fb
DITP ประกาศความสำเร็จ “ดีไซน์ไทย” ใน Milan Design Week 2026 สร้างมูลค่าเจรจาการค้ากว่า 70 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพ Soft Power สู่ตลาดโลก

DITP ประกาศความสำเร็จ “ดีไซน์ไทย” ใน Milan Design Week 2026 สร้างมูลค่าเจรจาการค้ากว่า 70 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพ Soft Power สู่ตลาดโลก

ลงเมื่อ 29 เมษายน 2569 05:00
สคต. ณ เมืองมิลาน (อิตาลี) (TTC, Milan (Italy))
19

งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ Salone del Mobile 2026 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ        ณ เมืองมิลาน ร่วมกับสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ นำทัพผู้ประกอบการภายใต้โครงการพัฒนาสินค้าและเจาะตลาด Hospitality (Host & Home)เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในครั้งนี้จำนวน 15 รายซึ่งถือเป็นการเข้าร่วมจัดแสดงผลงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2558 โดยมุ่งเน้นการขยายโอกาสและเพิ่มมูลค่าการส่งออกสู่ตลาดอิตาลีและยุโรปซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและเป็นผู้นำเทรนด์โลก ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายทางดีไซน์ อาทิ สไตล์ Contemporary Minimalist Gustavian Maximalist Bohemian Mediterranean Oriental style Japandi Mid-century Modern และ Traditional เพื่อตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจโรงแรมและที่พักอาศัยโดยเฉพาะ สำหรับคูหา Host & Home ในปี 256กรมฯ ได้เข้าร่วมในลักษณะคูหาประเทศไทย ตั้งอยู่ในอาคาร คูหา D10 ขนาดพื้นที่ 200 ตารางเมตร ที่ตั้งของคูหาไทยอยู่ในอาคารหลักในส่วนของ Salone Internazionale del Mobile ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์     ใจกลางโซน Salone Internazionale del Mobile 
คูหานิทรรศการไทยในปีนี้มาในคอนเซปต์ที่ผสมผสานความเรียบหรูเข้ากับอัตลักษณ์ไทยอย่างลงตัว ออกแบบโดยบริษัท Dot Design Studio ภายใต้แรงบันดาลใจจากเส้นโค้งของผ้าใบในย่านเมืองเก่า สะท้อนวิถีชีวิตไทยที่มีชีวา โดยเลือกใช้โทนสีส้มอิฐที่โดดเด่นและเป็นไปในทิศทางเดียวกับกับงาน Slow Hand (ในส่วนของ Fuori Salone) เพื่อสร้างภาพจำที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยงานดีไซน์ที่สะดุดตาตั้งแรกเห็น ส่งผลให้คูหาไทยได้รับความสนใจอย่างมาก   โดยมีนักธุรกิจ ดีไซน์เนอร์ และสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมรวมกว่า 6,000 ราย ตลอดการจัดงานทั้ง 6 วัน

Salone del Mobile Milano เป็นงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้และของตกแต่งบ้านที่มีดีไซน์จากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก จัดขึ้นทุกปีช่วงเดือนเมษายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Fiera Milano เมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี จัดโดยสหพันธ์อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งแห่งอิตาลี FEDERLEGNO ARREDO EVENTI SPA (FLA Eventi) และกลายเป็นเวทีที่นำเสนอนวัตกรรมล่าสุดในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบภายใน โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านความสวยงาม ฟังก์ชัน เทคโนโลยี และวัสดุ โดยทุกปีงาน Salone del Mobile   ทำหน้าที่เสมือนห้องทดลองด้านความคิดสร้างสรรค์และแพลตฟอร์มสำหรับการผสมผสานแนวคิดใหม่ๆ ตอบโจทย์เทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไปของการใช้ชีวิตและการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัย ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-26 เมษายน 2569 นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 64 บนพื้นที่ 169,000 ตารางเมตร ใน 16 อาคาร 
ธีมหลักของงานในปีนี้คือA Matter of Salone มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับ วัสดุและเนื้อสัมผัส ในฐานะหัวใจสำคัญของการออกแบบ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น การใช้งาน ไปจนถึงนวัตกรรมและการต่อยอด เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับพื้นที่อยู่อาศัย โดยเน้นดีไซน์ที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางและความยั่งยืน มากกว่าแค่ความสวยงามของตัวเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว งานแสดงสินค้าแบ่งออกเป็น 8 ส่วน ได้แก่ 1) Salone Internazionale del Mobile ศูนย์กลางของแนวคิดสร้างสรรค์ด้านเฟอร์นิเจอร์ 2) International Furnishing Accessories Exhibition ของตกแต่งบ้านและองค์ประกอบที่เติมเต็มบรรยากาศของบ้าน 3) Workplace 3.0 การออกแบบพื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นและตอบรับวิถีการทำงานยุคใหม่ 4) S. Project นำเสนอไอเดียและองค์ประกอบการตกแต่งภายใน 5) EuroCucina/FTK-Technology for the Kitchen จัดแสดงสินค้าและเทคโนโลยีสำหรับห้องครัว 6) International Bathroom Exhibition จัดแสดงเรื่องราววิวัฒนาการของห้องน้ำที่กำลังได้รับความสนใจ 7) Salone Raritas เป็นโซนใหม่ที่เริ่มจัดครั้งแรกในปีนี้ในอาคาร 9 นำเสนอดีไซน์สะสม รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ของเก่าดีไซน์ และงานฝีมือสร้างสรรค์ระดับสูง และ 8SaloneSatellite เวทีสำคัญสำหรับนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวสู่เวทีโลก จัดแสดงผลงานภายใต้ธีม Skilled Craftsmanship & Innovation เป็นการผสมผสานทักษะช่างฝีมือดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่การใช้ชีวิตที่มีคุณภาพในอนาคต

การจัดงานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย มีผู้เข้าร่วมงาน 1,900บริษัท (37จากต่างประเทศ) จาก 32ประเทศ รวมประเทศไทย โดยมีจำนวนผู้เข้าชมงานทั้งสิ้น 316,342 ราย เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อนหน้า มาจาก 167 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสัดส่วนผู้เข้าชมจากต่างประเทศคิดเป็นร้อยละ 68 โดยจีนยังคงเป็นกลุ่มหลักที่เดินทางเข้าชมมากที่สุด ในขณะที่ผู้ชมจากยุโรปโดยเฉพาะเยอรมนีมีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนสหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณบวกด้วยยอดผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นถึง 8.8% และสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น10.4% ทั้งนี้ นาง Maria Porro ประธานผู้จัดงาน Salone del Mobile เปิดเผยว่า แม้จะได้รับแรงกดดันอย่างหนักให้ยกเลิกหรือเลื่อนการจัดงาน เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดของภูมิรัฐศาสตร์โลก แต่ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชมที่เป็นบวกได้แสดงให้เห็นว่างาน Salone del Mobile ยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมในระดับสากล ส่วนนาย Claudio Feltrin ประธานสมาพันธ์ Federlegno Arredo กล่าวเสริมว่าผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในอนาคตของอุตสาหกรรมและสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์อิตาลีที่ยังคงเติบโตได้อย่างยั่งยืน      
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 256นายสุรินทร์ สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมคูหานิทรรศการประเทศไทย เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการไทยทั้ง 15 ราย รวมถึงได้เข้าเยี่ยมชมงานในส่วนของ Salone Satellite และ EuroCucina/ FTK-Technology for the Kitchen โดยตลอดระยะเวลาการจัดแสดงงาน คูหาไทยได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักธุรกิจ นักออกแบบ สื่อมวลชน ผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก ผู้ประกอบการด้านโรงแรม/ที่อยู่อาศัย จากอิตาลี เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ สเปน กรีซ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย รัสเซีย สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง เลบานอน ตุรกี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีผู้สนใจนำสินค้าของผู้ประกอบการไทยบางบริษัทไปจัดแสดงที่ประเทศเบลเยี่ยม  

นอกจากนี้ จากการพบปะกับผู้ประกอบการ พบว่าสินค้าที่ได้รับความสนใจและต้องการเจรจาการค้ามากเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ ของตกแต่งจากการทักทอเศษผ้าและเส้นใยธรรมชาติ ของตกแต่งทำจากไม้ไผ่ โต๊ะไม้ ตู้ไม้        ซึ่งแบรนด์ที่ได้รับความสนใจ 5 อันดับแรก ได้แก่ THORR/TOUCHABLE/DEESAWAT/QURV และ MULLER โดยผู้เข้าชมคูหาไทยมีความประทับใจรูปแบบดีไซน์ที่โดดเด่น มีความเป็นเอกลักษณ์ และใช้วัสดุเหลือใช้นำกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ซึ่งผลการเจรจามีมูลค่าการสั่งซื้อทันที 238,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 7,854,000 บาท และคาดว่าจะมีมูลค่าการสั่งซื้อภายใน 1 ปี รวม 2,155,070 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 71,117,310 บาท
นิทรรศการ Slow Hand Design by DITP นอกจากงานแสดงสินค้า Salone del Mobile ที่จัดขึ้นในศูนย์แสดงสินค้า Rho Fiera แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วเมืองมิลานในส่วนของ FuoriSalone ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลด้านการออกแบบที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในช่วง Milan Design Week 2026 ที่จัดคู่ขนานไปกับงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ Salone del Mobile  โดยในปีนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมิลาน ร่วมกับสำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า (สสม.) ได้นำผลงานของผู้ประกอบการไทย จำนวน 25 ราย เข้าร่วมจัดแสดงเป็นครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20–26 เมษายน 2569                 ณ Superstudio Più เมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี บนพื้นที่จัดแสดง 250 ตารางเมตร โดยในปีนี้ นิทรรศการนำเสนอผลงานภายใต้แนวคิด Heritage Reimagined: The Futuristic of Thai Crafts Evolution มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการใช้วัสดุใหม่และวัสดุเหลือใช้ อาทิ วัสดุจากดินเปรี้ยว แผ่นผนังจากเห็ด เซรามิกจากเปลือกหอยแมลงภู่ และของตกแต่งบ้านจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ฟางข้าว และ      ซังข้าวโพด โดยมีนายเอกรัตน์ วงศ์จริต เป็น Curator และออกแบบนิทรรศการโดย DOTS Design Studio        (นักออกแบบรางวัล DEmark) พร้อมออกแบบกราฟิกโดยนายณฐพร ขำดงรงเกียรติ ผู้ได้รับรางวัล Designer of the Year ของไทย

กิจกรรมในส่วนของ Fuorisalone ซึ่งประกอบด้วยนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นทั่วเมืองมิลาน ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้เข้าชมงานหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่กว่า 500,000 คน โดยมีการจัดกิจกรรมด้านการออกแบบกระจายตัวอยู่ทั่วเมืองมิลานมากกว่า 1,300 แห่ง โดยเฉพาะในย่าน Brera Design District ย่านยอดนิยมอันดับหนึ่งที่มีการจัดกิจกรรมมากกว่า 320 กิจกรรม ตามมาด้วยย่าน Tortona Durini 5Vie Isola และ Porta Venezia นอกจากนี้ ยังมีการนำ Fuorisalone Passport หรือนวัตกรรมดิจิทัลในรูปแบบ Web App (ไม่ต้องดาวน์โหลดลงเครื่องที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน Milan Design Week 2026 โดยมีแนวคิดหลักคือการสร้างอัตลักษณ์ดิจิทัลหนึ่งเดียว (Single Digital Identity) ที่ช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถลงทะเบียนเพียงครั้งเดียวเพื่อรับรหัส QR Code สำหรับการเข้าชมโชว์รูมและนิทรรศการต่างๆ ทั่วเมืองได้อย่างรวดเร็วแทนการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการเช็กอิน แต่ยังทำหน้าที่บันทึกประวัติการเข้าชมและข้อมูลแบรนด์ที่สนใจไว้ในหน้า Dashboard ส่วนตัวเพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดตามข้อมูลย้อนหลังได้อย่างเป็นระบบ ในขณะเดียวกันยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้จัดงานสามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ฐานข้อมูลพฤติกรรมผู้เข้าชมเชิงลึกภายใต้มาตรฐานความเป็นส่วนตัวที่ปลอดภัย ซึ่งสถิติในปี 2026 พบว่ามีการใช้งานระบบนี้สูงถึง 104,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้หญิง 64% สะท้อนถึงความสำเร็จในการผสานเทคโนโลยีเข้ากับโลกแห่งการออกแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ได้จัดพิธีเปิดนิทรรศการ Slow Hand Design โดยมีนายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานในพิธี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 150 ราย ประกอบด้วยสถาบันด้านการออกแบบในอิตาลี ผู้นำเข้า อาทิ Rinascente ผู้ซื้อ ผู้สนใจสินค้า สมาคม/หน่วยงานด้านการออกแบบ สื่อมวลชนสายไลฟ์สไตล์ และนักศึกษาด้านการออกแบบ นอกจากนี้ ยังมีการจัดเลี้ยงอาหารไทยจากร้านอาหาร Thai Lounge ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เพื่อสร้างประสบการณ์วัฒนธรรมไทยและสร้างการรับรู้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน   

ผลการจัดนิทรรศการ มีผู้เข้าชมนิทรรศการตลอดระยะเวลาการจัดงานจำนวนกว่า 6,000 ราย จากอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก อาเจนติน่า บราซิล ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮังการี อินเดีย จีน อียิปต์ เป็นต้น โดยกลุ่มผู้เข้าชมหลัก ได้แก่ สถาปนิก นักออกแบบ Design Studio สื่อมวลชน Content Creator นักศึกษาด้านการออกแบบ ตลอดจนผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่ง และผู้ดำเนินธุรกิจร้าน Selected Shop โดยผู้เข้าชมงานให้ความสนใจและชื่นชมผลงานที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ สินค้าที่ทำจากไม้ โดยแบรนด์ที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ INDIN STUDIO MUSH COMPOSTIE VERTIER WASOO AVALON DOITUNG และ SUCHI CRAFT นอกจากนี้ มีผู้ให้ความสนใจนำนิทรรศการไปจัดแสดงต่อในต่างประเทศ อาทิ งาน Clerkenwell Design Week ณ สหราชอาณาจักร รวมถึงมีสตูดิโอจากยุโรปที่แสดงความประสงค์ในการร่วมมือกับผู้ประกอบการไทย 

สำหรับแบรนด์ที่ได้รับความสนใจสูง และมีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ อาทิ 1) INDIN STUDIO ได้รับความสนใจจากแบรนด์ระดับโลก อาทิ Armani casa  Bentley และ Ferrari เพื่อนำวัสดุผ้าที่ได้จากการสังเคราะห์แบคทีเรียในดินเปรี้ยวไปพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ในระดับสากล สะท้อนศักยภาพของวัสดุไทยในตลาดลักชัวรี 2) MUSH OMPOSITE และ WASOO วัสดุตกแต่งผนังนวัตกรรม ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักออกแบบตกแต่งภายในในยุโรป เพื่อนำไปใช้ในการตกแต่งโรงแรม 3) ผลิตภัณฑ์กระเป๋าสานจากย่านลิเภาของแบรนด์ YANTHONG ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าชมชาวยุโรป ด้วยอัตลักษณ์งานหัตถศิลป์ไทยที่ประณีตผสมผสานกับดีไซน์ที่ทันสมัยและแตกต่าง สะท้อนโอกาสในการขยายตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยในต่างประเทศ 4) PHARATA โคมไฟดอกไม้ที่ได้รับความสนใจจาก Armani casa ในดีไซน์ที่แปลกตา
ความคิดเห็นของสคตณ เมืองมิลาน 

  1. การส่งเสริมภาพลักษณ์และศักยภาพสินค้าไทยในระดับสากล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านของไทย ได้สนับสนุนผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน Salone del Mobile อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของสินค้าไทยสู่สายตาชาวโลก ทั้งนี้ งานดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นเวทีเจรจาธุรกิจระดับโลกที่สำคัญ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงกลยุทธ์ให้ผู้ประกอบการไทยได้ศึกษาแนวโน้มตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้  นักออกแบบและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้ร่วมจัดแสดงผลงานในส่วนงาน Fuorisalone เพื่อประกาศศักยภาพความสร้างสรรค์ของดีไซน์ไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

  2. การเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบและมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ ผู้ส่งออกไทยที่ต้องการขยายตลาดสู่สหภาพยุโรป จำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดมาตรฐานของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR) และมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ มกราคม 2569 โดยกฎระเบียบส่วนใหญ่ของสหภาพยุโรปมักจะกลายมาเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่กำหนดทิศทางตลาดโลกในอนาคต

  3. แนวโน้มและความต้องการของตลาดสมัยใหม่ ตลาดยุโรปให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีการออกแบบโดดเด่น คุณภาพของวัสดุ และมีกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน ตลอดจนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ แนวโน้มปัจจุบันยังมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันมากขึ้น

  4. ความท้าทายด้านต้นทุนและการแข่งขัน สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลให้การส่งออกเฟอร์นิเจอร์เผชิญกับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ดังนั้น การบริหารจัดการต้นทุนและการกำหนดกลยุทธ์ด้านราคาที่สามารถแข่งขันได้ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความได้เปรียบทางการค้า

  5. ทิศทางในอนาคต สินค้าเฟอร์นิเจอร์ไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตสูงด้วยจุดแข็งด้านดีไซน์และแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับเทรนด์รักษ์โลก จากการสำรวจพบว่าผู้ประกอบการมีการประยุกต์ใช้แนวคิด Circular Economy โดยการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์ใหม่ภายใต้แนวคิด No Waste Design เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับเทรนด์ปัจจุบันและหลายรายมีฐานผู้นำเข้าและผู้กระจายสินค้าในยุโรปแล้ว ดังนั้น การเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาฐานตลาดเดิม พร้อมทั้งเป็นหน้าด่านในการแสดงศักยภาพเพื่อขยายฐานพันธมิตรทางการค้าใหม่ๆ อย่างยั่งยืน 
     

FINAL ข่าวเด่นประจำเดือนเมษายน 69 ข่าวที่ 2 สรุปผลการจัดงาน Milan Design Week.pdf
Share :
Instagram