fb
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มของอินเดีย: แนวโน้มลดน้ำตาลและการมุ่งสู่ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มของอินเดีย: แนวโน้มลดน้ำตาลและการมุ่งสู่ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ

โดย
Lawrence
ลงเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569 14:24
สคต. ณ เมืองเจนไน (อินเดีย) (TTC, Chennai (India))
1

อินเดียเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการบริโภครสหวานฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน เห็นได้จากขนมหวาน เครื่องดื่ม และอาหารในเทศกาลสำคัญต่างๆ ที่มักมีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมการบริโภคดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ผู้บริโภคชาวอินเดียจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตเมือง เริ่มลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และหันมาเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ ไม่มีน้ำตาล เครื่องดื่มอัดลมสูตรไร้น้ำตาล เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในรูปแบบใหม่ รวมถึงเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่มีภาพลักษณ์ดีต่อสุขภาพ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงการตื่นตัวด้านสุขภาพและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้บริโภคอินเดียยุคใหม่อย่างมีนัยสำคัญ

แนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคชาวอินเดียต่อน้ำตาล

ที่ผ่านมาเครื่องดื่มรสหวาน เช่น ชานมหวาน น้ำผลไม้เข้มข้น น้ำอัดลม และน้ำผลไม้บรรจุขวด เป็นสินค้าที่ครองตลาดเครื่องดื่มของอินเดียมาโดยตลอด น้ำตาลมักถูกเชื่อมโยงกับพลังงาน ความอร่อย และบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

อย่างไรก็ตาม อินเดียกำลังเผชิญความท้าทายด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคน้ำตาลเกินความจำเป็น องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ข้อมูลจากสภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (ICMR) ชี้ว่ามีประชากรกว่า 100 ล้านคนป่วยเป็นโรคเบาหวาน และอีกจำนวนมากอยู่ในภาวะเสี่ยง

การบริโภคน้ำตาลในระดับสูงยังเชื่อมโยงกับโรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด และความผิดปกติของระบบเผาผลาญ ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มทบทวนพฤติกรรมการบริโภคของตน และมองหาเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ทั้งความสดชื่นและสุขภาพควบคู่กัน

ปัจจัยขับเคลื่อนที่กระตุ้นให้เกิดการลดบริโภคน้ำตาล

1. การตื่นตัวด้านสุขภาพ

    การเข้าถึงข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ แอปพลิเคชันด้านโภชนาการ และกระแสสุขภาพหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการอ่านฉลากโภชนาการและการควบคุมปริมาณแคลอรี่มากขึ้น น้ำตาลจึงกลายเป็นส่วนผสมที่ได้รับความสนใจและถูกหลีกเลี่ยงมากกว่าที่ผ่านมา

2. ภาวะโรคเบาหวานและโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้น

    โรคเบาหวานกลายเป็นประเด็นใกล้ตัวของหลายครัวเรือน แพทย์มักแนะนำให้ลดหรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ส่งผลให้ผู้บริโภควัยกลางคนและผู้สูงอายุปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง

3. วิถีชีวิตแบบใส่ใจสุขภาพ

    กระแสการออกกำลังกาย ฟิตเนส โยคะ และการวิ่งมาราธอนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้เครื่องดื่มถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ เครื่องดื่มเกลือแร่สูตรน้ำตาลต่ำ เครื่องดื่มให้พลังงานแบบไร้น้ำตาล และน้ำอัดลมแคลอรีต่ำจึงได้รับความนิยมมากขึ้น

การเติบโตของเครื่องดื่มทางเลือก

เครื่องดื่มอัดลมสูตรน้ำตาลต่ำ

แม้เครื่องดื่มอัดลมยังคงได้รับความนิยม แต่ผู้บริโภคจำนวนมากหันไปเลือกสูตรไร้น้ำตาลหรือลดน้ำตาล น้ำแร่ผสมก๊าซและโซดาปรุงแต่งรสจึงมีการขยายตัวในตลาดค้าปลีกและร้านอาหาร

เครื่องดื่มคาเฟอีนรูปแบบใหม่

นอกเหนือจากชาและกาแฟแบบดั้งเดิม เครื่องดื่มกาแฟสกัดเย็น ชาเขียว และเครื่องดื่มชูกำลังสูตรไม่มีน้ำตาลได้รับความนิยมในกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ โดยมักถูกวางตำแหน่งทางการตลาดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

เครื่องดื่มจากธรรมชาติ

ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ น้ำผลไม้คั้นสด น้ำมะพร้าว และเครื่องดื่มสมุนไพรท้องถิ่น เช่น มะขามป้อม ยี่หร่า โหระพาอินเดีย และขิง ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บทบาทของภาครัฐและกฎระเบียบ

สำนักงานความปลอดภัยและมาตรฐานอาหารแห่งอินเดีย (FSSAI) กำหนดให้มีการแสดงข้อมูลโภชนาการและปริมาณน้ำตาลบนฉลากอย่างชัดเจน พร้อมควบคุมการกล่าวอ้างทางสุขภาพที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับมาตรการด้านภาษีสำหรับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิตปรับสูตรผลิตภัณฑ์เพื่อลดปริมาณน้ำตาลลง

การปรับตัวของภาคธุรกิจ

ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายใหม่ได้พัฒนาสินค้าสูตรน้ำตาลต่ำหรือไม่มีน้ำตาล ใช้สารให้ความหวานจากพืช เช่น หญ้าหวาน และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาทิ น้ำแร่ผสมก๊าซ เครื่องดื่มที่ปราศจากน้ำตาล และเครื่องดื่มเสริมวิตามินหรือโปรไบโอติก โดยการสื่อสารทางการตลาดเปลี่ยนจากการเน้นความหวานและความสนุกสนาน ไปสู่แนวคิดเรื่องความสมดุล ความรับผิดชอบ และการดูแลสุขภาพระยะยาว

ความแตกต่างเชิงพื้นที่และความท้าทาย

แม้เขตเมืองจะเป็นผู้นำการบริโภคเครื่องดื่มน้ำตาลต่ำ ขณะที่พื้นที่กึ่งเขตเมืองและชนบทเริ่มปรับตัวตาม อย่างไรก็ตาม ราคาที่ยังสูงกว่าสินค้าทั่วไปเป็นปัจจัยจำกัดสำคัญ นอกจากนี้ ผู้บริโภคบางส่วนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับสารให้ความหวานสังเคราะห์ รวมถึงผลิตภัณฑ์บางชนิดแม้มีน้ำตาลต่ำ แต่อาจมีส่วนผสมอื่นที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพ จึงยังจำเป็นต้องมีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

บทสรุป

แนวโน้มการลดบริโภคน้ำตาลของอินเดียสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภค จากการให้ความสำคัญกับรสชาติเป็นหลัก สู่การคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการและผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

การเติบโตของเครื่องดื่มน้ำตาลต่ำและปราศจากน้ำตาลจึงไม่เพียงเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อระบบสาธารณสุขของประเทศอินเดีย โดยสะท้อนภาพผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความตระหนักรู้ มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น

แหล่งที่มา:
The Economic Times (2025–2026); Moneycontrol (2026); INTAGE India (2025)

 

Weekly News Page 9 - 13 Feb 2026 (1).pdf
Share :
Instagram