fb
มูลค่าการค้าของมาเลเซียทะลุ 1 ล้านล้านริงกิต ภายใน 4 เดือนแรกของปี 2569 เร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์

มูลค่าการค้าของมาเลเซียทะลุ 1 ล้านล้านริงกิต ภายใน 4 เดือนแรกของปี 2569 เร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์

โดย
Arseem
ลงเมื่อ 22 พฤษภาคม 2569 10:29
สคต. ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (มาเลเซีย) (TTC, Kuala Lumpur (Malaysia))
1

ที่มา : สำนักข่าว Utusan Malaysia

          มาเลเซียสร้างสถิติใหม่ด้านการค้าระหว่างประเทศ หลังมูลค่าการค้ารวมของประเทศในช่วงเดือนมกราคม–เมษายน 2569 อยู่ที่ 1.127 ล้านล้านริงกิต นับเป็นครั้งแรกที่มาเลเซียสามารถสร้างมูลค่าการค้าเกิน ล้านล้านริงกิตได้ภายในระยะเวลาเพียง เดือนแรกของปี ซึ่งถือเป็นสถิติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
ของประเทศ

          การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากความต้องการสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตและมูลค่าเพิ่มสูง (High Growth, High Value: HGHV) โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical and Electronics: E&E) ควบคู่กับนโยบายกระจายตลาดส่งออกเชิงรุก
ของมาเลเซียที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศขยายตัวต่อเนื่อง

          มูลค่าการค้ารวมของมาเลเซียในช่วง เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 15.3 เมื่อเทียบกับ
ช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 1.127 ล้านล้านริงกิต

          มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 อยู่ที่ 609,310 ล้านริงกิต ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 อยู่ที่ 517,400 ล้านริงกิต ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุลเพิ่มขึ้นร้อยละ 99.1 อยู่ที่ 91,920 ล้านริงกิต

          เฉพาะเดือนเมษายน 2569 มูลค่าการส่งออกของมาเลเซียเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.9 อยู่ที่ 182,740 ล้านริงกิต ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลเพิ่มขึ้นร้อยละ 460.5 อยู่ที่ 28,750 ล้านริงกิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดรายเดือนที่มาเลเซียเคยบันทึกไว้

ภาค E&E และอุตสาหกรรม AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

          การเติบโตของการส่งออกในช่วง เดือนแรกของปีได้รับแรงหนุนหลักจากสินค้าในกลุ่ม E&E 
ซึ่งขยายตัว 71,000 ล้านริงกิต หรือร้อยละ 32.1 จากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลจากการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การประมวลผลแบบคลาวด์ และการพัฒนาศูนย์ข้อมูล

          นอกจากนี้ มาเลเซียยังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลก โดยการส่งออกสินค้า
ที่เกี่ยวข้องกับ AI ขยายตัวร้อยละ 42.9 มีมูลค่า 319,050 ล้านริงกิต คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.4 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของประเทศ

          ขณะเดียวกัน สินค้ากลุ่มเภสัชกรรมและยานยนต์ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยขยายตัวร้อยละ 21.9 และร้อยละ 10.3 ตามลำดับ

การส่งออกไปตลาดหลักและประเทศคู่ค้า FTA เติบโตดี

          การส่งออกของมาเลเซียได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการของประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.5 ไต้หวันเพิ่มขึ้นร้อยละ 68.9 ฮ่องกงเพิ่มขึ้นร้อยละ 43 จีนเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 18.7 สหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.9 และอาเซียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6

          สำหรับประเทศคู่ค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) มูลค่าการส่งออกขยายตัวร้อยละ 14.2 
อยู่ที่ 390,090 ล้านริงกิต โดยมี 17 จาก 24 ประเทศคู่ค้า FTA ที่มีการเติบโตเชิงบวก อาทิ เกาหลีใต้ อินเดีย เม็กซิโก สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ตลาดใหม่ในแอฟริกาและยุโรปตะวันออกขยายตัวโดดเด่น

          มาเลเซียยังสามารถขยายตลาดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคแอฟริกาและยุโรปตะวันออก ประเทศที่มีการนำเข้าสินค้าจากมาเลเซียเพิ่มขึ้นในอัตราสูง ได้แก่ ซูดาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 223.1 ซิมบับเว เพิ่มขึ้นร้อยละ 220.5 ไซปรัส เพิ่มขึ้นร้อยละ 230.7 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพิ่มขึ้นร้อยละ 196.6 บัลแกเรีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 141.5 เฮติ เพิ่มขึ้นร้อยละ 103.5 เอธิโอเปีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 88.1 และอุซเบกิสถาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.7

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบการค้า

          อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการค้าในภูมิภาคดังกล่าว โดยการส่งออกของมาเลเซียไปยังตะวันออกกลางลดลงร้อยละ 15.8 อยู่ที่ 14,080 ล้านริงกิต

          ประเทศที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก และกาตาร์ 
แม้เช่นนั้น มาเลเซียยังสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ผ่านการขยายตลาดทางเลือก โดยการส่งออกไปยังบาห์เรนเพิ่มขึ้นร้อยละ 131.5 ซีเรียเพิ่มขึ้นร้อยละ 74.3 จอร์แดนเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 และไซปรัสเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 230.7

Matrade มองแนวโน้มการค้าปี 2569 ยังแข็งแกร่ง

          นายอาบู บาการ์ ยูซอฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักงานพัฒนาการค้าต่างประเทศแห่งมาเลเซีย (MATRADE) กล่าวว่า จุดแข็งของมาเลเซียในปัจจุบันอยู่ที่การส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าสูง มากกว่าการพึ่งพาปริมาณการส่งออกเพียงอย่างเดียว

          ทั้งนี้ การเติบโตของการส่งออกสินค้าเกี่ยวกับ AI และเซมิคอนดักเตอร์สะท้อนถึงศักยภาพ
ของอุตสาหกรรมมาเลเซียที่มีความเข้มแข็งมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมย้ำว่า Matrade จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของมาเลเซียให้สามารถก้าวสู่ห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจในตลาดโลก

          ทั้งนี้ MATRADE คาดการณ์ว่า ภาคการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซียจะยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งตลอดปี 2569 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอุตสาหกรรมมูลค่าสูง การกระจายตลาดส่งออก และความสามารถของประเทศในการปรับตัวต่อความท้าทายด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

 

วิเคราะห์ผลกระทบ

          การที่มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซียทะลุ 1 ล้านล้านริงกิตภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนแรกของปี 2569 สะท้อนถึงการฟื้นตัวและความแข็งแกร่งของภาคการส่งออกมาเลเซีย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E) เซมิคอนดักเตอร์ และสินค้าที่เกี่ยวข้อง
กับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน

          สำหรับประเทศไทย การเติบโตดังกล่าวมีทั้งโอกาสและความท้าทายในหลายด้าน โดยในเชิงบวก 
การขยายตัวของอุตสาหกรรม E&E และ AI ของมาเลเซีย จะช่วยเพิ่มความต้องการวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และบริการที่เกี่ยวข้องจากประเทศในภูมิภาค รวมถึงไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์กับมาเลเซียอยู่แล้ว นอกจากนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจมาเลเซีย
ยังอาจส่งผลดีต่อกำลังซื้อ การลงทุน และการค้าชายแดนระหว่างสองประเทศในระยะต่อไป

          อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของมาเลเซียในการดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมูลค่าสูง โดยเฉพาะ
เซมิคอนดักเตอร์ AI และศูนย์ข้อมูล อาจทำให้การแข่งขันด้านการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอาเซียนเข้มข้นขึ้น ไทยจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บุคลากรทักษะสูง และระบบนิเวศอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลก

          ในด้านการค้า มาเลเซียยังประสบความสำเร็จในการกระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศใหม่
ในแอฟริกาและยุโรปตะวันออก ซึ่งสะท้อนแนวทางเชิงรุกในการลดความเสี่ยงจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการพึ่งพาตลาดหลัก ไทยอาจใช้แนวทางดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาในการขยายตลาดส่งออกใหม่ ๆ และเพิ่มความหลากหลายทางการค้าในระยะยาว

 

ความเห็น สคต.

          สำนักงานฯ เห็นว่า การเติบโตของการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซียในครั้งนี้สะท้อนถึงการปรับตัวของเศรษฐกิจมาเลเซียเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี AI 
และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการค้าโลกในปัจจุบัน

          สำนักงานฯ เห็นว่า ไทยควรใช้โอกาสจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในมาเลเซีย
ในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างกัน โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ และบริการดิจิทัล ซึ่งผู้ประกอบการไทยยังมีศักยภาพในการเข้าสู่ตลาดมาเลเซียได้เพิ่มเติม

          ขณะเดียวกัน ไทยควรติดตามการแข่งขันด้านการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และระบบสนับสนุนด้านนวัตกรรม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว รวมถึงศึกษากลยุทธ์การกระจายตลาดส่งออก
ของมาเลเซีย เพื่อเป็นแนวทางในการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจและการเมืองโลกในอนาคต


 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์

1. Weekly News- มูลค่าการค้าของมาเลเซียทะลุ 1 ล้านล้.pdf
Share :
Instagram