fb
สาธารณรัฐเช็กติดอันดับ 19 ประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลก

สาธารณรัฐเช็กติดอันดับ 19 ประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลก

โดย
Napatchol
ลงเมื่อ 06 พฤษภาคม 2569 14:00
สคต. ณ กรุงปราก (สาธารณรัฐเช็ก) (TTC, Prague (Czech Republic))
1

จากดัชนี “HelloSafe Prosperity Index 2026” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเปรียบเทียบทางการเงิน HelloSafe มีเป้าหมายที่จะก้าวข้ามการจัดอันดับแบบดั้งเดิมที่อิงตาม GDP เพียงอย่างเดียว ที่ระบุว่าอาจทำให้คลาดเคลื่อนเมื่อวัดความมั่งคั่งที่แท้จริง แต่ดัชนีนี้พิจารณาจาก 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวที่ปรับค่าครองชีพแล้ว รายได้ประชาชาติ ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และอัตราความยากจน ซึ่งการวัดนี้ไม่เพียงแต่วัดผลผลิตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกระจายความมั่งคั่งอย่างเท่าเทียมกันและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งสาธารณรัฐเช็กถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 19 จาก 31 ประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วทั่วโลก และอันดับที่ 13 ในยุโรปแซงหน้าฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ด้วยความเหลื่อมล้ำทางรายได้ต่ำและตัวชี้วัดทางสังคมที่แข็งแกร่ง ทั้งด้าน“คุณภาพชีวิตและความเท่าเทียม” การจัดอันดับสะท้อนให้เห็นว่าแม้เศรษฐกิจของเช็กจะมีขนาดเล็กกว่าหลายประเทศในยุโรปตะวันตก แต่ก็มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในด้านต่างๆ เช่น ความเท่าเทียมกันทางรายได้และอัตราความยากจนต่ำ ตามรายงานระบุว่า แต่ละปัจจัยจะถูกถ่วงน้ำหนักเพื่อสะท้อนทั้งความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและผลลัพธ์ทางสังคม โดยคะแนนสุดท้ายจะรวม “อำนาจทางเศรษฐกิจ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการกระจายรายได้” เข้าไว้ในมาตรวัดเดียว วิธีการนี้ยังเน้นให้เห็นถึงความบิดเบือนในการจัดอันดับโดยใช้เฉพาะ GDP เท่านั้น ตัวอย่างเช่น ไอร์แลนด์ที่มีความมั่งคั่งในทางทฤษฎีเนื่องจากกิจกรรมของบริษัทข้ามชาติ แต่ผลผลิตส่วนใหญ่ไม่ได้แปลงเป็นรายได้ครัวเรือนโดยตรง ดังที่ดัชนีระบุไว้ว่า “GDP ต่อหัวคือการจัดอันดับที่ทุกคนอ้างถึง และยังเป็นสิ่งที่บิดเบือนได้ง่ายที่สุด” ซึ่งชี้ ให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างตัวเลขทางเศรษฐกิจโดยรวมกับมาตรฐานการครองชีพที่แท้จริง โดยอันดับที่ค่อนข้างสูงของสาธารณรัฐเช็กนั้นเกิดจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในตัวชี้วัดทางสังคมมากกว่าผลผลิตทางเศรษฐกิจโดยรวม จากข้อมูลของ Eurostat ที่ใช้ในการจัดทำดัชนี สาธารณรัฐเช็กมีระดับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป นอกจากนี้ยังมีอัตราความยากจนค่อนข้างต่ำอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6.4 ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้สาธารณรัฐเช็กมีผลงานดีกว่าประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หลายประเทศ รวมถึงฝรั่งเศส ซึ่งมีระดับรายได้โดยรวมสูงกว่า แต่มีคะแนนต่ำกว่าในด้านความเหลื่อมล้ำและความยากจน นอกจากนี้ สาธารณรัฐเช็กยังได้คะแนนดีในด้านตัวชี้วัดการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น การศึกษา สุขภาพ และมาตรฐานการครองชีพโดยทั่วไป ซึ่งใกล้เคียงกับระดับของประเทศในยุโรปตะวันตก อย่างไรก็ตาม ดัชนีระบุว่าสาธารณรัฐเช็กยังคงล้าหลังประเทศที่มีฐานะร่ำรวยที่สุดในแง่ของระดับรายได้โดยรวม ทำให้ยังคงอยู่นอกกลุ่มประเทศชั้นนำของโลก โดยอันดับหนึ่งของโลกคือ นอร์เวย์ ตามมาด้วยไอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก ซึ่ง 10 อันดับแรกเกือบทั้งหมดเป็นประเทศในยุโรป โดยมีสิงคโปร์เป็นประเทศเดียวที่ไม่ใช่ประเทศในยุโรปที่อยู่ในอันดับต้นๆ สหรัฐอเมริกาอยู่อันดับที่ 17 สะท้อนให้เห็นถึงผลผลิตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่มีระดับความเหลื่อมล้ำและความยากจนสูงกว่าเมื่อเทียบกับยุโรป แคนาดาอยู่ในอันดับที่ 18 สาธารณรัฐเช็กอยู่หลังแคนาดาและอยู่เหนือฝรั่งเศสซึ่งอยู่ในอันดับที่ 20 โดยรวม แสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์นี้ชี้ให้เห็นว่าแบบจำลองทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐเช็กยังคงได้รับประโยชน์จากการกระจายรายได้ที่ค่อนข้างสมดุลและระบบสังคมที่มั่นคง แม้ว่าระดับค่าจ้างจะยังคงต่ำกว่ายุโรปตะวันตกมากก็ตาม

ข้อคิดเห็น/เสนอแนะของ สคต.   

จากข้อมูลที่กล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการที่สาธารณรัฐเช็กมีความเหลื่อมล้ำต่ำ หมายความว่า "คนส่วนใหญ่" ในประเทศมีรายได้ในระดับที่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่กลุ่มคนรวยเพียงกลุ่มเดียว ประกอบกับอัตราความยากจนที่ต่ำส่งผลให้สภาพสังคมมีความปลอดภัยและมีเสถียรภาพ ซึ่งเอื้อต่อการทำธุรกิจในระยะยาว ถึงแม้ว่าค่าแรงจะยังต่ำกว่าเยอรมนี แต่คุณภาพชีวิตและมาตรฐานการบริโภคขยับขึ้นมาใกล้เคียงกับยุโรปตะวันตกอย่างมาก ดังนั้น สินค้าไทยไม่ควรเน้นเรื่อง "ราคาถูก" แต่ควรเน้น "คุณภาพในราคาที่คุ้มค่า" สินค้ากลุ่มของใช้ในบ้าน ของตกแต่ง และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีดีไซน์จะตอบโจทย์คนชั้นกลางในสาธารณรัฐเช็ก นอกจากนี้ ผู้บริโภคในประเทศที่มั่งคั่งและมีดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) สูง มักจะใส่ใจเรื่องสุขภาพ ดังนั้น สินค้าออร์แกนิก อาหารจากพืช (Plant-based) และอาหารพร้อมทานที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงจากไทยรวมถึงธุรกิจนวดไทย สปา และผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จึงมีโอกาสในการเจาะตลาดเพิ่มเติม นอกเหนือจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม/ความยั่งยืน (Sustainability) ที่ตลาดยุโรปและสาธารณรัฐเช็กให้ความสำคัญ โดยสินค้าไทยที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก หรือมีกระบวนการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ จะได้รับการยอมรับและมีแต้มต่อในการวางจำหน่ายมากกว่า

ข่าว 1 - 15 พ.ค. 69.pdf
Share :
Instagram