
จีนเดินหน้าปรับโครงสร้างกฎหมายและนโยบายเศรษฐกิจครั้งสำคัญ โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป จะเริ่มบังคับใช้ “แผนการปรับภาษีศุลกากรปี 2026” ซึ่งกำหนดใช้อัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวที่ต่ำกว่าอัตราภาษี MFN สำหรับสินค้า 935 รายการ เพื่อขยายการนำเข้าสินค้าคุณภาพสูง สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และส่งเสริมการเปิดประเทศในระดับที่สูงขึ้น ควบคู่กับกฎหมายและมาตรการใหม่หลายฉบับ ครอบคลุมด้านภาษีการค้า ซึ่งมีนัยสำคัญต่อประเทศคู่ค้า รวมถึงประเทศไทยที่มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับจีนอย่างใกล้ชิด
กลุ่มสินค้าที่อยู่ในรายการลดภาษีนำเข้าชั่วคราวที่ต่ำกว่าอัตรา MFN ในปี 2569 จะครอบคลุม ทั้งผลิตภัณฑ์เกษตร ประมง อาหาร อาหารสัตว์ ปิโตรเลียม และเคมีภัณฑ์ อาทิ
1. สินค้าอาหารทะเลและสัตว์น้ำ
ปลาแซลมอนสด/แช่แข็ง
ปลาตัวอื่นๆ เช่น ปลาคอด ซาร์ดีน
ปูแช่แข็ง
กุ้งและกุ้งก้ามกรามสด/เย็น
2. ผลิตภัณฑ์นมและอาหารสัตว์
นมและผลิตภัณฑ์นม เช่น นมผง/ชีสต่างชนิด
ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์และอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น อาหารสุนัข/แมว กระป๋อง/เม็ด และอาหารสัตว์ทั่วไป
3. ผลไม้และธัญพืช/ถั่วเปลือกแข็ง
ผลไม้สด/แห้ง เช่น มะม่วงสด/แห้ง และถั่วต่างๆ (เช่น ถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วพิสตาชิโอ)
ธัญพืชประเภทต่างๆ
4. ผลิตภัณฑ์เกษตรและสาหร่ายทะเล
สาหร่ายทะเลที่เหมาะสำหรับมนุษย์บริโภค
สาหร่ายทะเลที่ ไม่เหมาะสำหรับบริโภค
หญ้าและอาหารสัตว์บางรายการ
5. ไขมัน น้ำมัน และสารตั้งต้น
น้ำมันปลาในรูปแบบแคปซูล
ไขมันสัตว์เช่น น้ำมันแกะ วัว
กรดไขมันและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
6. อาหารและสูตรสำหรับเด็ก
นมผง/สูตรสำหรับเด็ก
อาหารสำหรับเด็กในรูปแบบต่างๆ
การระบุแยกสำหรับ สูตรเฉพาะทางการแพทย์
7. สินค้าอาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่ม
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรรจุขวดขนาดเล็ก
ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปบางชนิด
8. สินค้าเกษตรอื่น ๆ
เมล็ดพืช เช่น ยี่หร่า
เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดทานตะวัน
พืชอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
9. สินค้าปิโตรเลียม และแร่ธาตุ
หินธรรมชาติและหินก่อสร้าง
กราไฟต์/ทรายควอตซ์/แร่ธาตุหลายชนิด
น้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น น้ำมันเบนซิน
ถ่านหินและผลิตภัณฑ์คาร์บอนอื่น ๆ
10. เคมีภัณฑ์และสารเคมีเฉพาะทาง
เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น ออกไซด์โลหะหลายชนิด กรดและสารประกอบต่าง ๆ
สารเคมีเฉพาะทาง เช่นสารประกอบโบรอน
เคมีสำหรับอุตสาหกรรมยา (รวมถึงสารตั้งต้นยา)
สามารถตรวจสอบรายการสินค้าเพิ่มเติมได้ทาง https://gss.mof.gov.cn/gzdt/zhengcefabu/202512/P020251229510521217364.pdf
รัฐบาลจีนระบุว่า การปรับลดภาษีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสอดประสานระหว่างตลาดและทรัพยากรทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยในเชิงนโยบายแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่
ประการแรก การส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญและวัสดุขั้นสูง เช่น อุปกรณ์ไฮดรอลิก CNC และวัสดุคอมโพสิตเฉพาะทาง
ประการที่สอง การผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว โดยลดภาษีนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรและการรีไซเคิล เช่น วัตถุดิบสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และแร่ธรรมชาติบางประเภท
ประการที่สาม การยกระดับคุณภาพชีวิตและระบบสาธารณสุข ด้วยการลดภาษีนำเข้าสินค้าทางการแพทย์ อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทางและชุดตรวจวินิจฉัยโรค
ขณะเดียวกัน จีนจะยกเลิกอัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวสำหรับสินค้าบางรายการ เช่น มอเตอร์ขนาดเล็ก เครื่องพิมพ์ และสารเคมีบางชนิด และกลับไปใช้อัตราภาษี MFN ตามพันธกรณีขององค์การการค้าโลก
นอกจากนี้ เพื่อสะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศและภาวะอุปสงค์–อุปทานที่เปลี่ยนแปลงไป จีนยังได้ปรับปรุงระบบพิกัดศุลกากร โดยเพิ่มรหัสพิกัดย่อยใหม่ในปี 2569 เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีและเศรษฐกิจใหม่ อาทิ หุ่นยนต์เลียนแบบชีวภาพอัจฉริยะ เชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับการบิน และผลิตภัณฑ์จากป่า เช่น โสม เป็นต้น
ทั้งนี้ จีนยังคงใช้อัตราภาษีศุลกากรพิเศษกับสินค้านำเข้าบางประเภท ภายใต้กรอบข้อตกลงการค้าเสรี 24 ฉบับ และข้อตกลงการค้าพิเศษกับคู่ค้า 34 ประเทศ รวมถึงการคงมาตรการยกเว้นภาษีศุลกากรเต็มจำนวนสำหรับสินค้าจากประเทศพัฒนาน้อยที่สุด 43 ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ได้แก่ เอเชีย 8 ประเทศ (เมียนมา สปป.ลาว เนปาล ติมอร์ตะวันออก อัฟกานิสถาน บังกลาเทศ กัมพูชา เยเมน) โอเชียเนีย 2 ประเทศ (คิริบาติและหมู่เกาะโซโลมอน) และแอฟริกา 33 ประเทศ (อาทิ แองโกลา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เซเนกัล ซูดาน เซาตูเม ยูกันดา แซมเบีย ฯลฯ)
ขณะเดียวกัน จีนบังคับใช้กฎหมายและมาตรการสำคัญหลายฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยในด้านภาษีจะเริ่มใช้ “ระเบียบว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน” ซึ่งประกอบด้วย 6 บท 54 มาตรา ครอบคลุมการจัดเก็บ อัตราภาษี สิทธิประโยชน์ และการบริหารภาษี ซึ่งมีผลโดยตรงต่อบริษัทต่างชาติและผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจในจีน ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล จีนจะเริ่มบังคับใช้ “มาตรการรับรองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งออกไปต่างประเทศ” เพื่อกำหนดกรอบการส่งผ่านข้อมูลข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบและปลอดภัย ส่งผลต่อธุรกิจไทยในสาขาอีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี และบริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับตลาดจีน
ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว
การปรับนโยบายและกฎหมายเศรษฐกิจของจีนชุดใหม่นี้ สะท้อนทิศทางการเปิดประเทศเชิงคุณภาพที่มุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ช่วยเพิ่มอุปสงค์ต่อสินค้านำเข้าและเสริมความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ
การส่งออกจากไทยไปจีนได้รับสิทธิพิเศษภายใต้กรอบการค้าเสรี FTA อาเซียน-จีน และ RCEP ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับสิทธิอัตราภาษีที่ต่ำกว่าอัตราภาษีชั่วคราวของจีนอยู่แล้ว โดยกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น เครื่องจักร เครื่องจักรไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า พลาสติก เคมีภัณฑ์อินทรีย์ โลหะพื้นฐานอย่างทองแดงและอะลูมิเนียม รวมถึงผลิตภัณฑ์เกษตรและผลไม้ เป็นต้น อย่างไรก็ดี การลดภาษีชั่วคราวดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ต่อสินค้าที่อยู่นอกเหนือรายการ FTA บางชนิด อาทิ เคมีภัณฑ์ สารเคมีเฉพาะ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล แผงวงจร ผลิตภัณฑ์ยา และยางสังเคราะห์ที่ใช้ในเทคโนโลยี ฯลฯ และสินค้าส่งออกที่ไม่ต้องผูกพันกับเงื่อนไขถิ่นกำเนิดสินค้า และประเทศนอกความตกลงกับจีน ซึ่งเปิดโอกาสให้จีนมีทางเลือกจากประเทศซัพพลายเออร์มากขึ้น การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้นภายใต้กรอบกฎหมายใหม่ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสในตลาดจีน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร และวัตถุดิบอุตสาหกรรม โดยเน้นการผลิตและส่งออกสินค้าที่สอดรับกับนโยบายห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมจีน ที่มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพื่อรักษาความได้เปรียบทางการค้าระหว่างไทยในตลาดจีน
ที่มา: https://baijiahao.baidu.com/s?id=1852845189297449523&wfr=spider&for=pc
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1853086363964340985&wfr=spider&for=pc
https://connect.spglobal.com/gta/standard-reports/
https://gss.mof.gov.cn/gzdt/zhengcefabu/202512/P020251229510521217364.pdf
https://gss.mof.gov.cn/gzdt/zhengcefabu/