
อุตสาหกรรมประมงของจีนเติบโตต่อเนื่องในปี 2025 โดยผลผลิตสัตว์น้ำสูงเกิน 63 ล้านตัน มูลค่าผลผลิตรวมกว่า 3.4 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 17 ล้านล้านบาท) ขับเคลื่อนโดยการขยายตัวของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในฟาร์มทะเลและเรือเพาะเลี้ยง ขณะเดียวกัน จีนยังคงครองตำแหน่งผู้นำในการส่งออกสินค้าประมงไปยังตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ
การเติบโตของอุตสาหกรรมประมงจีนในปี 2025 เกิดหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในฟาร์มที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เช่น ระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลลึก (offshore aquaculture) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเทคโนโลยีในฟาร์มทะเล และระบบการเลี้ยงปลาผ่านระบบอัตโนมัติซึ่งช่วยให้การจัดการฟาร์มมีประสิทธิภาพมากขึ้นและผลิตสินค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ การสนับสนุนจากรัฐบาลจีนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตนี้ เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและโครงการสร้างเครือข่ายการส่งออกที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้จีนเป็นผู้นำในการส่งออกสินค้าประมงไปยังตลาดหลักทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและอเมริกาเหนือ

ที่มา: https://image.baidu.com
ตารางแสดงมูลค่าและสัดส่วนตลาดส่งออกที่สำคัญของอุตสาหกรรมประมงของจีน (HS Code: 03) ในช่วงปี 2023 - 2025

จากตัวเลขข้างต้นแสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมประมงของจีนยังคงมีการเติบโตที่สำคัญในตลาดโลก ในปี 2025 มูลค่าการส่งออกของจีนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประมง (HS Code: 03) อยู่ที่ 108.26 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 541.3 ล้านบาท) อัตราการเติบโตคิดเป็นร้อยละ 4.56 ตลาดหลัก 5 อันดับแรกได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และสเปน โดยญี่ปุ่นยังคงเป็นคู่ค้าที่สำคัญด้วยมูลค่าการส่งออก 16.44 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 82.2 ล้านบาท) ในปี 2023 เพิ่มเป็น 18.06 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 90.3 ล้านบาท) ในปี 2025 สัดส่วนตลาดร้อยละ 16.69 ส่วนเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนตลาดอยู่ที่ร้อยละ 10.57 และร้อยละ 9.18 ตามลำดับ
จากข้อมูลของ天眼查研究院 (Tianyancha) ในจีนมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมประมงมากกว่า 844,000 แห่ง โดยปี 2026 มีบริษัทใหม่ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นประมาณ 15,000 แห่ง เมื่อพิจารณาตามภูมิภาคพบว่า มณฑลที่มีบริษัทมากที่สุดคือ หูเป่ยเจียงซู และอันฮุย โดยมณฑลหูเป่ยตั้งอยู่ในภาคกลางของจีน มีมากกว่า 125,000 แห่ง แม้ไม่ติดทะเลแต่มีแหล่งน้ำจืดที่สำคัญอย่างแม่น้ำแยงซี ที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่วนมณฑลเจียงซูอยู่ในภาคตะวันออก มีมากกว่า 95,000 แห่ง มีชายฝั่งทะเลที่ทำให้สามารถทำประมงทั้งน้ำเค็มและน้ำจืด รวมถึงแหล่งน้ำจืดสำคัญอย่างทะเลสาบซูโจว และมณฑลอันฮุย ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน มีมากกว่า 82,000 แห่ง แม้ไม่ติดทะเลแต่มีแม่น้ำแยงซีที่ไหลผ่าน ทำให้เหมาะแก่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในน้ำจืด

ที่มา: https://baijiahao.baidu.com
การเติบโตของอุตสาหกรรมประมงในมณฑลสำคัญของจีน
1. มณฑลกวางตุ้ง: เป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าประมงในจีนมาโดยตลอด โดยในปี 2025 มีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมประมงมากกว่า 132,000 แห่ง และปริมาณการผลิตสินค้าประมงสูงเกิน 9 ล้านตัน และมีอัตราการผลิตสัตว์น้ำสูงกว่าร้อยละ 80 ทั้งในด้านการเพาะเลี้ยงทะเลและน้ำจืด ทั้งนี้ มณฑลกวางตุ้งยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในทั้งสองภาคส่วน
2. มณฑลหูเป่ย: ในปี 2025 ผลผลิตสินค้าประมงในมณฑลหูเป่ยสูงถึง 5.69 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็นเกือบร้อยละ 20 ของการผลิตทั่วประเทศ โดยมีปลาชนิดสำคัญ เช่น ปลากระแห ปลาหญ้า และกุ้งก้ามกราม เป็นต้น
3. มณฑลเจียงซู: เป็นมณฑลที่มีการผลิตปลาน้ำจืดอันดับที่สองของจีน โดยในปี 2024 มูลค่าผลผลิตอุตสาหกรรมประมง เกิน 1,800 พันล้านหยวน (9.36 ล้านล้านบาท) ได้แก่ผลิตภัณฑ์ เช่น ปลาคาร์พ ปูอลาสก้า และกุ้งก้ามกราม ซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดจีนและต่างประเทศ
4. มณฑลซานตง: ในด้านการเพาะเลี้ยงทะเลมณฑลซานตง ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในการผลิตปลาทะเล โดยมีมูลค่าผลผลิตทะเลสูงถึง 116.23 พันล้านหยวน (604,000 ล้านบาท) และมีความเชี่ยวชาญในด้านการเพาะเลี้ยงในทะเลลึก และการพัฒนาระบบโซ่เย็น (cold chain)
5. มณฑลฝูเจี้ยน: ผลิตสินค้าประมงจากทะเลจำนวนมาก เช่น ปลาหมึกใหญ่ ปลาหิน และหอยเป๋าฮื้อ เป็นต้น โดยมีการใช้เทคโนโลยีฟาร์มทะเลที่ทันสมัย และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเพาะเลี้ยง ครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 75 ของการผลิตทั้งหมดในภูมิภาค
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน:
ในการประชุมสองสภา (Two sessions) รัฐบาลจีนได้มีการเน้นย้ำถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ของจีน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงด้านต่าง ๆ รวมถึงด้านอาหาร มุ่งพัฒนาการเติบโตอย่างยั่งยืน และการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในระดับโลก โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สำคัญ เช่น การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการประมงและการผลิตสินค้าเกษตร รวมทั้งการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยผ่านการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมการประมงของจีน และช่วยขยายการส่งออกในตลาดใหม่ ๆในอนาคตต่อไป
ทั้งนี้ มณฑลฝูเจี้ยนเป็นหนึ่งในมณฑลที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลและเป็นแหล่งประมงที่สำคัญ ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาการใช้ประโยชน์ข้อมูล ได้ 2 กรณี ได้แก่ 1) ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเข้าสินค้าอาหารทะเลเพื่อนำไปแปรรูปเพื่อบริโภคภายในประเทศหรือเพื่อส่งออก หรือ 2) ศึกษาการใช้เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมประมงของจีนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมประมงไทย อาทิ การใช้ระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลลึก (offshore aquaculture) และการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติในการจัดการฟาร์ม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ดี แม้ว่าจีนจะเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมประมงทั้งการเพาะเลี้ยงและแปรรูปได้อย่างรวดเร็ว แต่จีนยังคงให้ความสำคัญต่อนโยบายความั่นคงทางอาหาร และยังคงนำเข้าสินค้าอาหารแปรรูป รวมถึงสินค้าอาหารทะเลแปรรูป โดยมีผู้ส่งออกไทยกลุ่มสินค้าอาหารทะเลแปรรูปที่ยังสามารถขยายตลาดในจีนได้ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจขยายตลาดในมณฑลฝูเจี้ยนและเจียงซี สามารถศึกษาข้อมูลการเข้าร่วมงาน Top Thai Brands Xiamen ในปีที่ผ่านมาได้ทาง Drive.ditp.go.th และพิจารณาการเข้าร่วมโครงการที่กำลังจะจัดขึ้นในปีนี้ได้ เพื่อหาคู่ค้าที่มีศักยภาพและขยายตลาดต่อไป
https://finance.sina.com.cn/
https://baijiahao.baidu.com/
https://connect.spglobal.com/
https://www.baidu.com/
http://www.chinacfa.org/xwzx/zxdt/20260107/1495.
https://www.iimedia.cn/c400/106528.html
https://www.chinairn.com/scfx/20260318/17382594.shtml
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
1 เมษายน 2569