทุนที่สำคัญ

     ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนในเมียนมาของปีงบประมาณ 2026 - 2027 ในเดือน เมษายน 2569 รายละเอียดดังตาราง 

อุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมียนมา

ปีงบประมาณ 2026-2027 (เม.ย. 69)

อันดับ

ประเภทธุรกิจมูลค่า(ล้านเรียญสหรัฐ) เม.ย. 69สัดส่วน

1

Manufacturing  

245.249

51.8%

2

Power  

68.750

14.55 %

3

Services  

3.688

0.78 %

4

Livestock&Fisheries

2.500

0.53 %

5

Agriculture  

0.525

0.11 %

 

รวม

472.627

100%

 

  สาขาการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

image.png

                               https://www.dica.gov.mm

 

2. สถานการณ์การค้า (การนำเข้า-ส่งออก) ของเมียนมา 

การค้าระหว่างประเทศเมียนมา (ข้อมูล GTA)

1. เมียนมามีการค้ารวมประมาณ 4-5 หมื่นล้านเหรียญ

2. เมียนมานำเข้าประมาณ 2.1-2.5 หมื่นล้านเหรียญ

3. เมียนมาส่งออกประมาณ 2.1-2.3 หมื่นล้านเหรียญ

อันดับของไทยกับการค้าเมียนมา

 1. ไทย เป็นคู่ค้า ลำดับ 2 ของเมียนมา (รองจากจีน)

 2. ไทย เป็นแหล่งนำเข้า ลำดับ 2 ของเมียนมา

    (รองจากจีน) ไทยประมาณ 20% จีนประมาณ 50%

 3. ไทย เป็นตลาดส่งออก ลำดับ 2 ของเมียนมา

    (รองจากจีน) ไทยประมาณ 15% จีนประมาณ 40%

 

image.png

 

 

 

image.png

 

 

 

image.png

 

 

 

 

 

สถิติการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ข้อมูล GTA: .. – พ.ค. 69)

 

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ม.. – พ.ค. 69)

                                                                                                                      หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Export

Import

Trade Volume

2026

2025

%

2026

2025

%

2026

2025

%

Jan-May

Jan-May

change

Jan-May

Jan-May

change

Jan-May

Jan-May

change

9,090

8,412

7 %

10,155

9,697

5 %

19,446

18,306

%

GTA:GlobalTradeAtalas

ในเดือนมกราคม  พฤษภาคม 2569 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 19,446 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 9,090 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 % การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 10,155 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 % ทั้งนี้          ในเดือน มกราคม  พฤษภาคม 2569 เมียนมาขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,065 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องแต่งกาย ก๊าซธรรมชาติ พืชพันธุ์ ผักต่างๆ  สินแร่ รองเท้า ยางพารา  ปลา สัตว์น้ำ ไม้ เมล็ดน้ำมัน อัญมณี เป็นต้น 

สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกล ผ้าทอ เส้นด้าย ยานพาหนะ พลาสติก เหล็ก ปุ๋ย เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น

 

 สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมา (ข้อมูลกรมศุลกากรไทย: .. - มิ.ย. 69)

ตารางที่ 11 สรุปมูลค่าการค้าระหว่างไทย – เมียนมา

รายการ

มูลค่า: ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อัตราขยายตัว (%)

สัดส่วน (%) / โลก

2568

ม.ค.-มิ.ย.

2569

ม.ค.-มิ.ย.

2568

ม.ค.-มิ.ย.

2569

ม.ค.-มิ.ย.

2568

ม.ค.-มิ.ย.

2569

ม.ค.-มิ.ย.

มูลค่าการค้า

3,876.75

3,884.96

7.01

0.21

1.16

0.91

การส่งออกของไทย

2,347.28

2,520.03

12.54

7.36

1.40

1.28

 

การนำเข้าของไทย

1,529.46

 

1,364.94

-0.49

-10.76

0.92

 

0.60

 

ดุลการค้าของไทย

817.82

1,155.09

49.06

41.24

 

 

       ที่มา : Thailand’s Trade Statistic (moc.go.th) 

ปี 2569 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและเมียนมาระหว่าง เดือน มกราคม-มิถุนายน  มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น  3,884.96              ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.21 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไทยมีการส่งออกไปยังเมียนมาเป็นมูลค่า 2,520.03          ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.36 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับการนำเข้าสินค้าจากเมียนมามายังประเทศไทย         มีมูลค่า 1,364.94 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 10.76 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,155.09 ล้านเหรียญสหรัฐ 

สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอืนๆ เม็ดพลาสติก เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปูนซิเมนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นต้น

image.png

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น  แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ ลวดและสายเคเบิล ไม้ซูง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ  กล้อง เสนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป    ถ่ายภาพยนตร์ เสื่อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

image.png

 

 

 

 

3. สถานการณ์สำคัญ 

3.1 พิธีเปิดงาน Instore Promotion 2026 ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา (เมืองมัณฑะเลย์)

พิธีเปิดงาน Instore Promotion 2026 ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา (เมืองมัณฑะเลย์) โดยสคต.ย่างกุ้ง ร่วมกับ Supermarket ในเมียนมา ได้แก่ CIS2 Supermarket, Ready Food Mart และ Capital Supermarket เมียนมา จัดงาน Instore Promotion 2026 ธีม “Thai Best” ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา (เมืองมัณฑเลย์) ช่วงเดือน ก.ค. 69 

1. CIS2 Supermarket เมียนมา ชื่องาน "Thai Best Choice 2026" วันที่ 3 - 23 ก.ค. 69 (3 สัปดาห์) สินค้าไทยร่วมโปรโมชั่นมากกว่า 200 รายการ โดยมีพิธีเปิดงานวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. 69 ณ CIS2 สาขาถนน 35 เมืองมัณฑะเลย์

2. Ready Food Mart เมียนมา ชื่องาน "Thai Best Food 2026" วันที่ 4 - 17 ก.ค. 69 (2 สัปดาห์) สินค้าไทยร่วมโปรโมชั่นมากกว่า 150 รายการ ครอบคลุม Ready Food Mart มัณฑะเลย์ 4 สาขา โดยมีพิธีเปิดงานวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. 69 ณ Ready Food Mart สาขาถนน 27 เมืองมัณฑะเลย์

3. Capital เมียนมา ชื่องาน "Thai Best Buy 2026" วันที่ 10 - 23 ก.ค. 69 (2 สัปดาห์) สินค้าไทยร่วมโปรโมชั่นมากกว่า 100 รายการ ครอบคลุม Capital เมืองมัณฑะเลย์และเมืองพิลอูลวิน 

พิธีเปิดงานนอกจาก สคต.ย่างกุ้ง และผู้บริหาร Supermarket เมียนมา (เมืองมัณฑะเลย์) ที่จัดงานร่วมกันแล้ว ได้รับเกียรติจากผู้บริหารสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมมัณฑะเลย์ (MRCCI) เข้าร่วมพิธีเปิดงานด้วย รวมทั้งมี KOL ศิลปินเมียนมาใส่ชุดไทยร่วมพิธีเปิดงาน รีวิวอาหารไทย สินค้าไทย ความชื่นชอบประเทศไทยและสินค้าไทย การตกแต่งออกแบบเน้นสีธงชาติไทย เพื่อตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทย เชื่อมโยง สินค้าไทยและการเลือกซื้อสินค้าไทย ในงานมีการแสดงวัฒนธรรมไทยคือเซิ้งส้มตำ เชื่อมโยงความเป็นไทยกับอาหารไทยและสินค้าไทย รวมทั้งมีการสาธิตการทำอาหารไทย โดยร้าน Thai Select เมืองมัณฑะเลย์ (ร้านมหาชัย) เชื่อมโยงอาหารไทยกับเครื่องปรุงรสไทยและสินค้าไทยด้วย

บรรยากาศในงานคึกคักผู้คนเลือกซื้อจับจ่ายสินค้าไทย ในงานมีสินค้าไทยหลากหลาย เช่น ผลไม้ไทย อาหารสำเร็จรูป ขนม เครื่องปรุงรส เครื่องดื่มเครื่องสำอาง เครื่องครัว ของใช้ในบ้าน เป็นต้น โดยจัด Promotion ลดราคาสินค้า (บางสินค้าลดสูงสุด 30%) ซื้อสินค้าครบ 50,000 จ๊าต ได้คูปองชิงโชค จับรางวัล Lucky Draw รวมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการขายสินค้าไทย ขอเชิญท่านที่สนใจ เข้าร่วมงาน Instore Promotion ส่งเสริมสินค้าไทยในเมียนมา (เมืองมัณฑะเลย์)

ผลกระทบ/โอกาส การจัดงาน Instore Promotion ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา เป็น “โอกาสที่ดี” ของสินค้าไทยในตลาดเมียนมา ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยและสินค้าไทย ซึ่งชาวเมียนมามีความชื่นชอบและนิยมสินค้าไทยอยู่แล้ว จึงเป็นการตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทยและสินค้าไทยให้อยู่ในใจลูกค้าชาวเมียนมามากขึ้น โดยการจัดงานร่วมกับ CISSupermarket, Ready Food Mart และ Capital ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและ Supermarket ชั้นนำในเมียนมา (เมืองมัณฑะเลย์) เป็นช่องทางการค้าที่มีศักยภาพและเข้าถึงลูกค้าชาวเมียนมาในวงกว้าง 

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ตลาดเมียนมามีศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ เพราะมีความต้องการและนิยมสินค้าไทยมากอย่างไรก็ตาม ตลาดเมียนมามีความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะ กฎระเบียบการค้า เช่น Import License สินค้านำเข้าสู่เมียนมา อัตราแลกเปลี่ยนและสภาพคล่องเงินต่างประเทศในเมียนมา โดยขอให้ธุรกิจไทยติดตามและปรับกลยุทธ์รองรับ เช่น พิจารณาการผลิตสินค้าไทยในเมียนมา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเมียนมาเรื่องส่งเสริมการผลิตในประเทศ ทั้งนี้ เมียนมาได้เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น มีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้ว รวมทั้งมีแนวโน้มที่ดีในการการผ่อนคลายกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน 

ทั้งธุรกิจเมียนมาและธุรกิจไทยต่อไป 

ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง)

3.2  เมียนมาส่งเสริมการวิจัย ขับเคลื่อนการส่งออกให้เติบโต

เมียนมาส่งเสริมการวิจัย ขับเคลื่อนการส่งออกให้เติบโต พลเอกอาวุโส มินอ่องไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวในที่ประชุม เน้นย้ำเรื่องสันติภาพ       ความมั่นคง และการพัฒนาประเทศ รวมทั้งได้มอบนโยบายให้ส่งเสริมการวิจัย โดยเฉพาะด้านเกษตรและอาหาร ยกระดับการผลิตในเมียนมาและการส่งออกจากเมียนมา โดยมุ่งเน้นการผลิตในเมียนมาทดแทนการนำเข้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในเมียนมา ทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง เดินทาง โลจิสติกส์ 

ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมการวิจัยและขับเคลื่อนการส่งออกของเมียนมาให้เติบโต “เป็นแนวโน้มสำคัญ” สะท้อนนโยบายของเมียนมาที่มุ่งเน้นการผลิตในประเทศและการส่งออกจากเมียนมา โดยยกระดับการผลิตด้วยการวิจัยและนวัตกรรม เป็นโอกาสของธุรกิจไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเมียนมาดังกล่าว เช่น การผลิตในเมียนมา การยกระดับการผลิตในเมียนมา และการส่งออกจากเมียนมา โดยเฉพาะ การพัฒนาธุรกิจเกษตรและอาหาร การพัฒนาธุรกิจ MSME (ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กของเมียนมา) ซึ่งเป็นนโยบายที่เมียนมาให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ผู้ประกอบการไทยพิจารณาโอกาสธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การผลิตในเมียนมา การยกระดับการผลิตในเมียนมา และการส่งออกจากเมียนมา โดยเฉพาะ ธุรกิจเกษตรและอาหาร ธุรกิจ MSME (ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กของเมียนมา) เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา สำหรับการผลิตและส่งออกจากเมียนมา สามารถนำรายได้การส่งออกจากเมียนมา (Export Earning) ประกอบการจับคู่การขอ     Import License นำเข้าสินค้าไทยสู่เมียนมาได้ด้วย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการค้าไทย-เมียนมา ทั้งไทยส่งออกเมียนมาและไทยนำเข้าจากเมียนมา เป็นประโยชน์ร่วมกันต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.3 ไทยเห็นชอบการพัฒนาท่าเรือระนอง ขยายเส้นทางรถไฟชุมพร-ระนอง เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์

นายกรัฐมนตรีไทยเห็นชอบมอบนโยบายให้พัฒนาท่าเรือระนอง โดยขยายเส้นทางรถไฟชุมพร-ระนอง เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบ โดยนายกรัฐมนตรีไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูร กล่าวว่าการปรับปรุงท่าเรือ เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟ ถนนที่ขาด สามารถทำในระยะต่อไปได้เลย โดยมอบนโยบายให้เริ่มจากการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่ระนองและเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟกับชุมพรก่อน เพื่อให้ท่าเรือระนองรองรับและเชื่อมโยงกับโลจิสติกส์ทั้งระบบ ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางทะเล เชื่อมโยงประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ได้มากขึ้นและสะดวกขึ้นต่อไป 

ผลกระทบ/โอกาส การพัฒนาท่าเรือระนองและขยายเส้นทางรถไฟชุมพร-ระนอง (รางต่อเรือ) เป็น “ศักยภาพและโอกาส”เนื่องจากเป็นแผนสำคัญของไทยและจะเกิดขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยง (Connectivity) การค้าการขนส่งไทย-เมียนมา (ท่าเรือระนอง-ท่าเรือย่างกุ้ง) รวมทั้ง เป็น Gateway การค้าผ่านแดนเมียนมาและการค้าผ่านแดนไทย เชื่อมโยงไทย เมียนมา และภูมิภาครอบข้าง เช่น อาเซียน จีน BIMSTEC (บังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา ภูฏาน เนปาล เมียนมา และไทย)

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ผู้ประกอบการไทยพิจารณาโอกาสธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถใช้เส้นทางดังกล่าว ได้แก่ ท่าเรือระนอง-ท่าเรือย่างกุ้ง โดยเฉพาะเชื่อมโยงท่าเรือระนองกับเส้นทางรถไฟระนอง-ชุมพร ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งนอกจากสนับสนุนการค้าการขนส่งไทย-เมียนมาแล้ว สามารถสนับสนุนการค้าการขนส่งผ่านแดนไทยไปจีนหรืออาเซียน และการค้าการขนส่งผ่านแดนเมียนมาไป BIMSTEC เป็นต้น เป็นประโยชน์ร่วมกันของไทย เมียนมา และภูมิภาคต่อไป

ที่มา: ข่าว นสพ.ผู้จัดการออนไลน์

3.4 รมว.กต.เมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการ

รมว.กต.เมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา (U Tin Maung Swe) เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ช่วงวันที่ 13-14 ก.ค. 69 และได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีของไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) โดยหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีของไทยและเมียนมา รวมทั้งเรื่องความมั่นคงปลอดภัย ในพื้นที่ชายแดนไทยและเมียนมา ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา นอกจากนี้ รมว.กต.เมียนมา ได้พบหารือรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย (นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว) โดยหารือเรื่องการส่งเสริมความร่วมมือ ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาและการสนับสนุนให้เกิดสันติภาพในเมียนมา การป้องกันปราบปรามยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมาย การอำนวยความสะดวกทางการค้า ตลอดจนความร่วมมือ ในการการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการลดมลพิษ เช่น ฝุ่นควันข้ามพรมแดน เป็นต้น

ผลกระทบ/โอกาส การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ รมว.กต.เมียนมา “เป็นสัญญาณที่ดี” สะท้อนความสัมพันธ์อันดีของไทยและเมียนมา รวมทั้งความร่วมมือกันในเรื่องต่างๆ ของไทยและเมียนมา ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ผู้ประกอบการไทยติดตามข้อมูลและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ นโยบายเมียนมาด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน ซึ่งเมียนมามีแนวโน้มผ่อนคลายกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกธุรกิจ การค้า การลงทุน การเงิน มากยิ่งขึ้นตามความเหมาะสมในอนาคต ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและเมียนมา รวมทั้งการเยือนของผู้นำระดับสูงระหว่างกัน ทั้งผู้นำระดับสูงของไทยและผู้นำระดับสูงของเมียนมาที่เป็นกลไกพบหารือและส่งผลดีต่อเรื่องต่างๆ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น สนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจและผ่อนคลายกฎระเบียบด้านเศรษฐกิจของเมียนมาต่อไป 

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง

                                                                       สิงหาคม 2569

 

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา เดือน ก.ค. 69.pdf
Share :
Instagram